News Logo
หน้าแรก
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ ชี้ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับรองความเป็นบิดา

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ ชี้ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับรองความเป็นบิดา

4 ส.ค. 2569 08:05
ผู้ชม 2 คน

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ แพร่แถลงการณ์ชี้สูตินรีแพทย์มีหน้าที่รับรองเฉพาะ ‘เด็กเกิดจากหญิงใด-วันเวลา-สถานที่เกิด’ ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับรองความเป็นบิดา พร้อมเรียกร้องหน่วยงานเกี่ยวข้อง กำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน ป้องกันไม่ให้มีการผลักภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนอกเหนือวิชาชีพให้แก่บุคลากรทางการแพทย์

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2569 ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ จุดยืนของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่อง บทบาทของสูตินรึแพทย์ในการออกหนังสือรับรองการเกิดและการป้องกันการนำเอกสารทางการแพทย์ไปใช้เกินขอบเขต

มีรายละเอียด ดังนี้

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันการทุจริต การแอบอ้างสิทธิ และการสวมสิทธิในกระบวนการจดทะเบียนบุคคล ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของภาครัฐและทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวต้องตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม หลักวิชาชีพ และการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างชัดเจน ราชวิทยาลัยฯ ขอประกาศจุดยืน ดังต่อไปนี้

1. สูตินรีแพทย์มีหน้าที่รับรองเฉพาะข้อเท็จจริงทางการแพทย์เกี่ยวกับการเกิด ได้แก่ การยืนยันว่าหญิงรายใดเป็นผู้คลอดเด็กเกิดจากหญิงรายนั้น รวมถึงวัน เวลา และสถานที่เกิด ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่แพทย์ตรวจพบและรับรองได้จากการปฏิบัติหน้าที่

2. สูตินรีแพทย์ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการรับรองความเป็นบิดา ความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือสถานะบุคคลตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยพยานหลักฐานและกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

3. หนังสือรับรองการเกิดเป็นเอกสารทางการแพทย์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรับรองการเกิดเท่านั้น ไม่ควรถูกนำไปตีความหรือใช้เป็นหลักฐานรับรองความเป็นบิดา สัญชาติ หรือสิทธิทธิทางกฎหมายอื่นที่เกินกว่าขอบเขตของเอกสารดังกล่าว

4. ราชวิทยาลัยฯ สนับสนุนมาตรการของภาครัฐในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบ รวมทั้งการแอบอ้าง หรือสวมสิทธิเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิหรือสถานะพางกฎหมายโดยมิชอบ ทั้งนี้ การตรวจสอบและการพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่กฎหมายกำหนด โดยไดยไม่ผลักภาระให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องรับรองข้อเท็จจจริงที่ไม่สามารถพิสูจน์ใด้จากการประกอบวิชาชีพ

5. บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในจริยธรรมแห่งวิชาชีพ หากมีการปลอมแปลงเอกสาร รับรองข้อความอันเป็นเท็จ หรือร่วมกระทำการพจริต ย่อมต้องรับผิดตามกฎหมายและละจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเป็นรายกรณี

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดแนวปฏิบัฏิบัติที่ชัดเจน และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิของเด็กและครอบครัว รักษาความน่าเชื่อถือของเอกสารทางการแพพย์คุ้มครองผู้ประกอบวิชาชีพที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบทะเบียนราษฎรและระบบสาธารณสุขของประเทศไทย

ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยยืนยันยันว่าการกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละวิชาชีพและหน่วยงานให้ชัดเจน การเคารพหลักฐานเชิงประจักษ์ หลักวิชาชีพ และหลักนิติธรรม คือรากฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิของประชาชน การสร้างความเป็นธรรม และการธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของระบบบริการสุขภาพและกระบวนการยุติธธรรมของประเทศ

ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงสฤกพรรณ วิไลลักษณ์

ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สวมสิทธิ์ต่างด้าว



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ตร.สั่งสอบ ตร.เอี่ยว ให้ยาเสพติด 'ป๋อง'ฆ่า 5 ศพ-เรือนจำพัทยาคุมเข้ม
ผบ.ตร.สั่งสอบ ตร.เอี่ยว ให้ยาเสพติด 'ป๋อง'ฆ่า 5 ศพ-เรือนจำพัทยาคุมเข้ม