รัฐบาลย้ำเตือนผู้ผ่านเกณฑ์ 'สวัสดิการแห่งรัฐ' รายใหม่กว่า 5 แสนราย เร่งยืนยันตัวตนภายใน 30 ก.ย. นี้ เพื่อรับสิทธิทันรอบแรก 1 ต.ค. ด้านกลุ่มทบทวนสิทธิส่งเอกสารแก้ไขได้ถึง 20 ก.ย. 69
เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลย้ำเตือนประชาชนผู้ร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ให้เร่งตรวจสอบสถานะและดำเนินการให้ถูกต้องตามกลุ่มของตน โดยเฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ซึ่งผู้ที่ต้องการเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ควรียืนยันตัวตนให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อป้องกันการได้รับสิทธิล่าช้า
น.ส.ลลิดา ระบุว่า จากข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 พบว่า ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่มีทั้งหมด 3,139,886 ราย ดำเนินการแล้ว 2,639,799 ราย (ยืนยันตัวตนสำเร็จ 2,613,730 ราย และไม่สำเร็จ 26,069 ราย) ขณะที่ยังมีผู้ไม่มาดำเนินการอีก 500,087 ราย รัฐบาลจึงขอให้ผู้ที่ยืนยันไม่สำเร็จและยังไม่ได้ดำเนินการ รีบตรวจสอบสถานะโดยเร็ว หากต้องการเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความสับสนเรื่องระยะเวลา จึงแบ่งแนวทางการดำเนินการออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม จำนวน 6,366,645 ราย ที่ผ่านคุณสมบัติและเคยยืนยันตัวตนแล้ว กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนใหม่
สำหรับกลุ่มที่สอง ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ที่ระบบระบุว่าต้องยืนยันตัวตน จำนวน 3,139,886 ราย ต้องดำเนินการ e-KYC ให้สำเร็จ โดยหากต้องการเริ่มใช้สิทธิงวดแรกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569
กลุ่มที่สาม ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และได้ยื่นคำขอทบทวนสิทธิภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 แล้ว หากยังมีข้อมูลที่ต้องแก้ไขหรือเอกสารที่ต้องส่งเพิ่มเติม สามารถติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูลหรือศูนย์ประสานงาน One Stop Service (OSS) ระดับอำเภอหรือเขตได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 ก่อนกระทรวงการคลังประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 30 กันยายน 2569
สำหรับการยืนยันตัวตน ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่สามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' หรือหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยผู้ที่ไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ตามหลักเกณฑ์และเอกสารที่กำหนด
ผู้ที่ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังแล้ว ควรตรวจสอบให้สถานะปรากฏเครื่องหมายถูกสีเขียวครบทั้ง 3 จุด ส่วนผู้ที่ดำเนินการผ่านธนาคารควรตรวจสอบหลักฐานให้แน่ใจว่าระบบแสดงผลยืนยันตัวตนสำเร็จ หากพบว่ายืนยันไม่สำเร็จ ควรตรวจสอบสาเหตุและดำเนินการใหม่โดยเร็ว
น.ส.ลลิดาย้ำว่า วันที่ 30 กันยายน 2569 เป็นกำหนดสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 ตุลาคม ไม่ใช่วันปิดการยืนยันตัวตนทุกช่องทาง โดยธนาคารกรุงไทยและแอปพลิเคชันเป๋าตังยังเปิดให้ยืนยันตัวตนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 ขณะที่ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ การเริ่มได้รับสิทธิจะเป็นไปตามเงื่อนไขและรอบเวลาที่โครงการกำหนด
“ขณะนี้ยังมีผู้ที่ระบบระบุว่าต้องยืนยันตัวตนแต่ยังไม่ได้ดำเนินการ 500,087 ราย และอีก 26,069 รายที่ดำเนินการแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ รัฐบาลจึงขอให้รีบตรวจสอบและดำเนินการให้เรียบร้อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เพื่อให้ได้รับสิทธิตามรอบโดยไม่ล่าช้า” น.ส.ลลิดากล่าว
ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือสอบถามระบบยืนยันการลงทะเบียนได้ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร. 0 2126 5900 ต่อ 30353–30355 สอบถามงานทะเบียนและบัตรได้ที่สายด่วนกระทรวงมหาดไทย 1548 และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0 2109 2345




