DSI-ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ปิดล้อม 8 จุด อ.แม่สาย-เมืองเชียงราย ยึด 34.3 ล้าน ขยายผลเครือข่ายการเงินค้ายาเสพติดระดับสั่งการ "หนูเฉิน" เป็นหัวหน้าใหญ่ ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลฟอกเงิน ลั่นเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ หลังหัวหน้าใหญ่ถูกับที่เกาหลีใต้
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และหน่วยงานด้านความมั่นคง เปิดปฏิบัติการ "พิฆาตยาเสพติด" ปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ในอำเภอแม่สาย และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อขยายผลเครือข่ายการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) เป็นเครื่องมือในการซุกซ่อนและเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน โดยเป็นการขยายผลเครือข่ายของ นายฐปนันทน์ หรือ นายอธิฐาน หรือ หนูเฉิน ผู้ค้ายาเสพติดระดับสั่งการที่เคยถูกจับกุมตัวได้ในสาธารณรัฐเกาหลี
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกรรมทางการเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลให้กับเครือข่ายของหนูเฉิน จึงได้ดำเนินการบันทึกปากคำ พร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) บัญชีเงินฝากธนาคาร เงินสด ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ และโฉนดที่ดิน รวมมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 34.3 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายฐปนันทน์ หรือ นายอธิฐาน หรือหนูเฉิน อายุ 43 ปี เคยเป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุด (Most Wanted) ของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และมีชื่อในบัญชีประกาศสืบจับที่มีเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท เขาเริ่มเข้าสู่วงจรยาเสพติดจากการเป็นผู้เสพ และขยับขึ้นมาเป็นผู้ค้ารายย่อย ก่อนพัฒนาความสัมพันธ์กับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตยาเสพติด และทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทย ผู้ต้องหารายนี้พยายามพรางตัวด้วยการหลอกคนทั้งโลกว่าเสียชีวิตแล้วจากข่าวถูกฆาตกรรมในช่วงปลายปี 2565 แต่ถูกสืบสวนและติดตามจับกุมตัวได้ที่สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 และถูกนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยตามหมายจับในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และความผิดฐานฟอกเงิน โดยมีหมายจับมากกว่า 60 หมาย
กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการสืบสวนขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมาย พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ การฟอกเงิน และการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่ออำพรางทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด
ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษ, นายทรงพล รักษ์เผ่า ผู้อำนวยการส่วนกลั่นกรองคดีและการข่าว, นายสมชาย ติไชย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 และ นางจีระภา ภัทรเรืองชัย ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 6 จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ












