แท็กซี่ชนนักเรียนพยาบาล บนทางม้าลายหน้าโรงพยาบาลจุฬา-สภากาชาดไทย กระเด็นไกลเกือบ 10 เมตร ขาหัก ชาวบ้านผวาเกิด อุบัติอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เรียกร้อง กทม.-ตร.จราจร ติดตั้งสัญญาณไฟข้าม - ยกระดับความปลอดภัยวหวั่นซ้ำรอยคดีหมอกระต่าย
สำนักข่าว NextNews รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. วันที่ 5 สิงหาคม ได้เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่ชนนักเรียนพยาบาลของสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย ขณะข้ามถนนบนทางม้าลาย หน้า ศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ จนกระเด็นจากทางม้าลาย ออกไปเกือบ 10 เมตร อาการเบื้องต้น ผู้ถูกชนขาหัก หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงเวลาพักเที่ยง จึงมีประชาชนเดินข้ามถนนอย่างพลุกพล่าน และข้ามกันเป็นกลุ่ม นักเรียนพยาบาล ที่ถูกชนเดินเป็นคนท้ายของกลุ่ม
เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยรายหนึ่งกล่าวว่า บริเวณดังกล่าวแม้จะเป็นทางม้าลาย แต่กลับมีประชาชนถูกรถเฉี่ยวชนบ่อยครั้ง เนื่องจากผู้ขับขี่รถยนต์หรือจักรยานยนต์ ไม่เคารพกฎจราจร เกรงว่า ถ้าไม่เร่งแก้ไขจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำ เหมือนกรณี เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ส.ต.ต. นรวิชญ์ บัวดก ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์พุ่งชน พญ. วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล (หมอกระต่าย) จักษุแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลายบริเวณหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต
เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวว่าเฉลี่ยแล้วเกิดอุบัติเหตุ รถชนผู้ที่ข้ามถนนประมาณเดือนละหนึ่งครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ได้เกิดเหตุรถแท็กซี่เฉี่ยวชนเจ้าหน้าที่ของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขณะเดินข้ามถนนจากฝั่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อกลับมายังศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังเคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ของสภากาชาดไทยในบริเวณเดียวกันมาแล้ว
“บริเวณหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เป็นพื้นที่ที่มีประชาชนใช้สัญจรเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่เดินทางมาใช้บริการและเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้า จึงมีผู้ใช้ทางข้ามอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แม้ปัจจุบันจะมีการทาสีทางข้ามเป็นสีแดง และติดตั้งลำโพงประกาศเตือนให้ผู้ใช้ทางเพิ่มความระมัดระวัง แต่หลายคนยังมองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการช่วยเตือนเท่านั้น เพราะเมื่อรถจากแยกสุรวงศ์ได้รับสัญญาณไฟเขียว รถจำนวนไม่น้อยยังคงใช้ความเร็ว ทำให้ผู้ที่กำลังข้ามถนนต้องคอยระวังตัวอยู่ตลอดเวลา” เจ้าหน้าที่รายเดิมกล่าว
เจ้าหน้าที่รายเดิมกล่าวว่า ประชาชนที่ใช้เส้นทางบริเวณนี้เป็นประจำจึงอยากเห็น กรุงเทพมหานครกทม.)และกองบังคับการตำรวจจราจร การ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยเฉพาะการติดตั้งสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามถนน หรือมาตรการจัดการจราจรที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็ก บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และประชาชนทั่วไป สามารถข้ามถนนได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น








