สถ. ออกเอกสารชี้แจงโต้ข้อสังเกต 'รังสิมันต์ โรม' ยืนยันกระบวนการจัดสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่นเป็นไปตามกฎหมาย เผยสาเหตุยกเลิกจ้าง 'ม.บูรพา' หลังชนะอุทธรณ์ เหตุเจอเครือข่ายต้านทุจริตร้องเรียน จนต้องสั่งชะลอและยกร่าง TOR ใหม่เพื่อความโปร่งใส
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาและนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อสังเกตของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการยกเลิกผู้ดำเนินการจัดสอบ (มหาวิทยาลัยบูรพา) ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับสาธาณชน โดย สถ. ยืนยันว่า การดำเนินการจัดสอบทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการและข้อกฎหมายอย่างถูกต้อง ส่วนการยกเลิกประกาศให้มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะการเสนอราคารับจ้างจัดสอบนั้น สืบเนื่องจากเครือข่ายต่อต้านการทุจริตการสอบได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอบแข่งขัน ทบทวนการจัดจ้างมหาวิทยาลัย และตรวจสอบการเรียกรับผลประโยชน์ในการจัดสอบ
สถ.ชี้แจงว่า ในการจัดสอบเมื่อปี 2566 มีมหาวิทยาลัยของรัฐ 2 แห่งยื่นเสนอราคาเข้ามา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อพิจารณาข้อเสนอแล้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ต่อมามหาวิทยาลัยบูรพาได้ยื่นอุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลางได้วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ฟังขึ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาผลใหม่แล้ว มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะการเสนอราคา โดยมีการประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2566
สถ. ระบุด้วยว่า สำหรับสาเหตุที่ต้องยกเลิกการประกาศผู้ชนะการเสนอราคา (มหาวิทยาลัยบูรพา) เนื่องจากกลุ่มเครือข่ายต่อต้านการทุจริตการสอบได้ยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอบแข่งขัน โดยเสนอให้นำผลการสอบผ่านภาค ก ของสำนักงาน ก.พ. มาใช้แทนการสอบภาค ก ของ กสถ. รวมทั้งขอให้พิจารณาเกี่ยวกับการจัดจ้างมหาวิทยาลัย และตรวจสอบการเรียกรับผลประโยชน์ในการจัดสอบ
ต่อมา กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งที่ 150/2567 ลงวันที่ 16 มกราคม 2567 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนดังกล่าว จากนั้นจึงได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง กระทรวงมหาดไทย, สถ., กสถ., บก.ปปป., สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อกำหนดแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดสอบ โดยที่ประชุมมีมติร่วมกันให้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับภาคีเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมทั้งเห็นชอบให้ชะลอการลงนามในสัญญาจ้างจัดสอบไว้ก่อน จนกว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะได้ข้อยุติ
ดังนั้น สถ. จึงได้ดำเนินการตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทรวงมหาดไทย เช่น การกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในกระบวนการสอบ พร้อมทั้งกำหนดให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ สถ. ยังได้นำข้อสังเกตต่างๆ มายกร่างขอบเขตของงาน (TOR) ใหม่
ต่อมา ในการประชุม กสถ. ครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ที่ประชุมพิจารณาเห็นว่า หากยังคงดำเนินการตาม TOR เดิม อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐและประโยชน์สาธารณะ จึงได้กำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตเพิ่มเติมตามข้อเสนอของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่งผลให้ขอบเขตการจ้างงานและวงเงินงบประมาณจัดจ้างเปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงได้มีการพิจารณาประเด็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอบตามที่มีผู้ร้องเรียนเข้ามา ซึ่งมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในการประชุม กสถ. และ ก.กลาง อีกหลายครั้ง
ด้วยเหตุผลข้างต้น สถ. จึงได้ทำหนังสือหารือไปยังกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการยกเลิกการจ้างจัดสอบเพื่อเริ่มกระบวนการจัดหาผู้รับจ้างใหม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้พิจารณาข้อหารือดังกล่าวแล้วเห็นว่า หาก สถ. มีความประสงค์จะยกเลิกการจ้าง ย่อมเป็นดุลยพินิจของ สถ. ที่จะพิจารณาตามความเหมาะสมจากกระบวนการขั้นตอน และเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา สถ. จึงได้ออกประกาศยกเลิกประกาศผลให้มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะการเสนอราคา
สถ. ระบุถึงมาตรการป้องกันการทุจริตด้วยว่า ได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้รัดกุมยิ่งขึ้น อาทิ การแยกขั้นตอนการรับสมัครสอบออกจากกระบวนการจัดจ้าง เพื่อให้เห็นวงเงินงบประมาณที่ชัดเจนก่อนเริ่มดำเนินการจัดจ้าง และมีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการบริหารจัดการสอบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจัดให้มีการตรวจกระดาษคำตอบ ณ ศูนย์สอบ ทั้ง 10 ศูนย์ เพื่อความรวดเร็ว ตลอดจนประสานหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสังเกตการณ์ในกระบวนการสอบทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ การจัดจ้างจัดสอบในปี 2568 ได้ดำเนินการด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เพื่อเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาของรัฐทุกแห่งที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา สามารถยื่นข้อเสนอได้อย่างเท่าเทียม อีกทั้งในการจัดทำร่าง TOR ได้มีการเชิญหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริต โดยยึดประโยชน์ของทางราชการ ความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เปิดช่องให้มีการกีดกันหรือเอื้อประโยชน์แก่ผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่ง
“การดำเนินการจัดสอบแข่งขันดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามระเบียบกฎหมายและมติคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด” สถ.ระบุ

-1-

-2-




