ป.ป.ส. เปิดข้อมูลเบื้องหลังแอร์สาวชาวพะเยาที่ถูกจับพร้อมเฮโรอีน 1 กิโลกรัมในออสเตรเลีย พบมีหนี้ กยศ.ค้างชำระ รับงานหิ้วกระเป๋าผ่านบัญชีนามแฝง ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งไทยและออสเตรเลียเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ลงพื้นที่ตรวจค้นบ้านมารดาของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหญิงชาวไทย อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดพะเยา ผู้ต้องหาคดีลักลอบนำเข้าเฮโรอีน 1 กิโลกรัมเข้าสู่ออสเตรเลีย หลังถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานเมลเบิร์นเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569
รายงานของ ป.ป.ส. ระบุว่า ผู้ต้องหาใช้นามสมมติว่า "น.ส.มีนา" เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเจ้าหน้าที่ของออสเตรเลียตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในซับในของกระเป๋าผ้าลายช้างจำนวน 12 ใบ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 11 ล้านบาท
จากการสอบสวนเบื้องต้นของ ป.ป.ส. พบว่าผู้ต้องหามีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ โดยผู้ต้องหาส่งเงินให้มารดาเป็นประจำเดือนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ที่ใช้ชื่อมารดาเป็นเจ้าของ ซึ่งมีค่างวดประมาณเดือนละ 8,000 บาท
ป.ป.ส. รายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหายังมีภาระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ค้างชำระอยู่ และจากแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าปัญหาด้านการเงินอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอรับงานหิ้วสินค้าเพื่อหารายได้เพิ่มเติม
ผลการตรวจค้นบ้านมารดาในจังหวัดพะเยาไม่พบยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงผิดปกติ ขณะที่เพื่อนบ้านให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ต้องหาไม่ได้พักอาศัยอยู่กับครอบครัวเป็นประจำ และจะเดินทางกลับบ้านเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดสำคัญ
รายงานของ ป.ป.ส. ยังระบุว่า ผู้ต้องหาเปิดบริษัทรับหิ้วสินค้าและรับงานผ่านช่องทางออนไลน์ โดยในคดีนี้ได้รับการติดต่อจากบัญชีผู้ใช้นามแฝง เช่น "โรส" หรือชื่อคล้าย "แป้ง" ให้ช่วยนำกระเป๋าผ้าลายช้างเดินทางไปยังนครเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แลกกับค่าจ้างประมาณ 8,800 บาท
นอกจากนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคอนโดมิเนียมที่ผู้ต้องหาพักอาศัยในกรุงเทพมหานคร แสดงให้เห็นว่ามีชายรายหนึ่งนำพัสดุมาส่งให้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ก่อนวันเดินทางไปออสเตรเลีย
ด้าน Australian Federal Police ยังคงดำเนินคดีกับผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในออสเตรเลีย โดยถูกแจ้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดในปริมาณเพื่อการค้า ซึ่งแต่ละข้อหามีโทษสูงสุดจำคุก 25 ปี และศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ขณะที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่ากำลังดำเนินการสอบสวนทางวินัย และหากผลการสอบสวนพบว่าพนักงานมีความผิดจริง จะดำเนินการเลิกจ้างตามระเบียบของบริษัท
ทั้งนี้ ป.ป.ส. อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าคดีดังกล่าวมีผู้ร่วมขบวนการ หรือผู้ต้องหาถูกหลอกให้รับหิ้วสัมภาระโดยไม่ทราบว่าภายในซุกซ่อนยาเสพติดหรือไม่ โดยรายงานระบุว่า ในชั้นสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธหรือให้ข้อมูลเพียงจำกัด ขณะที่เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียยังคงรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากของกลางเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไป




