News Logo
หน้าแรก
GC เร่งเสริมแกร่ง Specialty-Green Bio จ่อดันมาบตาพุดสู่ฐานเติบโตอนาคต

GC เร่งเสริมแกร่ง Specialty-Green Bio จ่อดันมาบตาพุดสู่ฐานเติบโตอนาคต

10 ส.ค. 2569 20:02
ผู้ชม 23 คน

PTTGC  โชว์ศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งด้วยโครงสร้างแบบบูรณาการและนวัตกรรมดิจิทัล กวาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 กว่า 12,208 ล้านบาท พร้อมเปิดแผน 5 ปี เร่งต่อยอดธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty) และ Green Bio เพื่อสร้างพอร์ตธุรกิจที่มีมูลค่าสูง-คาร์บอนต่ำ พร้อมปักหมุด ‘มาบตาพุด’ เป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) ได้เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมโลก โดยระบุว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทั้งจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตการณ์พลังงาน ความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน และมาตรการทางการค้า แต่การเตรียมความพร้อมและการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ GC สามารถรักษาความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจได้ โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 บริษัทฯ มี Adjusted EBITDA จำนวน 26,932 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 81% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งยังมีกำไรสุทธิอีกกว่า 12,208 ล้านบาท 

ทางด้าน นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC เปิดเผยว่า ความผันผวนและความไม่แน่นอนถือเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในระยะข้างหน้า สิ่งสำคัญคือการเตรียมความพร้อมและมองเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดย GC ได้วางรากฐานเพื่อรับกับความท้าทายเอาไว้อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านโครงสร้างธุรกิจ ความยืดหยุ่นของการใช้วัตถุดิบ ตลอดจนเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และความร่วมมือกับพันธมิตร 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้ GC คือ โครงสร้างธุรกิจแบบบูรณาการที่เชื่อมโยงธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมความสามารถในการเลือกใช้วัตถุดิบได้อย่างหลากหลายทั้งก๊าซและของเหลว ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านวัตถุดิบและทำให้บริหารจัดการต้นทุนได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะตลาด โดยโครงการนำเข้าอีเทนจากสหรัฐอเมริกายังคงดำเนินไปตามแผน และจะเริ่มการนำเข้าในปี 2572

นอกจากนี้ GC ได้เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพองค์กร ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และกระบวนการผลิต ตลอดจนการขาย การตลาด และกระบวนการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินการดังกล่าว ส่งผลให้ในปี 2568 GC สามารถสร้างผลลัพธ์ได้กว่า 7,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายซึ่งตั้งไว้ที่ 5,500 ล้านบาท และในปี 2569 ได้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท โดยการดำเนินงานคืบหน้าตามแผน ยิ่งไปกว่านัน้บริษัทฯ ยังคงบริหารโครงสร้างทางการเงินอย่างมีวินัย ทั้งการสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์ (Asset Monetization) การบริหารเงินทุน และการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างความพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคต

อย่างไรก็ดี ระหว่างปี 2569-2573 ทาง GC ได้เตรียมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนระหว่างธุรกิจ Commodity และธุรกิจ Specialty จากสัดส่วนประมาณ 80:20 สู่ 70:30 ภายในปี 2573 ผ่านการต่อยอดจากธุรกิจต้นน้ำและผลิตภัณฑ์ขั้นกลาง ด้วยการเพิ่มศักยภาพของโรงกลั่นชีวภาพ รวมถึงศึกษาการบูรณาการระหว่างโรงกลั่นกับปิโตรเคมี

ขณะที่ธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งธุรกิจร่วมทุนกับ SCGC เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งหากการร่วมทุนเกิดขึ้นจริง จะทำให้กลายเป็นผู้ผลิตโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ชั้นนำในอาเซียน ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ ในประเทศและภูมิภาค ด้วยกำลังการผลิตระดับ Top 10 ของโลก ทั้งนี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปจากการศึกษาดังกล่าวในช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2569

นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty) บริษัทฯ มุ่งปลดล็อกศักยภาพของ allnex เพื่อใช้เป็นฐานสำคัญในการขยายธุรกิจ Specialty และธุรกิจ Green & Bio เพื่อต่อยอดสู่เคมีภัณฑ์ชีวภาพชนิดพิเศษ (Bio Specialty) ต่อไป

การดำเนินงานทั้งหมดนี้จะทำควบคู่ไปกับการปรับปรุงประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร โดยตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA Uplift เพิ่มอีก 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายในปี 2573 พร้อมปักหมุดให้ ‘มาบตาพุด’ เป็นฐานการผลิตสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกควบคู่ไปกับการเติบโตในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก

“การเติบโตของ GC จะไม่ได้เกิดจากโครงการใดโครงการหนึ่ง แต่เกิดจากการนำจุดแข็งที่เรามีมาประกอบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ธุรกิจที่มีอยู่ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ความสามารถของบุคลากร เครือข่ายระดับโลก ไปจนถึงพันธมิตรทางธุรกิจ เรากำลังลงมือทำในแต่ละส่วนตามทิศทางเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้องค์กรมีทั้งความแข็งแกร่งในวันนี้ และพร้อมเติบโตยิ่งขึ้น” นายณะรงค์ศักดิ์ระบุ 

5555555555555

ณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC

Infographic_GC ยืนหยัดท่ามกลางความท้าทาย เดินหน้าสร้างการเติบโตบทใหม่

-1-

อย่างไรก็ดี นอกจากแนวทางในการดำเนินธุรกิจแล้ว อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ GC มุ่งเน้นคือ ‘คน’ ผ่านแนวคิด ‘องค์กรนวัตกรรมทำจริง’ ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับได้ปลดปล่อยศักยภาพ โดยร่วมกันเสนอไอเดียรวมกว่า 1,000 ไอเดียภายในปีเดียว มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดค่าใช้จ่ายให้แก่องค์กร จนบรรลุผลสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ GC ได้นำเสนอผลงานตัวอย่าง เช่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, โปรแกรมทำนายและปรับค่าการเดินเครื่องกระบวนการผลิต Propane Dehydrogenation, โปรแกรมวางแผนล้างเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน ลดการสูญเสียพลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สู่ Smart Plant และการติดตามการเจริญเติบโตของป่าชายเลนด้วย Drone และ Ai ซึ่งเป็นโมเคลแรกในไทยที่ใช้เทคโนโลยีวัดผล ESG เป็นต้น 

Showcase นวัตกรรมทำจริง 03

-2-

Showcase นวัตกรรมทำจริง 01

-3-

Showcase นวัตกรรมทำจริง 02

-4-

-5-

-5-

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.คุม 'ฉลอง เรี่ยวแรง' เข้าห้องขัง แจ้ง 4 ข้อหาหนัก ฆ่านายก อบจ นนท์
ตร.คุม 'ฉลอง เรี่ยวแรง' เข้าห้องขัง แจ้ง 4 ข้อหาหนัก ฆ่านายก อบจ นนท์