'นายกฯ-เอกนิติ' หารือ 'มาครง' ปธน.ฝรั่งเศส กระชับร่วมมือเศรษฐกิจ ถก 'แอร์บัส' ช่วยดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินอาเซียน
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม กระทรวงการคลังเผยแพร่ข่าวภารกิจของ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ระหว่างเดินทางเยือนประเทศฝรั่งเศสว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.30 น. (เวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส) ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่นายอนุทิน พร้อมคณะทีมไทยแลนด์ โดยมีนายเอกนิติ เข้าร่วม
รายงานจ่าวแจ้งว่า ทั้งสองฝ่ายยังร่วมหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคต
การหารือครั้งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–ฝรั่งเศสที่มีความใกล้ชิดมากขึ้น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน การเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ และการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พร้อมย้ำว่า ไทยพร้อมเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจระยะยาวกับฝรั่งเศสและภาคธุรกิจยุโรป
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านั้น นายอนุทิน และนายเอกนิติ พร้อมคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้พบหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Airbus Group SE ผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ซึ่งดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 40 ปี ครอบคลุมทั้งเครื่องบินพาณิชย์ อากาศยานด้านความมั่นคง เทคโนโลยีอวกาศ ระบบดาวเทียม และธุรกิจ MRO หรือการซ่อมบำรุงอากาศยาน
นายเอกนิติระบุว่า Airbus ได้เปิดเผยแผนการขยายการลงทุนในระบบการบินยุคใหม่ ทั้งด้าน Digital Aviation, Virtual Reality, Augmented Reality และการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมอากาศยานในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์ปฏิบัติการสำคัญของ Airbus นอกประเทศฝรั่งเศส ซึ่งแผนดังกล่าวสอดคล้องกับแผนของรัฐบาลที่ต้องการยกระดับประเทศไทยจากฐานการผลิต ไปสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีการบินและบุคลากรอากาศยานสมัยใหม่ของภูมิภาค อันจะเป็นการดึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และงานทักษะสูงเข้ามาเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นายเอกนิติยังระบุว่า นอกจากนี้นายอนุทิน ยังนำคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และบีโอไอ พบหารือกับบริษัท EssilorLuxottica ผู้นำระดับโลกด้านแว่นตาและเลนส์สายตา เจ้าของแบรนด์ Ray-Ban, Oakley และ Varilux ซึ่งลงทุนในไทยมาเกือบ 40 ปี โดยบริษัทดังกล่าวมีแผนจะขยายการลงทุนด้าน AI Glasses ในประเทศไทย ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะผสานระบบ AI และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะเข้ากับแว่นตาระดับไฮเอนด์ เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถบันทึกภาพ เสียง ฟังดนตรี รวมถึงเชื่อมต่อกับผู้ช่วย AI เพื่อแปลภาษา ผ่านการสั่งงาน ด้วยเสียง
นายเอกนิติฯ ระบุว่า การตัดสินใจลงทุน AI Glasses ในประเทศไทยสะท้อนว่า นักลงทุนระดับโลกเริ่มมองไทยเป็นฐานการผลิตสินค้านวัตกรรมและ Smart Electronics มากขึ้น ไม่ใช่เพียงฐานการผลิตแบบดั้งเดิม ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่รัฐบาลต้องการผลักดันเศรษฐกิจไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต




