News Logo
หน้าแรก
ตร.รวบ 'โทน บางแค' คดีโกงกล้องพระปลอม เสียหาย 40 ล. เจ้าตัวปฏิเสธข้อหา

ตร.รวบ 'โทน บางแค' คดีโกงกล้องพระปลอม เสียหาย 40 ล. เจ้าตัวปฏิเสธข้อหา

6 ส.ค. 2569 17:21
ผู้ชม 2 คน

บก.ปอศ. รวบ "โทน บางแค" คดีฉ้อโกงกล้องพระลิมิเต็ดปลอม มูลค่าความเสียหายแตะ 40 ล้านบาท เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา ยืนยันไร้ผู้ร่วมขบวนการ ล่าสุด จนท.อนุมัติปล่อยตัวชั่วคราว หลักทรัพย์ 1 ล้าน

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) ได้เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุม นายโทนทอง สุขแก่น หรือ “โทน บางแค” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1079/2569 ลงวันที่ 31 ก.ค.69 ในข้อหา "ฉ้อโกง, ฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" โดย นายโทนทอง ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และขอไม่ให้การใดๆ ในชั้นสอบสวน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปพิมพ์ลายนิ้วมือและสอบปากคำตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่การประกันตัวนั้นเป็นสิทธิของผู้ต้องหา และอยู่ในอำนาจการพิจารณาของ ผกก.4 บก.ปอศ. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุดในพื้นที่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักและบริษัทพระเครื่องของนายโทนทอง และสามารถยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดีได้หลายรายการ อาทิ กล้องส่องพระซึ่งเป็นวัตถุพยานในล็อตตามคดีประมาณ 10 ตัว, ใบโบชัวร์โฆษณาสินค้า, เอกสารประกอบต่างๆ, เสื้อ และตราประทับบริษัท พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าคดีนี้เป็นคนละส่วนกับคดี "มาดามเก่ง" ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปราม โดย บก.ปอศ. รับผิดชอบเฉพาะคดีกล้องส่องพระ ซึ่งมีผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของ "โทน บางแค" เข้าแจ้งความแล้ว 12 ราย มูลค่าความเสียหายในส่วนที่ร้องทุกข์ประมาณ 3.2 ล้านบาท

พฤติการณ์ในคดีนี้คือ ผู้ต้องหาได้โฆษณาขายกล้องส่องพระโดยอ้างว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ด แต่จากการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้นำเข้า และพยานหลักฐาน พบว่าไม่ได้เป็นรุ่นลิมิเต็ดตามที่กล่าวอ้าง และมีคุณภาพเทียบเท่ากล้องราคา 1,000 บาทเศษ แต่กลับนำมาหลอกขายในราคาสูงถึงตัวละกว่า 10,000 บาท พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ ประเมินว่ามีผู้เสียหายรวมประมาณ 40-50 คน มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นราว 40 ล้านบาท ทั้งนี้ มีผู้เสียหายบางส่วนที่ไม่ประสงค์ดำเนินคดีเนื่องจากได้รับการชดใช้ความเสียหายแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่านายโทนทองหลบหนีนั้น ไม่เป็นความจริง โดยเจ้าหน้าที่นำหมายจับเข้าตรวจค้นบ้านพัก และเมื่อนายโทนทองทราบเรื่องจึงเดินทางมาพบ ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับและทำการจับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังพบว่าผู้กระทำความผิดมี นายโทนทอง เพียงผู้เดียว ยังไม่พบผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ส่วนรายละเอียดเงินหมุนเวียนในบัญชี ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากอาจเชื่อมโยงกับการสืบสวนในคดีอื่น

ต่อมาในช่วงเวลา 17.00 น. มีรายงานว่านายโทนทอง ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีการวางหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 1 ล้านบาท ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยอาศัย 4 เหตุผลประกอบด้วย

1.ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์ในการหลบหนี 2.ไม่มีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เนื่องจากทางพนักงานสอบสวนได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานไว้จนเกือบครบถ้วนแล้ว 3.พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง โดยมีมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท และ 4.ได้พิจารณาเทียบเคียงหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับของศาลฎีกา จึงได้มีการกำหนดวงเงินประกันตัวไว้ที่จำนวน 1 ล้านบาท.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โกงกล้องพระ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯสั่งเร่งเช็กระบบข้อมูล 300 กรม ยกระดับเข้มป้องกันรั่วไหล
นายกฯสั่งเร่งเช็กระบบข้อมูล 300 กรม ยกระดับเข้มป้องกันรั่วไหล