กสม. ค้าน รมว.ยุติธรรม เปิดประวัติครอบครัวทนายความ หลังเร่งรัดคดีที่ดินเขากระโดง ย้ำละเมิดสิทธิ-ห้ามตีตราบุคคล
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนคัดค้านการที่บุคคลในภาครัฐนำประวัติการต้องโทษของบุคคลในครอบครัวมาใช้เป็นเครื่องมือในการพาดพิงและลดทอนความชอบธรรมของผู้ที่ออกมาตรวจสอบการทำงานของรัฐ โดย กสม. ย้ำว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งยังขัดต่อหลักการพื้นฐานและภารกิจของกระทรวงยุติธรรมโดยตรง โดยกรณีนี้สืบเนื่องจากที่เป็นข่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพื่อตอบโต้ทนายความรายหนึ่งซึ่งได้ออกมาตั้งคำถามและเร่งรัดการดำเนินคดีเกี่ยวกับกรณีที่ดินเขากระโดง โดยรัฐมนตรีผู้นั้นได้เปิดเผยถึงประวัติการถูกจับกุมและต้องโทษของบิดาและมารดาของทนายความคนดังกล่าวต่อสาธารณะ.
กสม. ชี้ว่าการนำประวัติการถูกจับกุมและต้องโทษของบุคคลในครอบครัวมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐ ย่อมกระทบต่อสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และครอบครัว ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 32 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 17 ให้ความคุ้มครอง. ยิ่งไปกว่านั้น ประวัติอาชญากรยังเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ การกล่าวอ้างในลักษณะยกตัวอย่างก็ไม่อาจลบล้างผลของการเปิดเผยที่เกิดขึ้นแล้วได้.
กสม. ยืนยันหลักการว่าบุคคลย่อมรับผิดชอบเฉพาะการกระทำของตนเอง ไม่มีผู้ใดสมควรถูกตีตราหรือถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จากการกระทำของบุพการี. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้กำกับดูแลกรมราชทัณฑ์และกรมคุมประพฤติ ซึ่งมีภารกิจโดยตรงในการแก้ไขฟื้นฟูและคืนผู้ต้องขังกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรีตามข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (ข้อกำหนดแมนเดลา) การใช้ถ้อยคำในทางลบต่อผู้ต้องโทษจำคุกต่อสาธารณะจึงมีผลเป็นการตอกย้ำการตีตราผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และครอบครัวของบุคคลเหล่านั้น และไม่สอดคล้องกับภารกิจของกระทรวง.
กสม. มองว่าการตั้งคำถามและเร่งรัดการทำงานของหน่วยงานรัฐเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสิทธิในการตรวจสอบภาครัฐของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 และมาตรา 41 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 19 ซึ่งรับรองสิทธิในเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารสาธารณะ.
ด้วยเหตุนี้ กสม. จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่กระทำการในลักษณะดังกล่าวอีก และพิจารณาแสดงความรับผิดชอบต่อบุคคลและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งขอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลกำชับให้คณะรัฐมนตรีเป็นแบบอย่างในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และขอให้สื่อมวลชนและสาธารณชนใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ซ้ำข้อมูลส่วนบุคคลของครอบครัวผู้เกี่ยวข้อง.




