News Logo
หน้าแรก
ไทยดันกรอบคุม AI ตั้งเป้าอัปสกิลแรงงาน 1 ล้านคนภายในปี 2030

ไทยดันกรอบคุม AI ตั้งเป้าอัปสกิลแรงงาน 1 ล้านคนภายในปี 2030

27 ส.ค. 2569 14:10
ผู้ชม 5 คน

'จุลพันธ์' เผยผลประชุม ALMM-เห็นชอบนำร่องใช้หนังสือเดินทางทักษะดิจิทัล ช่วยแรงงานเชื่อมโยงข้อมูลทักษะ สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายอย่างมีระบบ-ไทยเสนอกรอบคุม AI ลดผลกระทบจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในตลาดแรงงาน-ตั้งเป้าอัปสกิลแรงงาน 1 ล้านคนภายในปี 2030

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงผลการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน ครั้งที่ 29 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือ ALMM ภายใต้แนวคิดหลัก "การพัฒนาทุนมนุษย์อาเซียน : การรับรองทักษะฝีมือสู่การยอมรับในระดับสากล" โดยมีผู้แทนระดับสูง รัฐมนตรีแรงงาน เจ้าหน้าที่อาวุโสจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจาบวกสาม (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) ตลอดจนผู้นำองค์กรระหว่างประเทศระดับโลก เข้าร่วมประชุม

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา และตัวแทนจากทุกภาคส่วนที่มาเข้าร่วมทำให้การประชุมในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ประเทศไทยในฐานะประธาน ALMM มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง 2 ปีข้างหน้า โดยเดยเฉพาะการสร้างมาตรฐานกลางในการรับรองทักษะฝีมือแรงงาน (Skill Certifcation) ให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันในระดับสากล เพื่อเปิดโอกาสและเพิ่มรายได้ให้แก่แรงงานอย่างแท้จริง สำหรับประเทศไทยเรื่องแรงงานไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่คือเรื่องของคนกว่า 357 ล้านคนในอาเซียน ที่จะต้องมีโอกาสในการมีงานทำ ในการมีรายได้ที่ดีขึ้น ได้รับการยอมรับ นี่คือหลักประกันว่าไม่ว่าโลกการทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม แรงงานของเราจะต้องไม่ถูกละเลยและถูกละทิ้งไว้ข้างหลัง

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า โลกของการทำงานกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง 3 ด้าน ได้แก่ 1.การเปลี่ยนแปลงไปสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและเรื่องของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI 2.การเปลี่ยนผ่านไปสู่ Green Economy หรือเศรษฐกิจสีเขียว 3.การเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมสูงวัยทั้ง 3 เรื่องนี้กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งตำแหน่งงาน รูปแบบการจ้างงาน ทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ

ดังนั้นคำถามสำคัญของเราในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงว่าแรงงานอาเซียนมีทักษะเพียงพอหรือไม่ แต่คือจะทำยังไงให้ทักษะแรงงานของอาเซียนได้รับการยอมรับ และเปลี่ยนทักษะนั้นให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจกับพี่น้องแรงงานได้จริง

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังมีการกล่าวถึงประเด็นการผลักดันทักษะแรงงานสู่ระดับสากล เพราะเราเชื่อว่าทักษะที่ดีไม่ควรถูกจำกัดด้วยพรมแดน ในเรื่องนี้จะเดินหน้าผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่

-หลักสูตรการฝึกอบรมที่ทันสมัย : การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานยุคใหม่

-มาตรฐานฝีมือแรงงานสากล : การเทียบเคียงและยกระดับมาตรฐานทักษะแรงงานให้ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล

-ศูนย์ความเป็นเลิศอาเซียน (ASEAN Excellence Centres) : การใช้ประโยชน์จากศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางเพื่อเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรม ทดสอบมาตรฐาน และพัฒนากำลังคนขั้นสูง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการนำร่องใช้งาน หนังสือเดินทางทักษะดิจิทัล (ASEAN DigitalSkills Passport : DSP) ซึ่งจะช่วยให้แรงงานสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทักษะและประวัติการฝึกอบรม ความสามารถ การรับรองทักษะ ในรูปแบบดิจิทัล สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างมีระบบและเป็นธรรม

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในที่ประชุมยังมีการเสนอ AI Governance Framework หรือโครงในการกำกับดูแล AI เพื่อใช้เป็นกรอบในการกำกับดูแลและลดผลกระทบจากการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเด็กจบใหม่และแรงงานรุ่นใหม่ให้มีทักษะสอดรับกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเทคโนโลยี AI

"เราไม่ได้ต้องการเพียงแรงงานที่มีทักษะ แต่เราต้องการสร้างแรงงานที่มีทักษะ มีโอกาส และมีอนาคต ประเทศไทยเชื่อว่าการลงทุนที่ดีที่สุดของอาเซียนคือการลงทุนในคน (Human Capital) จากกรุงเทพฯ สู่อาเซียน จากอาเซียนสู่โลก เราจะเดินหน้าไปด้วยกันเพื่อให้แรงงานกว่า 357 ล้านคนไม่เพียงพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่สามารถเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง จากวันนี้เป็นต้นไปเราจะต้องเปลี่ยน Commitment (คำมั่นสัญญา) ให้เป็น Action (การปฏิบัติจริง) เปลี่ยน Skill ให้เป็น Opportunity และเปลี่ยน Opportunity ให้กลายเป็นชีวิตที่ดีกว่าสำหรับแรงงานทุกคนในอาเซียน" นายจุลพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายจุลพันธ์ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นข้อกังวลหรือจุดอ่อนของแรงงานไทย

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดประการหนึ่งคือ ข้อจำกัดด้านภาษา ปัจจุบันมาตรฐานการรับแรงงานในหลายประเทศกำหนดเกณฑ์การใช้ภาษาไว้สูงถึงระดับวิชาการ (Academic Level) ซึ่งแรงงานไทยส่วนใหญ่ยังขาดพื้นฐานและเข้าไม่ถึงโอกาสนี้ ทำให้โอกาสในการไปทำงานต่างประเทศลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ทักษะฝีมือแรงงานไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รัฐบาลจึงเตรียมเจรจาขอปรับเกณฑ์ให้รับในระดับการสื่อสารพื้นฐาน (Basic Communication) แทน เพื่อเปิดทางให้แรงงานไทยเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น

และมีประเด็นความเสี่ยงของเด็กจบใหม่ ที่จะถูกการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาทดแทน โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ที่อาจถูกแย่งงานได้หากไม่ปรับตัว ซึ่งทุกประเทศในอาเซียนต่างเห็นตรงกันว่าต้องมีกรอบการกำกับดูแล (AI Governance Framework) เพื่อคุ้มครองแรงงาน โดยรัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายเชิงรุกที่จะ Upskill และ Reskill ด้าน AI ให้กับแรงงานไทยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน ภายในปี 2030 ซึ่งการพัฒนานี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงแรงงานทักษะสูงเท่านั้น แต่จะครอบคลุมแรงงานทุกระดับ รวมถึงทุกช่วงวัย เพื่อให้ทุกคนสามารถอยู่รอดและสร้างรายได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงแรงงาน
AI



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“จุลพันธ์” หารือเกาหลีใต้ แก้ปัญหาวีซ่า E-8 เผยสัญญาณบวกเร่งหาทางออก
“จุลพันธ์” หารือเกาหลีใต้ แก้ปัญหาวีซ่า E-8 เผยสัญญาณบวกเร่งหาทางออก