News Logo
หน้าแรก
ตร.ทลายฟอกเงินข้ามชาติ รวบบอสใหญ่เพียบ พบมีผู้ต้องหาช็อกเข้า ICU

ตร.ทลายฟอกเงินข้ามชาติ รวบบอสใหญ่เพียบ พบมีผู้ต้องหาช็อกเข้า ICU

19 มิ.ย. 2569 18:38
ผู้ชม 10 คน

ตร.ทางหลวงทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ "คอกม้าจีนเทา" ภายใต้ปฏิบัติการภาค 3 "ทลายคอกม้ารังมังกร" รวบผู้บงการ-บอสใหญ่ฝั่งไทย-ล่ามข้ามชาติ พร้อมยึดตรายางนิติบุคคลบังหน้ากว่า 20 แห่ง หนึ่งในผู้ต้องหาถึงขั้นช็อกหมดสติ ต้องเข้ารักษาตัวห้อง ICU

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้มีการแถลงข่าวกรณีตำรวจทางหลวงทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ "คอกม้าจีนเทา" ในปฏิบัติการภาค 3 ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ "ทลายคอกม้ารังมังกร" โดยมี พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ สวญ.ส.ทล. 2 กก.2 บก.ทล., พ.ต.ต.ศุภณัฐ บัณฑิตไทย สว.ส.ทล.2 กก.2 บก.ทล. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว.

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องจากปฏิบัติการทลายปาร์ตี้คอกม้าพูลวิลล่าเมื่อเดือนมกราคม 2569 ซึ่งในครั้งนั้นสามารถจับกุมเครือข่ายบัญชีม้าได้ 9 ราย ที่ตระเวนเก็บเงินสดจากเหยื่อสร้างความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท นำไปสู่การขยายผลในภาคที่ 2 เมื่อเดือนมีนาคม 2569 เพื่อทลายขบวนการ "ฟอกเงิน-ฟอกคน" ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าค้นเซฟเฮาส์คอนโดหรูย่านห้วยขวางและจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 8 ราย พร้อมทั้งพบรูปแบบการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มเทรดหุ้น การซื้อทองคำ และการใช้โรงเรียนสอนภาษาบังหน้าเพื่อทำหน้าที่ "ฟอกคน" ข้ามชาติ โดยมีเงินหมุนเวียนสูงถึงกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน.

จนกระทั่งล่าสุด ในปฏิบัติการ "ทลายคอกม้ารังมังกร" ตำรวจได้สืบสวนเชิงลึกจนสามารถถอนรากถอนโคนกลุ่มผู้บริหารจัดการเงินดำฝั่งประเทศไทยได้สำเร็จ โดยได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 10 คน ซึ่งประกอบด้วยบุคคลสัญชาติไทย จีน และกัมพูชา และขณะนี้สามารถจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้แล้ว 4 ราย.

ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมประกอบด้วย นายกฤตพัฒน์ หรือเฟรม อายุ 30 ปี หัวหน้าเครือข่ายฝั่งไทย ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและสร้างคอกม้า รวมถึงบริหารจัดการการฟอกเงินทั้งหมด โดยรับคำสั่งโดยตรงจากบอสใหญ่ชาวจีน. รายต่อมาคือ นายสิทธิ อายุ 45 ปี ม้าตัวแทนระดับสูง ทำหน้าที่ทำธุรกรรมต่างๆ ตามคำสั่งของนายเฟรม และยังให้นายเฟรมใช้ชื่อ เอกสาร รวมถึงบัญชีส่วนตัวในการทำธุรกรรม. รายที่สามคือ นายพลธวัฒน์ หรืออาเซน อายุ 33 ปี ทำหน้าที่เป็นล่ามคอยถ่ายทอดคำสั่งจากบอสจีนส่งตรงให้กับนายเฟรม. และ น.ส.ณัฐพร อายุ 24 ปี แฟนสาวของนายเฟรม ซึ่งคอยให้ความช่วยเหลือในการจัดหาบัญชีม้าและอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆ.

สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลืออีก 6 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่ โดยมีผู้ต้องหารายสำคัญที่ยังหลบหนีคือ อาเทา สัญชาติจีน บอสใหญ่ฝ่ายการเงินซึ่งเปิดบริษัททำหน้าที่รับฟอกเงินให้กับแก๊งสแกมเมอร์. นายเหลาฉง สัญชาติจีน อายุ 35 ปี ทำหน้าที่ควบคุมทีมม้ากดเงินสดและคุมการซื้อทองคำแท่งในประเทศไทยเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเชิดเงินหนี. และ นายเปรียว สัญชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา ทำหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือกลุ่มสมาชิกเครือข่ายที่พำนักอยู่ทางฝั่งประเทศกัมพูชา.

พ.ต.ท.กฤตย์ ได้กล่าวถึงความท้าทายในการติดตามจับกุมตัว นายกฤตพัฒน์ หรือ เฟรม ซึ่งเป็นตัวการหลักระดับสั่งการในประเทศไทย เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์หลบหนีที่รัดกุมและระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง โดยใช้วิธีย้ายที่พักไปตามโรงแรมหรูต่างๆ และจะกบดานอยู่แต่ภายในห้องพัก ไม่ออกมาภายนอก ทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้แม่บ้านของโรงแรมเข้ามาทำความสะอาด. ในการทำธุรกรรมจะใช้บุคคลอื่นทำแทนทั้งหมด รวมถึงการใช้ซิมโทรศัพท์มือถือที่เป็นชื่อของผู้อื่นมากกว่า 10 หมายเลข สลับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ แม้กระทั่งการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน ก็จะใช้วิธีให้ไปส่งยังสถานที่อื่นเพื่อตบตาและป้องกันการแกะรอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ.

อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนได้แกะรอยจนพบว่านายเฟรมได้พำนักอยู่ร่วมกับนายสิทธิ ซึ่งเป็นนอมินีคนสำคัญ ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งย่านหลังสวน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังบุกเข้าจับกุมตัวไว้ได้. จากการตรวจค้นตัวนายเฟรมและภายในห้องพัก พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวนกว่า 70 เม็ด. ในวินาทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวเข้าจับกุมนั้น นายเฟรมเกิดอาการตกใจสุดขีดจนเกิดภาวะช็อกหมดสติล้มลงไปกับพื้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและประสานรถพยาบาลฉุกเฉินเพื่อนำตัวส่งรักษาที่ห้อง ICU เป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่งแพทย์ระบุว่าอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย.

พล.ต.ต.พรศักดิ์ กล่าวเสริมว่า จากปฏิบัติการครั้งนี้ นอกเหนือจากการจับกุมผู้ต้องหารายต่างๆ แล้ว ยังสามารถตรวจยึดตรายางและเอกสารการจดทะเบียนบริษัทได้มากกว่า 20 บริษัท ซึ่งบริษัทเหล่านี้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มเครือข่ายของนายเฟรม เพื่อใช้ในลักษณะ "ม้านิติบุคคล" และเป็นช่องทางหลักในการนำเงินดำที่ได้จากการกระทำความผิดมาฟอกผ่านบัญชีบริษัท. นอกจากนี้ยังตรวจพบพฤติการณ์การนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย โอนเข้าไปยังแพลตฟอร์มการลงทุนเพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน ก่อนจะกระจายเงินออกไปยังบัญชีม้าในแถวถัดไป ซึ่งการตรวจพบเส้นทางดังกล่าวได้นำไปสู่การสืบสวนและดำเนินคดีกับกลุ่มบัญชีม้าอีกจำนวน 28 ราย ที่ใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในการช่วยฟอกเงินให้กับขบวนการนี้. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.รวบตัวบอสใหญ่ฝั่งไทย-พวก เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ขบวนการฟอกเงิน
ตร.รวบตัวบอสใหญ่ฝั่งไทย-พวก เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ขบวนการฟอกเงิน