News Logo
หน้าแรก
แก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างรัฐ! เลิกยึดเกณฑ์ ‘ราคาต่ำสุด’ สกัดปัญหาทิ้งงาน

แก้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างรัฐ! เลิกยึดเกณฑ์ ‘ราคาต่ำสุด’ สกัดปัญหาทิ้งงาน

21 มิ.ย. 2569 12:36
ผู้ชม 73 คน

โฆษกรัฐบาลเผย ความคืบหน้าร่างแก้ไข พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ เตรียมเสนอ รมว. คลัง และกรมบัญชีกลางพิจารณา ชูหัวใจสำคัญ ปรับเกณฑ์เลือกคู่สัญญาเน้นความคุ้มค่ารอบด้านมากกว่าราคาต่ำสุด ปิดช่องผู้รับเหมาทิ้งงาน

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันร่างแก้ไขพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ) เพื่อปรับระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ได้งานที่มีคุณภาพและคุ้มค่า

ความคืบหน้าล่าสุด นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงอธิบดีกรมบัญชีกลางร่วมกันพิจารณา ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ สอดคล้องโดยตรงกับนโยบายรัฐบาลด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย ข้อ 22.4 ที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา ว่าจะปรับปรุงกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้รัฐได้พัสดุหรือบริการที่คุ้มค่า สมเหตุสมผล และไม่พิจารณาจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว

สาระสำคัญของร่างแก้ไขฉบับนี้ คือการปรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่สัญญาของรัฐ โดยให้หน่วยงานพิจารณาจากประโยชน์ของทางราชการ วัตถุประสงค์การใช้งาน และขีดความสามารถในการปฏิบัติตามสัญญาของผู้ยื่นข้อเสนอมากกว่าการใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งให้นำต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน มาตรฐานสินค้าและบริการ บริการหลังการขาย พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริม รวมถึงผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมามาประกอบการพิจารณาด้วย

ประเด็นดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดเป็นหลัก มักประสบปัญหาผู้ชนะประมูลทิ้งงานหรือไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ ส่งผลให้โครงการภาครัฐล่าช้าและส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชนในท้ายที่สุด

น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า ร่างกฎหมายได้เพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญาและการขึ้นบัญชีผู้ทิ้งงานให้ครอบคลุมกรณีคู่สัญญาทำงานบกพร่องหรือผิดพลาดอย่างร้ายแรง ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รัฐมีเครื่องมือจัดการคู่สัญญาที่สร้างความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะได้จริง

อีกประเด็นสำคัญคือ ให้อำนาจหัวหน้าหน่วยงานของรัฐคู่สัญญาสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาเป็นผู้ทิ้งงานได้โดยตรง แล้วจึงแจ้งปลัดกระทรวงการคลังเพื่อเวียนรายชื่อในระบบกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะนำไปสู่การลดความล่าช้าและปิดช่องผู้ประกอบการที่มีปัญหาไปเสนอราคากับหน่วยงานอื่นต่อ นอกจากนี้ ในร่างกฏหมายยังได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการใช้สิทธิอุทธรณ์โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพราะปัจจุบันมีการอุทธรณ์แทบจะทุกโครงการ ซึ่งส่งผลให้การจัดซื้อจัดจ้างล่าช้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลุยนอมินี ‘ภูเก็ต-กระบี่’ เจอ 66 บริษัทส่อถือครองที่ดินอำพราง
ลุยนอมินี ‘ภูเก็ต-กระบี่’ เจอ 66 บริษัทส่อถือครองที่ดินอำพราง