DSI รวบผู้ต้องหาหลอกทำบัตรประชาชนปลอมผ่านเฟซบุ๊ก หลังมีผู้เสียหายกว่า 40 ราย ถูกหลอกโอนเงินแต่ไม่ได้รับบัตร พฤติการณ์ผู้ต้องหาอ้างเพิ่มข้อมูลเข้าสู่ระบบกรมการปกครองได้ คิดค่าบริการตั้งแต่ 3,500 - 15,000 บาท ก่อนเชิดเงินหนี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI ได้ออกเอกสารกรณี DSI จับกุมตัวนางสาวอัจฉราพร (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 593/2569 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ในข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน อันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาท ร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และประมวลกฎหมายอาญา โดยเจ้าหน้าที่จากศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันเดียวกัน
การจับกุมครั้งนี้ เจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว
คดีนี้เป็นคดีพิเศษที่ 100/2567 ของกองคดีเทคโนโลยีและสื่อสาร โดยนางสาวอัจฉราพรฯ กับพวก รวม 3 ราย มีพฤติการณ์ร่วมกันจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยใช้เฟซบุ๊กชื่อ “คนไทยมีสิทธิ์ ต้องมีบัตร” และ “สุทธิชัย จันทร์งาม” โฆษณารับดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนปลอม อ้างว่าสามารถเพิ่มข้อมูลบุคคลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของกรมการปกครองได้ พร้อมนำภาพบัตรประจำตัวประชาชนที่อ้างว่าเป็นของลูกค้ารายอื่นมาเผยแพร่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเรียกเก็บค่าดำเนินการตามอัตราที่กำหนด ได้แก่ แบบธรรมดา ราคา 3,500 บาท แบบลายน้ำ ราคา 6,500 บาท และแบบบัตรสวม ราคา 15,000 บาท ซึ่งหลังจากผู้เสียหายโอนเงินแล้วกลับไม่ได้รับบัตรประจำตัวประชาชนตามที่โฆษณา ส่งผลให้มีประชาชนได้รับความเสียหายจากการกระทำดังกล่าวถึง 40 ราย
การดำเนินการในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กำหนดให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงการบังคับบัญชา จัดชุดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ยังหลบหนีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป




