ญาติร่ำไห้ ทยอยรับศพ เหตุกราดยิง รร.เทพศิรินทร์ นนท์ฯ ‘พ่อครูหมวย’ ไม่อยากได้เงินเยียวยา 3 แสน แต่ขอชีวิตลูกสาวคืน นิติเวชฯเผยร่างเหยื่อถูกกระสุนปืนตั้งแต่ 1 นัด มากสุด 4 นัด โดนจุดสำคัญ ย้ำเด็กนร.ผู้ก่อเหตุยิงตัวเองตาย
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้าเหตุสลดเด็กนักเรียนชายอายุ 14 ปีก่อเหตุกราดยิงครูและนักเรียนในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 สิงหาคม 2569 มีผู้เสียชีวิต 8 รายรวมทั้งผู้ก่อเหตุ และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 20 คนนั้น
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตเดินทางเข้ารับศพทั้ง 8 ร่าง เพื่อนำไปประกอบพิธียังภูมิลำเนา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ร่วมกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนนทบุรี คอยอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้งเรื่องการติดต่อขอรับศพและการประสานงานด้านสิทธิและการเยียวยา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวแรกที่มาถึง คือ ครอบครัวของนายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยภรรยาและบุตรชาย นำกรอบรูปภาพของสามีมารอรับร่าง มีน้ำตาคลอตลอดเวลา พร้อมกล่าวสั้นๆ กับสื่อมวลชนว่า “ยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ใดๆ เพราะยังรู้สึกไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ”
ขณะที่บัญชีเฟซบุ๊คของคุณมิน (ภรรยาของนายกิตติพงศ์) โพสต์ข้อความว่า “นี่คงเป็นวันที่ใจหนูแตกสลายที่สุด อยู่ๆ ก็ยัดเยียดหัวหน้าครอบครัวให้ ถามสักคำยังพร้อมรับมือไหม ละบอกจะอยู่ 60 ปี ต่อเวลาอีก 15 ปีได้ไหม พี่สุดยอด SuperDad เลยอะ หลับให้สบายนะพี่ หนูและลูกโคตรจะภูมิใจในตัวพี่เลย พึ่งรู้ถึงความเจ็บปวดนี้ แค่กอด ยังทำไม่ได้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังมีครอบครัวของ น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นำโดยคุณพ่อ คุณแม่ และสามีของ น.ส.ประภาพร พร้อมเพื่อน เดินทางมารับร่าง น.ส.ประภาพร ซึ่งเพื่อนของน.ส.ประภาพร ดำเนินการกรอกเอกสารคำขอรับการเยียวยาช่วยเหลือตาม พ.ร.บ ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2559) รวมทั้งยังมีคุณพ่อคุณแม่ของ น.ส.ทิวาพร วานิช หรือครูหมวย ครูวิชาแนะแนว โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เดินทางมารับร่างบุตรสาว พร้อมกรอกเอกสารขอรับคำขอช่วยเหลือเยียวยาเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้แจ้งว่า เงินค่าตอบแทนตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนฯ กรณีเสียชีวิต จะอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯ จะต้องนำเอาเอกสารคำร้องขอของญาติทุกคนเข้าสู่การประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จําเลยในคดีอาญาฯ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้กรรมการมีมติจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับการบาดเจ็บ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่ชี้แจงเรื่องค่าตอบแทนฯนั้น คุณพ่อของครูหมวย ได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงสั่นเครือ และมีน้ำตาคลอๆ ว่า “ให้เอาไหม 3 แสน แลกกับชีวิตลูกผมคืน“ ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงว่า เราเข้าใจความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัวทุกท่าน แต่สิ่งที่เราจะช่วยลดภาระทางครอบครัวหลังต้องสูญเสียได้ก็คือค่าตอบแทนผู้เสียหายตามกฎหมาย ซึ่งก็เป็นคำขอโทษจากรัฐ จากเหตุอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นนี้ อย่างไรก็ตาม คุณพ่อและคุณแม่ของครูหมวย ต่างจับมือกันแน่น โดยคุณพ่อร้องไห้และสะอื้นตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ กล่าวถึง การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ตาม พ.ร.บ ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนฯ ว่า กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินค่าตอบแทนรายละ 300,000 บาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ จะพิจารณาตามค่าใช้จ่ายในการรักษาจริง แบ่งเป็น กรณีบาดเจ็บเล็กน้อยและรักษาหายภายใน 7 วัน จะได้รับค่าตอบแทน 10,000 บาท ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลจะจ่ายตามจริงตามใบเสร็จ นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการเยียวยาด้านจิตใจสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โดยผู้ประสบเหตุที่มีอาการด้านจิตใจจะต้องเข้ารับการรักษาและมีใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าเกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงสามารถขอรับค่าตอบแทนและค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้ได้ ส่วนค่าชดเชยกรณีขาดรายได้ จะพิจารณาเฉพาะผู้ที่มีอาชีพรับจ้าง ขณะที่นักเรียนซึ่งยังไม่มีอาชีพจะไม่อยู่ในส่วนดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายที่อยู่ในกระบวนการเยียวยา 31 เคส ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้ สำหรับเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย จะเร่งนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดนนทบุรีในเร็วๆ นี้เพื่อพิจารณาอนุมัติ และเร่งจ่ายเงินโดยเร็วที่สุด คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ ส่วนวิธีการจ่ายเงินอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะโอนเข้าบัญชีหรือมอบให้ครอบครัวโดยตรง ทั้งนี้ เงิน 300,000 บาท เป็นการเยียวยาตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนฯ ของกระทรวงยุติธรรมเท่านั้น ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐอื่น ส่วนผู้ก่อเหตุ (ด.ช.วัย 14 ปี) จะไม่ได้รับเงินเยียวยาตามกฎหมายฉบับนี้ ส่วนปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ ทางครอบครัวยังคงสามารถได้รับการเยียวยาในฐานะทายาท
พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า การชันสูตรเบื้องต้นผู้เสียชีวิตทุกรายถูกกระสุนปืนตั้งแต่ 1 นัด และมากสุด 4 นัด สำหรับร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งมาที่สถาบันนิติเวชรวมทั้งหมด 8 ร่าง จาก 3 สถานที่ ประกอบด้วย ที่โรงเรียน 5 ร่าง, ที่บ้านของผู้ก่อเหตุ 2 ร่าง และผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิตระหว่างทาง 1 ราย ผลการชันสูตรพบว่าทุกคนส่วนใหญ่ถูกกระสุนปืน 1 นัด, 3 นัด และมี 1 คนที่ถูก 4 นัด ส่วนน้องผู้ก่อเหตุถูกกระสุนปืน 1 นัด บริเวณหนังศีรษะด้านขวา ทะลุออก พบบาดแผลมีเขม่าปืนติด แสดงว่ายิงในระยะประชิด ผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย ทุกคนที่โดนเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เสียชีวิตได้ บางคนมีบาดแผลที่แขนบ้าง แต่ส่วนใหญ่ทุกรายโดนจุดสำคัญซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ในตำแหน่งที่มีอวัยวะสำคัญ บางคนมีบาดแผลเดียวก็เสียชีวิตได้ เช่น บริเวณหน้าอกและศีรษะ
พล.ต.ต.วิรุฬห์กล่าวว่า สำหรับกรณีของผู้ก่อเหตุที่มีกระแสข่าวว่าโดนวิสามัญนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากกระสุนของผู้ก่อเหตุเป็นลักษณะกระสุนปืนทะลุระยะใกล้ คือปากกระบอกปืนอยู่ใกล้กับผิวหนัง แต่ไม่มีกระสุนอยู่ในศีรษะ โดยทะลุออก ลักษณะบาดแผลเข้ากันได้กับอาวุธที่ใช้ โดยมีระยะประชิดติดผิวหนัง 1 นัด ที่เหลืออาจจะต้องให้ทางพนักงานสอบสวนสรุปอีกที สำหรับทั้ง 8 รายมีร่องรอยกระสุนฝังอยู่ในร่างประมาณนัดเดียว ที่เหลือทะลุออกหมด มีกระสุนฝังแค่ 1 นัด ซึ่งทั้งหมดมี 6 คนที่โดนคนละนัด, อีก 2 คนโดน 3 นัด และ 4 นัด ส่วนกรณีของปู่และย่ามีบาดแผลคนละ 1 นัด บริเวณศีรษะทั้ง 2 ท่าน
พล.ต.ต.วิรุฬห์กล่าวว่า ทั้ง 8 ร่าง ญาติสามารถนำออกไปได้ และเริ่มทยอยมอบให้หลังทำเอกสารเสร็จสิ้น ถ้ามีคนมาติดต่อก็สามารถรับได้เลย ส่วนใหญ่ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 8 รายเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว ส่วนการตรวจวิเคราะห์หาสารเสพติดและสารพิษในในร่างกายของผู้ก่อเหตุมีการตรวจสอบและจะได้ทราบผลภายในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิต ทั้ง 8 ราย ทางมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง นำส่งร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลศพ ดังนี้
1.นายกิตติพงศ์ สมรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครอง 1 (กลุ่มบริหารงานบุคคลและกลุ่มงานกิจการนักเรียน) โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นำส่งที่วัดกันทรอมน้อย ต.กันทรอม อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ
2.น.ส.ทิวาพร วานิช ครูประจำวิชาแนะแนวหรือครูหมวย ทางครอบครัวจะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดโตนด จ.พระนครศรีอยุธยา
3.น.ส.สายฝน ศิริกิจจาขจร เจ้าหน้าที่ธุรการ และเลขานุการหน้าห้องผู้บริหารนำส่ง วัดสุวรรณคลองสาน กรุงเทพฯ
4.ว่าที่ร้อยตรีหญิงนันท์ชณัฐพรพร นาคพลั้ง หรือครูขนุน ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย นำส่งวัดโบสถ์บน จ.นนทบุรี
5.น.ส.ประภาพร ก้อนศิลา ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นำส่ง วัดบางอ้อยช้าง จ.นนทบุรี
6.นายสมจิตต์ อายุ 73 ปี (ปู่)
7.นางพรทิพย์ อายุ 68 ปี (ย่า)
8.เด็กชายวัย 14 ปี ผู้ก่อเหตุ นำส่งวัดเติมรัก จ.นนทบุรี




