News Logo
หน้าแรก
ตร.ยัน 'หมิงเฉิน ซัน' โยงสแกมเมอร์ เชื่อเจ้าตัวไม่มีเป้าก่อเหตุในไทย

ตร.ยัน 'หมิงเฉิน ซัน' โยงสแกมเมอร์ เชื่อเจ้าตัวไม่มีเป้าก่อเหตุในไทย

12 พ.ค. 2569 18:51
ผู้ชม 19 คน

ตร.ยืนยัน "หมิงเฉิน ซัน" เชื่อมโยงแก๊งสแกมเมอร์ เงินหมุนเวียนนับสิบล้าน ชี้เจ้าตัวไม่ได้มีเป้าก่อเหตุในไทย - ขณะราชทัณฑ์แจงอาการป่วยผู้ต้องขังจีน ตอนนี้ยังอยู่ ICU คาดกินยาเกินขนาดเป็นเหตุ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกตรวจพบอาวุธสงครามและวัตถุระเบิดจำนวนมากในจังหวัดชลบุรี โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนขยายผลในหลายมิติ ทั้งเครือข่ายอาวุธ เส้นทางการเงิน และความเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ข้ามชาติ

ผบ.ตร. ระบุว่า จากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนายหมิงเฉิน ซัน ทำหน้าที่เป็น "กระเป๋าเงิน" มีเงินหมุนเวียนโอนเข้าออกระหว่างประเทศหลายสิบล้านบาท สำหรับที่มาของอาวุธสงคราม หนึ่งในอาวุธที่พบเป็นของตำรวจที่ถูกซื้อผ่านโครงการสวัสดิการตำรวจ ก่อนจะถูกจำนำต่อเป็นทอดๆ ขณะที่อาวุธชนิดอื่นกำลังขยายผลถึงที่มาและวิธีการซื้อขาย โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มคนมีสีหรือไม่ แต่ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยว่า ขณะนี้สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ได้แล้ว 5 คน และอยู่ระหว่างดำเนินการอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมยืนยันว่ามาตรการป้องกันปราบปรามและการข่าวไม่ได้บกพร่อง เนื่องจากสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ แต่ยอมรับว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุในปัจจุบันมีวิธีการหลบเลี่ยงการตรวจสอบที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้เพิ่มมาตรการตรวจสอบบุคคลให้เข้มงวดมากขึ้น และย้ำว่าการตั้งสมมติฐานว่าผู้ต้องหาสะสมอาวุธปืนไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่สะสมอาวุธสงครามไว้เพื่อก่อการใดการหนึ่ง

กรมราชทัณฑ์แจงอาการ "หมิงเฉิน ซัน" ยังอยู่ห้อง ICU รอผลตรวจละเอียด คาดกินยาเกินขนาด

ด้านกรมราชทัณฑ์ โดยโฆษกกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าอาการป่วยฉุกเฉินของ นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องขังชาวจีน ซึ่งรับตัวเข้าควบคุมที่เรือนจำพิเศษพัทยาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.30 น. ต่อมาเวลา 17.30 น. ผู้ต้องขังเกิดอาการชักเกร็งและหมดสติ เจ้าหน้าที่จึงประสานส่งตัวเข้ารับการรักษาฉุกเฉินที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ (โรงพยาบาลบางละมุง) และถูกย้ายไปรักษาต่อที่หอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ชั้น 2 ตึกอุบัติเหตุ

จากการตรวจเบื้องต้น ไม่พบสารเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนและกัญชา แต่ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์หาปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด, สารไซยาไนด์ และกลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีน ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 5-15 วัน ขณะนี้นายหมิงเฉิน ซัน ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โดยมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าควบคุมดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย โฆษกกรมราชทัณฑ์คาดว่าอาการป่วยน่าจะมาจากการกินยาเกินขนาด

โฆษก ตร. ยืนยัน "หมิงเฉิน ซัน" ไม่มีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในไทย

