'ทวี' จี้ มท. โดย กสถ. และ สถ. หยุดยื้อเวลา เร่งส่งมอบไฟล์หลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับข้อมูลของ มศว และบริษัท จันวาณิชย์ฯ และขยายผลสาวให้ถึงผู้บงการขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยระบุว่า การเพิกถอนและตรวจสอบรายชื่อเฉพาะกลุ่มผู้สมัครจำนวน 5,924 รายนั้น ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ พร้อมทั้งเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) เร่งส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมดให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับข้อมูลที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และบริษัท จันวาณิชย์ จำกัด ทั้งนี้เพื่อให้ความจริงปรากฎและสามารถสาวถึงต้นตอของผู้บงการในขบวนการทุจริตนี้ได้
พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า คดีทุจริตสอบท้องถิ่นกำลังถูกทำให้หลงประเด็น เพราะผู้สมัครสอบไม่สามารถดำเนินการประกาศสอบ ขึ้นบัญชี บรรจุรับราชการ ตลอดจนเบิกจ่ายเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชนได้ด้วยตนเอง หากแต่มาจาก กสถ สถ. และกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการตรวจสอบผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้รับผลคะแนน ผู้เก็บรักษาข้อมูล ผู้จัดทำบัญชี ผู้เสนอ ผู้อนุมัติ ผู้ลงนามประกาศ ตลอดจนผู้สั่งการและผู้บงการเป็นลำดับแรก
ทั้งนี้ ตาม TOR และข้อมูลที่ มศว ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ระบุว่า มศว ได้จัดสอบ 8 ศูนย์แรก เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 พร้อมทั้งส่งมอบไฟล์ประมวลผลคะแนน รายงานผู้ผ่านการสอบ และบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ให้แก่ กสถ. ผ่าน สถ. ในช่วงวันที่ 11–12 ธันวาคม 2568 ส่วนศูนย์สอบภาคใต้ อีก 2 ศูนย์ จัดสอบเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 และได้ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวระหว่างวันที่ 18–19 กุมภาพันธ์ 2569
โดยในรายงานการประชุม กสถ. ครั้งที่ 16/2568 ปรากฏการเสนอผู้ผ่านภาค ก และภาค ข จำนวน 47,208 ราย ก่อนประกาศขึ้นบัญชีวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ส่วนการประชุมครั้งที่ 4/2569 เสนอผู้ผ่านภาค ก และภาค ข ของศูนย์สอบภาคใต้จำนวน 8,545 ราย ก่อนประกาศขึ้นบัญชีวันที่ 8 เมษายน 2569
ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ป.ป.ช. และตำรวจเข้าตรวจค้น พบข้าราชการส่วนท้องถิ่นกำลังดำเนินการเกี่ยวกับกระดาษคำตอบและไฟล์คะแนน พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครซึ่งมีประเด็นต้องตรวจสอบ 5,960 ราย ทั้งที่มีการประกาศผลไปแล้ว จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่า การดำเนินการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนหรือพยานหลักฐานย้อนหลังให้ตรงกับบัญชีที่ กสถ. ประกาศไว้หรือไม่
พ.ต.อ.ทวี ระบุด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สังคมออกมาประณามการทุจริตสอบอย่างหนัก และแม้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจะประกาศว่าจะแก้ไขปัญหา จนกระทั่ง กสถ. มีประกาศฉบับใหม่เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เพื่อเพิกถอนรายชื่อกลุ่มผู้ทุจริตจำนวน 5,924 ราย แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือ กระทรวงมหาดไทย โดย กสถ. และ สถ. กลับยังไม่ได้ส่งมอบไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบและบัญชีประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์และเปรียบเทียบตามที่มีการร้องขอ
ขณะที่ มศว และโรงพิมพ์จันวาณิชย์ได้ส่งมอบข้อมูลต้นทางที่แต่ละหน่วยงานเก็บรักษาไว้ให้ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ทันทีที่ได้รับการร้องขอ โดยขณะนี้เวลาผ่านมาแล้วกว่า 1 เดือน หลักฐานสำคัญในความครอบครองของ กสถ. และ สถ. ยังไม่ถูกส่งมอบให้ตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบอย่างครบถ้วน
ทั้งนี้ เมื่อนำข้อมูลจากทั้งสามแหล่งมาเปรียบเทียบกัน การตรวจสอบเบื้องต้นอาจดำเนินการได้ภายในหนึ่งวัน และจะทำให้ทราบว่า ข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนใด มีผู้สอบไม่ผ่านถูกเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนสถานะเป็นผู้สอบผ่านจำนวนเท่าใด ไฟล์ถูกแก้ไขเมื่อใด จากอุปกรณ์ใด และบุคคลใดเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูล
พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวถึงการตรวจสอบข้อมูลการเรียกรับเงินหรือผลประโยชน์ในกระบวนการทุจริตสอบ ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 5,000 ล้านบาท โดยมีการกล่าวอ้างถึงการเรียกเก็บเงินรายละประมาณ 450,000–1,000,000 บาท รวมถึงการใช้อำนาจฝากรายชื่อเข้าสู่บัญชี จึงจำเป็นต้องสอบสวนขยายผลให้ครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้บงการ ผู้ใช้ ผู้จ้างวาน ผู้สนับสนุน ผู้รวบรวมรายชื่อ ผู้แก้ไขคะแนน ผู้จัดทำบัญชี ผู้รับผลประโยชน์ ตลอดจนผู้กระทำความผิดรายอื่นทั้งหมด
ความล่าช้าในการส่งมอบหลักฐานย่อมก่อให้เกิดข้อสงสัยต่อกระบวนการตรวจสอบว่า อาจมีการปกปิด ขัดขวาง หรือประวิงเวลาในการแสวงหาความจริง อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญหายหรือถูกแก้ไขของพยานหลักฐานสำคัญ ทั้งที่เมื่อ กสถ. ประกาศบัญชีวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และ 8 เมษายน 2569 รายชื่อดังกล่าวย่อมถูกนำไปใช้ขึ้นบัญชี บรรจุแต่งตั้ง และเบิกจ่ายเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดินได้โดยตรง การเพิกถอนรายชื่อภายหลังจึงเป็นเพียงการแก้ไขผลทางปกครอง ไม่อาจลบการกระทำและความรับผิดทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว
ดังนั้น การเพิกถอนรายชื่อ 5,924 รายจึงไม่ใช่บทสรุป แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสอบสวนให้ถึงผู้แก้ไขข้อมูล ผู้ใช้ ผู้สั่ง ผู้สนับสนุน ผู้รับผลประโยชน์ และผู้บงการทุกระดับ เพราะการแก้ไขบัญชีและประกาศใช้ทั่วประเทศไม่น่าจะเกิดจากเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติเพียงลำพัง ส่วนผู้สมัครต้องแยกความรับผิดเป็นรายบุคคล เพราะบางรายอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่บางรายอาจถูกหลอก ถูกนำชื่อไปใช้ หรือเป็นผู้เสียหาย

-1-
“กระทรวงมหาดไทย โดย กสถ. และ สถ. จึงต้องหยุดยื้อเวลาและเร่งส่งมอบหลักฐานทั้งหมดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบกับข้อมูลที่ มศว และโรงพิมพ์จันวาณิชย์เก็บรักษาไว้ทันที เพื่อทำความจริงให้ปรากฏ สาวให้ถึงผู้บงการ และฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐและกระบวนการยุติธรรม” พ.ต.อ.ทวี ระบุ




