อัยการ-บช.ปส. ผนึกกำลังเร่งคดี “แอร์มีนา” จ่อแจ้งข้อหาพยายามส่งออกเฮโรอีนเพิ่ม ระดมตามล่าผู้รับยาปลายทางออสเตรเลีย ขีดเส้นสรุปสำนวนฟ้องภายใน 14 ก.ย. กันผู้ต้องหาหลุด เผย "จิตรลดา" พยานสำคัญ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าสำนักงานอัยการสอบสวน และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้นัดประชุมร่วมกันเพื่อเร่งรัดและขยายผลคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กรณี น.ส.มีนา คอนโด่ะ หรือ "แอร์มีนา" แอร์โฮสเตสสาวสายการบินไทย ที่ถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลียจากการซุกซ่อนยาเสพติด โดยมติที่ประชุมมีเป้าหมายสำคัญคือ การจ่อแจ้งข้อหาพยายามส่งออกเฮโรอีนเพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ต้องหา พร้อมเร่งสรุปสำนวนฟ้องก่อนครบกำหนดฝากขัง
การประชุมดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ที่สำนักงานอัยการสอบสวน อาคารถนนบรมราชชนนี โดยมีนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นประธานร่วมกับพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีนี้อย่างใกล้ชิด
นายวัชรินทร์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า หลังเกิดเหตุในออสเตรเลีย ชุดสืบสวน บช.ปส. ร่วมกับ บช.น. ได้สืบสวนจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาในประเทศไทยได้แล้ว 3 ราย ได้แก่ นายอุทัย, นายนันทวัฒน์ (ผู้ทำลายของกลาง) และนายเอกวิทย์ ขณะที่ผู้ต้องหาสำคัญอีก 1 ราย คือ นางสาวจันทรา หรือ "rose rose" ยังคงหลบหนีอยู่ รวมผู้ต้องหาในกลุ่มนี้ทั้งหมด 4 ราย
สำหรับคดีนี้เป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร จึงเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดแต่เพียงผู้เดียวในการสั่งคดีและตั้งพนักงานสอบสวน เดิมที บช.ปส. ได้แยกสำนวนออกเป็น 2 ส่วน แต่ภายหลังได้รวมสำนวนเป็นเรื่องเดียวกัน และส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด เนื่องจากพฤติการณ์ความผิดเกิดขึ้นทั้งในไทยและออสเตรเลีย เข้าข่ายเป็นความผิดนอกราชอาณาจักร โดยอัยการสูงสุดได้เห็นชอบและแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นรับผิดชอบคดี โดยมีรองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน และ ผบช.ปส. เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบร่วมกับอัยการ ซึ่งการดำเนินคดีนอกราชอาณาจักรนี้มีข้อดีคือช่วยลดขั้นตอนความซับซ้อน ทำให้กระบวนการกระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ยังเหลือระยะเวลาฝากขังรวมอีกประมาณ 15 วัน คณะทำงานจึงต้องเร่งสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด โดยตั้งเป้าหมายแล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 11 กันยายนนี้ หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ เพื่อเสนอพิจารณาสั่งฟ้องให้ทันก่อนครบกำหนดฝากขัง ป้องกันไม่ให้ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา
สำหรับข้อหาหลักที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งแก่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย มี 4 ข้อหา ได้แก่ 1. สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด 2.ร่วมกันจำหน่ายและร่วมกันส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) เพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคง 3.ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ 4.ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ ทำลาย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งพยานหลักฐาน
จากการประชุม คณะทำงานได้มอบหมายภารกิจสำคัญ 2 ประเด็น ประการแรกคือ สืบสวนหาตัวผู้รับยาปลายทาง โดยมอบหมายให้ บช.ปส. สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมว่า "ใครคือคนที่มารับยาเสพติดจากแอร์มีนาที่ประเทศออสเตรเลีย" รวมถึงการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยตามเบาะแส เช่น บุคคลที่ใช้ชื่อว่า "เดียร์" หรือชื่ออื่นๆ หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครเพิ่มเติม จะแยกสำนวนดำเนินคดีต่อไป และประการที่สองคือ แจ้งข้อหาพยายามกระทำความผิด (นำเข้าส่งออกยาเสพติด) เพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ต้องหา จากกรณี "คุณจิตรลดา" พยานสำคัญ ซึ่งจากการสอบสวนพบพฤติการณ์ว่า "rose rose" เคยว่าจ้างคุณจิตรลดา ลูกสาวของแอร์โฮสเตสอีกท่านหนึ่งให้หิ้วของเช่นกัน แต่คุณจิตรลดารู้ตัวทันและปฏิเสธไม่รับทำ พร้อมส่งมอบของคืนกลับไปที่อยุธยาฯ ก่อนที่จะมีการนำยาเสพติดไปทำลายทิ้ง โดยนายวัชรินทร์ย้ำว่า คุณจิตรลดามีฐานะเป็นพยานสำคัญ ไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่พฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่ไปว่าจ้างเข้าข่ายกระทำความผิดแล้ว แม้ไม่บรรลุผล จึงมีมติให้แจ้งข้อหาร่วมกันพยายามส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพิ่มเติมแก่กลุ่มผู้ต้องหา
ในส่วนของการประสานข้อมูลกับต่างประเทศ ทางการไทยได้รับการอนุเคราะห์ข้อมูลบางส่วนที่เป็นประโยชน์จากออสเตรเลียแล้ว ผ่านช่องทาง ผบช.ปส. เช่น ผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติด และรายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณแอร์มีนา ซึ่งได้นำเข้าประกอบในสำนวนเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีสิทธิการดำเนินคดีกับ แอร์มีนา เนื่องจากแต่ละประเทศมีอำนาจอธิปไตยและเขตอำนาจศาลเป็นของตนเอง การดำเนินคดีในปัจจุบันจึงเป็นอำนาจของศาลเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่หากในอนาคตทางการออสเตรเลียสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัวกลับมา ประเทศไทยในฐานะเจ้าของคดีหลักนอกราชอาณาจักร สามารถนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของไทย เพื่อพิจารณาความผิดตามกฎหมายไทยได้ทันที เทียบเคียงกรณีคดีของ "น้องเทียน" ที่เคยเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
สำหรับแผนการปฏิบัติงานในวันพรุ่งนี้ คณะพนักงานสอบสวน บช.ปส. พร้อมด้วยอัยการจากสำนักงานการสอบสวน จะเดินทางเข้าไปยังเรือนจำเพื่อดำเนินการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม กรณีพยายามส่งออกฯ ในส่วนของคุณจิตรลดา แก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย โดยจะนำทนายความเข้าร่วมรับฟังการแจ้งข้อหาด้วย เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงตามที่กฎหมายบังคับไว้ นอกจากนี้ ทางการยังได้ฝากเตือนไปยังประชาชนและผู้ประกอบอาชีพรับจ้างหิ้วของข้ามประเทศ ให้เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบสิ่งของอย่างรอบคอบ เนื่องจากกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติตั้งใจใช้ผู้รับจ้างหิ้วของเป็นเครื่องมือในการลำเลียงยาเสพติดไปยังต่างประเทศอยู่ตลอดเวลา









