News Logo
หน้าแรก
แจ้งความ ปปป. เอาผิดอธิบดีอัยการปริศนาเพิ่ม แอบอ้างชื่อ '2บิ๊ก ตร.'

แจ้งความ ปปป. เอาผิดอธิบดีอัยการปริศนาเพิ่ม แอบอ้างชื่อ '2บิ๊ก ตร.'

8 มิ.ย. 2569 13:29
ผู้ชม 27 คน

อธิบดีอัยการปปท.ภาค5 มอบหมายทนายความ หอบหลักฐานแจ้ง ปปป. เอาผิดอธิบดีอัยการปริศนา ปมเสนอเงิน 4 แสน แอบอ้างชื่อ "บิ๊กเต่า-ผู้การแป๊ะ" เคลียร์คดีทุจริตปฏิบัติการ "รุมกินโต๊ะ" เชียงใหม่

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายอภิวัฒน์ ขันทอง ทนายความ ผู้รับมอบอำนาจจากนายเนธิภัททิก เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอธิบดีอัยการรายหนึ่ง ในความผิดฐานเสนอสินบนและแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เพื่อแทรกแซงคดีทุจริต

คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติการ "รุมกินโต๊ะ" เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ได้เข้าจับกุม ผอ.กองช่าง เทศบาลแห่งหนึ่ง พร้อมพวกรวม 3 คน ในข้อหาเรียกรับเงินค่าใบอนุญาตก่อสร้างและต่อเติมร้านอาหารในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยสำนวนคดีได้ถูกส่งฟ้องไปยังผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เมื่อช่วงปลายปี 2568

นายอภิวัฒน์เปิดเผยว่า อดีตอธิบดีอัยการรายนี้มีพฤติการณ์เสนอเงินจำนวน 400,000 บาท ให้กับนายเนธิภัททิก ซึ่งเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เพื่อแลกกับการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางรายในคดีดังกล่าว แต่นายเนธิภัททิกได้ปฏิเสธรับเงินและยืนยันที่จะสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเที่ยงธรรม

หลังจากทราบว่าจะมีการสั่งฟ้อง อดีตอธิบดีอัยการรายนี้ได้โทรศัพท์มาอ้างว่าได้ "เคลียร์คดีเรียบร้อยแล้ว" ทั้งกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หรือ “บิ๊กเต่า" และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 หรือ "ผู้การแป๊ะ" โดยอ้างว่าจะดึงสำนวนกลับมาสั่งไม่ฟ้องและทางตำรวจจะไม่ทำความเห็นแย้ง

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงยืนยันว่า ไม่มีการตกลงหรือเคลียร์คดีตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการแอบอ้างชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งสองท่านเพื่อสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง

สำหรับการเดินทางมายื่นเอกสารเพิ่มเติมในวันนี้ นายอภิวัฒน์ระบุว่าเป็นการนำพยานหลักฐานความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มบุคคลผู้กระทำความผิดกับอดีตอธิบดีอัยการรายดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ต้องหาและบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อได้ให้การปฏิเสธว่าไม่รู้จักกับอดีตอธิบดีอัยการคนดังกล่าว แต่จากการสืบสวนพบความเชื่อมโยงในการทำธุรกิจร่วมกัน รวมถึงมีการไปร่วมแสดงความยินดีในวาระต่าง ๆ จึงได้รวบรวมหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนคดี

นายอภิวัฒน์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า รายละเอียดการมอบเงินนั้นไม่ทราบแน่ชัด แต่ทราบว่ามีการติดต่อเข้ามาพูดคุยกันภายในสำนักงานของอธิบดีอัยการคนปัจจุบัน ซึ่งท่านอธิบดีฯ ได้บันทึกวิดีโอเหตุการณ์ขณะพูดคุยไว้ทั้งหมด ถือเป็นหลักฐานสำคัญ โดยเงินจำนวน 400,000 บาทนั้น เป็นของฝ่ายกลุ่มผู้ต้องหาที่ส่งต่อผ่านบุคคลภายนอกซึ่งมีความสนิทสนมกับอดีตอธิบดีอัยการรายนี้ ก่อนที่จะนำเงินมาเสนอให้ท่านอธิบดีฯ

เบื้องต้น ข้อกล่าวหาเข้าข่ายความผิดฐานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งอันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 รวมถึงข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นายอภิวัฒน์ได้ฝากเตือนประชาชนว่า หากมีกรณีที่มีบุคคลมาแอบอ้างชื่อผู้ใหญ่ในลักษณะนี้ ขอให้ตรวจสอบหรือเข้าพบผู้ใหญ่ในหน่วยงานนั้น ๆ โดยตรง เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากปัจจุบันมักมีขบวนการแอบอ้างวิ่งเต้นคดีอยู่บ่อยครั้ง สำหรับรายละเอียดความสัมพันธ์เชิงลึกระหว่างบุคคลเหล่านั้น ทางพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อไป

สำหรับประเด็นที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว และ พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ถูกแอบอ้างชื่อนั้น ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการให้สัมภาษณ์หรือความคืบหน้าเรื่องการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่แอบอ้างแต่อย่างใด

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รบ. ชวน ปชช.เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ล่าสุดยอดลงทะเบียนกว่า 4.5 แสนคน
รบ. ชวน ปชช.เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ล่าสุดยอดลงทะเบียนกว่า 4.5 แสนคน