ส่วนพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัล พบประวัติการแชทสนทนา ภาพการฝึกใช้อาวุธ และการเริ่มสะสมอาวุธมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งหมดชี้ชัดว่าผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา มูลเหตุจูงใจสำคัญมาจากการเตรียมการเพื่อรับมือกับความขัดแย้งรุนแรงระหว่างกลุ่มแก๊งสแกมเมอร์ด้วยกันเอง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยืนยันว่า จากพยานหลักฐานในปัจจุบัน ยังไม่พบข้อบ่งชี้ใดๆ ว่าผู้ต้องหาหรือเครือข่ายมีเป้าหมายที่จะก่อวินาศกรรมในไทย หรือนำอาวุธไปก่อเหตุทำร้ายประชาชน ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและสะสมอาวุธเพื่อฆ่าตัวตายนั้น ถือเป็นสิทธิในการให้การ แต่ทางคดีจะยึดถือพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ

พบเงินหมุนเวียนหลายสิบล้าน เตรียมถอดบทเรียนช่องโหว่วีซ่า

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวต่อว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงินโดยตำรวจไซเบอร์ พบเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบหลายสิบล้านบาท ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับบัญชีธนาคารและบัญชีคริปโทเคอร์เรนซีที่ถูกนำไปใช้ในกระบวนการหลอกลวงของแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลไปยังบริษัทที่ผู้ต้องหาเคยจดทะเบียนร่วมกับอดีตภรรยา และตรวจสอบมูลเหตุการจดทะเบียนสมรสเพื่อหาความเชื่อมโยงในการกระทำความผิด

สำหรับสถานะบุคคลและการเดินทางเข้าประเทศของนายหมิงเฉิน ซัน พบว่าเดินทางเข้าไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศจีนและกัมพูชา ประกอบกับการถือครองวีซ่าประเภท PE (Privilege Entry Visa) ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับผู้มีกำลังทรัพย์ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหามีสถานะพำนักระยะยาว (Residence) ในประเทศเกาหลีใต้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมนำกรณีนี้เป็นกรณีศึกษาเพื่อถอดบทเรียน โดยจะเสนอให้มีการประสานข้อมูลด้านความมั่นคงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบการพิจารณาออกวีซ่า และอาจนำระบบการให้คะแนน (Scoring) สำหรับชาวต่างชาติมาใช้ในอนาคต เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มอาชญากรอาศัยกำลังทรัพย์ในการใช้สิทธิพิเศษเข้าประเทศ

จับกุมผู้ร่วมขบวนการแล้ว 6 ราย รวมเจ้าหน้าที่รัฐ ยันไม่ได้จับเพราะอุบัติเหตุ

ในส่วนของการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่าขณะนี้มีผู้ต้องหาในคดีรวมทั้งสิ้น 6 ราย ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอาวุธปืนสั้น Glock ให้กับผู้ไม่มีคุณสมบัติ โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ตั้งเรื่องสอบสวนทางวินัยและดำเนินคดีอาญาแล้ว สำหรับแหล่งที่มาของอาวุธสงครามอย่างปืน M16 และวัตถุระเบิด แม้กลุ่มผู้ค้าจะพยายามทำลายหลักฐานด้วยการลบหมายเลขประจำปืน แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถสืบทราบแหล่งที่มาได้อย่างน้อย 1 กระบอกแล้ว และกำลังเร่งสืบสวนต่อถึงกระบวนการลักลอบนำเข้า

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวทิ้งท้ายว่ากรณีที่มองว่าการจับกุมเกิดจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำว่า ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในการจับกุมไม่ได้มาจากอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือไหวพริบและปฏิภาณของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เข้าระงับเหตุคนแรก ซึ่งสังเกต ตรวจค้น และขยายผลจนพบความผิดปกติ ทำให้สามารถสกัดกั้นและจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อนที่จะนำอาวุธไปก่อเหตุร้าย พร้อมยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เคยมีการด่วนสรุปคดี ทุกกระบวนการสืบสวนสอบสวน การตั้งข้อหา และการให้ข่าวต่อสาธารณชน ล้วนดำเนินไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏอย่างเป็นขั้นตอน รัดกุม และโปร่งใสมาโดยตลอด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DSI รวบหนุ่มปลอมเว็บโรงแรม หลอกผู้เสียหายโอนค่าที่พัก
DSI รวบหนุ่มปลอมเว็บโรงแรม หลอกผู้เสียหายโอนค่าที่พัก