ตม.บุกรวบหนุ่มฝรั่งเศส หนีคดีแชร์ลูกโซ่ 8 พันล้าน ตามหมายจับตำรวจสากล แอบกบดานในวิลล่าหรูเมืองชะอำ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สังกัด กก.สส.บก.ตม.3 เข้าควบคุมตัวชายสัญชาติฝรั่งเศส ผู้ต้องหาคดี ฉ้อโกงโดยการหลอกลงทุน ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ตามหมายจับของประเทศฝรั่งเศส และหมายแดงของอินเตอร์โพล หลังตรวจพบหลบหนีซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ตามนโยบาย ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.)ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและคนร้ายเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะคนร้ายข้ามชาติที่กระทำความผิดที่ส่งผลเสียต่อสังคมเป็นวงกว้างและเข้ามากบดานซ่อนตัวในประเทศไทย
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เดโช โสสุวรรณากุล, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 สนธิกำลัง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง นำโดยพ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 ตรวจสอบ หลังมีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการปรากฏตัว ของนาย Dogan (นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของทางการฝรั่งเศสและตุรกี รวมถึงตำรวจสากล โดยเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการ หลอกลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยพล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ได้ลงนามแจ้งการเพิกถอนวีซ่า และสั่งการให้ชุดสืบสวนกก.สส.บก.ตม.3 นำโดย พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริญศักดิ์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวนติดตามจับกุม ในเวลาประมาณ 15:00 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2569 หลังการสืบสวนหาข่าวทราบว่าพบตัวเป้าหมายเข้าพักอาศัยในวิลล่าหรูแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จ.เพชรบุรี จึงสนธิกำลังบุกเข้าไปแสดงตัว ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง
รายงานข่าวแจ้งว่า ผลการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องสงสัยคือ MR.Dogan(นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติฝรั่งเศสจริง จึงควบคุมตัวมาตรวจสอบอัตตลัษณ์บุคคลอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากมีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 12 (7)
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับที่มาคดีดังกล่าว ผู้ต้องหาร่วมกับพวกรวม 5 รายก่อตั้งบริษัทด้านดิจิทัลไฟแนนซ์ ในปี 2565 และสร้างความน่าเชื่อถือโดยอ้างว่ามีความเกี่ยวข้องกับบริษัทการเงินขนาดใหญ่ในดูไบ จากนั้นชักชวนผู้ลงทุน โดยเฉพาะชาวตุรกีที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ ซึ่งนักลงทุนแต่ละรายถูกชักชวนให้ลงทุนตั้งแต่ 20,000–300,000 ยูโร พร้อมสัญญาผลตอบแทนสูงมาก เช่น กำไร 15% ต่อเดือนกำไรปีละ 5 เท่าของเงินต้น และโบนัส 10% สำหรับการชวนสมาชิกใหม่เข้าร่วมลงทุนซึ่งเป็นลักษณะที่คล้ายระบบแชร์ลูกโซ่ (Ponzi scheme) ทนายฝ่ายผู้เสียหายระบุว่ามีผู้เสียหายราว 900 คน จากหลายประเทศทั่วโลก และความเสียหายอาจสูงถึง 200 ล้านยูโร หรือประมาณ 7.5–8 พันล้านบาท หลังเข้าจับกุม สตม. จะดำเนินการส่งกลับคนร้ายข้ามชาติร้ายดังกล่าวนี้ไปยังประเทศที่มีมีการร้องขอ เพื่อดำเนินคดีต่อไป







