‘ณัฐพงษ์’ นำทัพพรรคประชาชนลงพื้นที่ช่วย ‘ชัยวัฒน์’ หาเสียง มั่นใจกระบวนการคัดกรอง สก. เข้มงวด ไร้ปัญหางูเห่าย้ายขั้ว ด้าน ‘ชัยวัฒน์’ ชูเจตจำนงแก้ปัญหากรุงเทพฯ ที่โครงสร้างและต้นตอ ตั้งเป้ากวาดเก้าอี้ สก. ครบ 50 เขต ยืนยันพร้อมน้อมรับทุกการตัดสินใจของประชาชน
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และผู้สมัครสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ในนามพรรคประชาชน โดยนายชัยวัฒน์ระบุว่าตนเองอาสาเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่กรุงเทพฯ ด้วยการแก้ไขที่โครงสร้างและต้นตอของปัญหา พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายกวาดเก้าอี้ สก. ให้ครบทั้ง 50 เขต
นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ปัญหากรุงเทพฯ เป็นปัญหาที่วนเวียนซ้ำซาก นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ผ่านมาแล้ว 50 ปี ทางพรรคต้องการให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขจนเสร็จสิ้น เพื่อพากรุงเทพฯ พัฒนาไปข้างหน้า ทั้งนี้ พรรคประชาชนอาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาที่โครงสร้างและต้นตอ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้น
เมื่อถูกถามถึงประเด็นแคมเปญของกลุ่มผู้สมัคร สก. อิสระ ที่เสนอให้นำการเมืองออกจากสภา กทม. นั้น นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ในความเป็นจริงแล้วทุกคนคือนักการเมือง การที่ระบุว่าตนเองเป็นอิสระ จึงไม่แน่ใจว่าเป็นอิสระจากสิ่งใด หรือเป็นอิสระจากประชาชน ทั้งนี้ อยากชี้แจงว่าพรรคประชาชนมีความเหนียวแน่น มีอุดมการณ์และวิสัยทัศน์ร่วมกัน โดยผู้สมัคร สก. ทุกคนมีวาระที่ต้องการพัฒนาเขตและเมืองกรุงเทพฯ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในครั้งนี้พรรคตั้งเป้าหมายให้ สก. ของพรรคทุกคนได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในสภา กทม. และจะสะท้อนผลงานให้เห็นเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา 4 ปี
ส่วนกรณีที่ นายวีระเดช ภู่พิสิฐ หรือ นายกฯ เฮง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน (อบจ.ลำพูน) ปราศรัยพาดพิง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีแต่เนื้อหาการขายฝันนั้น นายชัยวัฒน์ ระบุว่า ตนขอไม่ออกความคิดเห็นในเรื่องนี้มาก เนื่องจากก่อนหน้านี้นายชัชชาติได้พาดพิงนายกฯ เฮง ซึ่งทางนายกฯ เฮง ก็ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับกรณีข้อครหาเรื่องการจัดซื้อของแพงแล้ว และจากการตรวจสอบก็ไม่พบว่ามีสิ่งใดที่ราคาแพง จึงไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็น
นายชัยวัฒน์ ระบุด้วยว่า ไม่ผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมน้อมรับ เนื่องจากกระบวนการเลือกตั้งคือการตัดสินใจของประชาชน และจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ที่สุด
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ทุกคนที่เข้ามาทำงานการเมืองต่างมีพลังขับเคลื่อนในตนเอง และเข้ามาทำงานเพราะต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการตัดสินใจของประชาชนที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-2569 สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ มีความเชื่อมั่นในขบวนการสีส้ม เนื่องจากเห็นผลงานว่า แม้พรรคจะไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่ยังสามารถผลักดันวาระที่ก้าวหน้าได้ถึงเพียงนี้ สำหรับการเมืองท้องถิ่นที่มีงบประมาณปีละ 1 แสนล้านบาท หากพรรคได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง ย่อมจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ โดยอย่างน้อยที่สุดคือการบริหารงบประมาณที่โปร่งใส ซึ่งพรรคประชาชนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ได้
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความมั่นใจของประชาชนว่า หากเลือก สก. พรรคประชาชนแล้ว จะไม่มีการย้ายขั้วทางการเมืองใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2562-2569 กลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า ‘งูเห่า’ มีจำนวนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ และหลายท่านคงได้เห็นมาตรการการตรวจสอบของพรรค อาทิ กรณีของผู้สมัครเขต 33 ของกรุงเทพฯ ซึ่งจะเห็นได้ว่าพรรคมีกระบวนการตรวจสอบภายในเช่นเดียวกัน ตนจึงมีความเชื่อมั่นว่า สก. ของพรรคทุกคน ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองอย่างเข้มงวดและเต็มที่แล้ว




