News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน'-คณะ ถึงเวียดนาม-พบเอกชนไทยย้ำ 'เติบโตไปด้วยกัน'

'อนุทิน'-คณะ ถึงเวียดนาม-พบเอกชนไทยย้ำ 'เติบโตไปด้วยกัน'

8 มิ.ย. 2569 14:07
ผู้ชม 26 คน

นายกรัฐมนตรี-คณะ ถึงเวียดนาม-พบเอกชนไทยในเวียดนาม แลกเปลี่ยนมุมมองการดำเนินธุรกิจย้ำ 'เติบโตไปด้วยกัน'

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2569 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงฮานอย ซึ่งตรงกับเวลาประเทศไทย) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีนายเหงียน ดิ่ญ คาง (Mr. Nguyen Dinh Khang) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงชาติพันธุ์และกิจการศาสนาเวียดนามในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศให้การต้อนรับ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีพร้อมเริ่มภารกิจทันทีภายหลังเดินทางถึง โดยในช่วงเช้าจะพบหารือกับภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ก่อนหารือกับภาคเอกชนเวียดนาม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกัน

สำหรับในช่วงบ่ายจะเป็นกำหนดการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งประกอบด้วยพิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานประธานโฮจิมินห์ จากนั้นจะเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม และการหารือเต็มคณะระหว่างสองฝ่าย ก่อนเข้าเยี่ยมคารวะประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม และเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งนายกรัฐมนตรีเวียดนามเป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีไทย

สำหรับวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย. 2569) ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสของภูมิภาค ตลอดจนแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือเพื่ออนาคตของอาเซียนร่วมกัน

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเข้าเยี่ยมคารวะนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รวมทั้งเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันซึ่งเลขาธิการใหญ่พรรคฯ เป็นเจ้าภาพ

ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมงาน Thailand–Vietnam Investment and Business Forum ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พร้อมพบหารือกับภาคเอกชนเวียดนามรายสำคัญเพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงค่ำวันเดียวกัน

@ พบเอกชนไทยในเวียดนาม

ในวันเดียวกันนางสาวรัชดา เปิดเผยว่า นายอนุทิน พบหารือกับผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจและลงทุนในเวียดนาม เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม

ภาคเอกชนที่เข้าร่วมหารือในครั้งนี้มาจากหลากหลายอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ภาคเกษตรและอาหาร ค้าปลีก การเงิน พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้างและการผลิต ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนาม และมีศักยภาพในการขยายการค้าการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต โดยมีผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วมการหารือกว่า 30 คน

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับผู้แทนภาคเอกชนไทยในเวียดนาม พร้อมระบุว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่งเช่นกัน สะท้อนถึงความใกล้ชิดของความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม และส่งสัญญาณว่าทั้งสองประเทศซึ่งเป็นเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค มีความพร้อมที่จะนำศักยภาพของทั้งสองประเทศมาผสานกันเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในอนาคต

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำแนวคิดว่า “เติบโตไปด้วยกัน” เนื่องจากการเติบโตของทั้งสองประเทศส่งผลเชิงบวกต่อกัน โดยเวียดนามมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของโลก ขณะที่ไทยมีความเข้มแข็งด้านอุตสาหกรรม การบริการ โลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงกับภูมิภาค จึงมีศักยภาพที่จะร่วมกันเป็น “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์” ในการขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของอาเซียน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเวียดนาม

สำหรับการเยือนเวียดนามครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าพบหารือกับผู้นำระดับสูงของเวียดนาม ทั้งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม โดยในการหารือจะครอบคลุมเรื่องที่ภาคเอกชนสะท้อนมา และจะโฟกัสการส่งเสริมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และการสร้างสภาพแวดล้อมและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน (Ease of Doing Business) รวมทั้งผลักดันการลงทุนระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในระยะยาว

โอกาสนี้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการอาวุโสหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมมิตรภาพไทย-เวียดนาม กล่าวชื่นชม วิสัยทัศน์นายกรัฐมนตรี ที่ได้นำคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงด้านเศรษฐกิจ และฝ่ายความมั่นคง เป็นคณะใหญ่ที่สุดที่เคยเดินทางมาเยือนเวียดนาม   รวมถึงการพบหารือกับภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนามครั้งนี้ ถือเป็น โมเดล “ทีมไทยแลนด์ พลัส”  คือภาครัฐ-เอกชน จับมือร่วมกันทำงานยังเป็นการมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจแบบรอบด้านระหว่างไทย-เวียดนาม อย่างเป็นรูปธรรมแบบชัดเจน  

ขณะที่ผู้แทนภาคเอกชนไทย กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เปิดโอกาสให้พบหารือในวันนี้ พร้อมได้แลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม รวมทั้งจุดแข็งและแนวปฏิบัติที่ดีของเวียดนามในการส่งเสริมการค้าและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศที่ไทยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ทั้งนี้ แม้จะมีความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในด้านการค้าและการลงทุน แต่ก็ยังมีโอกาสที่ไทยสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมและต่อยอดความร่วมมือกับเวียดนามได้มากยิ่งขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวปิดการหารือว่า การรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคเอกชนถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายและมาตรการสนับสนุนได้อย่างตรงจุด สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ

“รัฐบาลนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกท่าน ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้รัฐบาลไทยสามารถตอบโจทย์ภาคธุรกิจของคนไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนไทยและเวียดนาม จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่

  1. บันทึกความเข้าใจระหว่างกลุ่มอมตะกับบริษัท FPT Corporation ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนามาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate)

  2. บันทึกความเข้าใจระหว่างกลุ่มบริษัท CP กับบริษัท FPT Corporation ว่าด้วยความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ภาพ1

ภาพ1

ภาพ2

ภาพ2

ภาพ3

ภาพ3

ภาพ4

ภาพ4

ภาพ5

ภาพ5

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลฯยกฟ้อง 'แอม ไซยาไนด์' คดีฆ่าแม่ค้าผัก หลักฐานอ่อน ปมล้างหนี้ไม่ชัด
ศาลฯยกฟ้อง 'แอม ไซยาไนด์' คดีฆ่าแม่ค้าผัก หลักฐานอ่อน ปมล้างหนี้ไม่ชัด