แอมเนสตี้เผยสถิติโทษประหารชีวิตทั่วโลก พุ่งสูงสุดในรอบ 44 ปี ขณะเดียวกันมี 145 ประเทศทั่วโลกยกเลิกโทษประหารแล้ว ขณะซาอุฯครองแชมป์มากสุด 356 ครั้ง ส่วนสหรัฐฯ ตัวเลขพุ่งมากสุดตั้งแต่ปี 52 พบปี 68 ประหารถึง 47 ครั้ง
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยรายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตและการประหารชีวิตทั่วโลกประจำปี 2568 ชี้ตัวเลขการประหารชีวิตทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยมีการบันทึกการประหารชีวิตอย่างน้อย 2,707 ครั้ง ใน 17 ประเทศ ซึ่งเป็นยอดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2524 และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 78 เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีการประหารชีวิตอย่างน้อย 1,518 ครั้ง
รายงานระบุว่า การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้ส่วนใหญ่มาจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ที่มีการประหารชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมียอดรวมอย่างน้อย 2,159 คน คิดเป็นร้อยละ 80 ของการประหารชีวิตทั้งหมดที่แอมเนสตี้ฯ บันทึกได้ นอกจากนี้ ประเทศที่มีการประหารชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่:
ซาอุดีอาระเบีย: มีการประหารชีวิตอย่างน้อย 356 ครั้ง และยังคงมีการใช้โทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวางกับความผิดด้านยาเสพติด
คูเวต: เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า จาก 6 ครั้ง ในปี 2567 เป็น 17 ครั้ง ในปี 2568
อียิปต์: เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จาก 13 ครั้ง ในปี 2567 เป็น 23 ครั้ง ในปี 2568
สิงคโปร์: เพิ่มขึ้นจาก 9 ครั้ง เป็น 17 ครั้ง
สหรัฐอเมริกา: พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2552 โดยมีการประหารชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 25 ครั้ง เป็น 47 ครั้ง
ทั้งนี้ ตัวเลขรวมการประหารชีวิตทั่วโลกในปี 2568 ยังไม่นับรวมประเทศจีน ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เชื่อว่ายังคงมีการประหารชีวิตเกิดขึ้นหลายพันครั้ง และทำให้จีนยังเป็นประเทศที่มีการประหารชีวิตมากที่สุดในโลก แต่ข้อมูลถูกเก็บเป็นความลับของรัฐ นอกจากจีนแล้ว ยังไม่สามารถระบุตัวเลขที่น่าเชื่อถือสำหรับการประหารชีวิตในเกาหลีเหนือและเวียดนามได้ ซึ่งเชื่อว่ายังคงมีการใช้โทษประหารชีวิตอย่างกว้างขวางเช่นกัน
ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของการประหารชีวิตทั้งหมดในปี 2568 หรืออย่างน้อย 1,257 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 46 เป็นความผิดคดียาเสพติด โดยเฉพาะในอิหร่านพบอย่างน้อย 998 ครั้ง ซาอุดีอาระเบีย 240 ครั้ง สิงคโปร์ 15 ครั้ง และคูเวต 2 ครั้ง บางประเทศยังพบความพยายามขยายขอบเขตการใช้โทษประหารชีวิตให้ครอบคลุมความผิดด้านยาเสพติดมากขึ้น
แม้จำนวนการประหารชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้น แต่การประหารชีวิตยังคงเกิดขึ้นในประเทศกลุ่มน้อย โดยมีเพียง 10 ประเทศที่มีการประหารชีวิตทุกปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564 - 2568) และในปีที่ผ่านมา มี 4 ประเทศที่กลับมาเริ่มประหารชีวิตอีกครั้ง ส่งผลให้จำนวนประเทศที่มีการประหารชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 17 ประเทศ
ในด้านความก้าวหน้าของการยกเลิกโทษประหารชีวิต จนถึงสิ้นปี 2568 มี 113 ประเทศที่ได้ยกเลิกโทษประหารสำหรับความผิดอาญาทุกประเภท เพิ่มขึ้นจาก 16 ประเทศในปี 2520 และรวมทั้งหมดมี 145 ประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้ว ทั้งในทางกฎหมายหรือในทางปฏิบัติ สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการยุติโทษประหารชีวิตยังคงดำเนินต่อไปในระดับโลก.




