DSI สนธิกำลังพันธมิตรทั้งในประเทศ-หน่วยงานเกาหลีใต้ ลุย "พิฆาตยาเสพติด" เครือข่าย "หนูเฉิน-จีนเทา" ยึดสารตั้งต้นกว่า 50 ตัน ขัดขวางผลิตยาบ้าได้ 1,100 ล้านเม็ด ด้าน 'อนุทิน' ร่วมนำทีม ย้ำปฏิบัติการนี้หวังตัดวงจรยาเสพติดข้ามชาติ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษหรื DSI ได้ออกเอกสารข่าวแจกระบุว่า เมื่อค่ำวานนี้ (9 มิถุนายน 2569) เวลา 20.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมด้วยหน่วยงานภาคีทั้งในและต่างประเทศ เปิดปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” บุกตรวจค้น 10 จุด ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ และระยอง เพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติด "นายหนูเฉิน" และ "จีนเทา" ที่ลักลอบผลิตและส่งสารตั้งต้นยาเสพติดข้ามชาติไปยังพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยสามารถตรวจยึดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์สำคัญ 5 ชนิด รวมน้ำหนักกว่า 50 ตัน ซึ่งหากนำไปผลิตยาเสพติด จะสามารถผลิตยาบ้าได้มากถึง 1,100 ล้านเม็ด หรือไอซ์ 21 ตัน
การแถลงข่าวผลการปฏิบัติการครั้งสำคัญนี้จัดขึ้น ณ โกดังโรงงานแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ พลตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส., พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รวมถึงตัวแทนจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS) ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในการสืบสวนครั้งนี้
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงนโยบายรัฐบาล "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล" โดยระบุว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญของสำนักงาน ป.ป.ส. กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กอ.รมน. กรมสรรพสามิต กรมโรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานนิติวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างประเทศ โดยเฉพาะสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อตัดวงจรการผลิตและค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างเด็ดขาด
ปฏิบัติการครั้งนี้มีที่มาจากความร่วมมือด้านข่าวกรองกับรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยสำนักข่าวกรองแห่งชาติเกาหลี (NIS) ได้ขยายผลข้อมูลจนนำไปสู่การส่งตัว นายหนูเฉิน ผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญให้กับทางการไทยเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา จากนั้น สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคีได้ร่วมกันขยายผลเพิ่มเติม พบว่านายหนูเฉินมีเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยหนึ่งในนั้นคือการลักลอบซื้อขายและส่งสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์เพื่อนำไปใช้ในโรงงานผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ
นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทที่ถูกตรวจค้นยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม "จีนเทา" ซึ่งเคยก่อเหตุลักลอบนำสารเคมีไปใช้ในการผลิตเอโทมิเดต (วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2) เพื่อผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย และได้มีการจับกุมไปแล้ว 4 ครั้ง การปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดเพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดและตัดตอนการผลิตยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่ประเทศไทย
สารตั้งต้นที่ถูกยึดได้ประกอบด้วย 5 ชนิด ดังนี้:
อาเซโตน 9,105 กิโลกรัม (ใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก)
กรดไฮโดรคลอริก 225 กิโลกรัม (ใช้ในอุตสาหกรรมโลหะ การฟอกขาว ผลิตปุ๋ย ทำความสะอาด ยา และสารอินทรีย์)
กรดอะซิติก 10,170 กิโลกรัม (ใช้ในอุตสาหกรรมย้อมผ้า ฟอกหนัง)
กรดซัลฟิวริก 4,500 กิโลกรัม (ใช้ล้างคราบไขมัน หรือชุบผิวโลหะ)
ไดออกทิล ทาเลต (Dioctyl Phthalate) 26,000 กิโลกรัม
สารเคมีเหล่านี้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม จากการตรวจสอบ ณ จุดเกิดเหตุ ไม่พบหลักฐานการได้รับใบอนุญาตให้ครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการยึดของกลางเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




