'เอกนิติ' เล็งขยาย 'ไทยช่วยไทย พลัส' ยันยังมีงบเหลือ ชัดเจนสิ้น ก.ย. ชี้เฟสแรกเงินสะพัด 1.5 แสนล้าน ดันยอดขายพุ่ง 500-600%
เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนนี้ว่า จากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการให้ขยายเวลาโครงการออกไปอีก 1-2 เดือน ตนพร้อมรับฟังและจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาต่อไป โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในอีก 1-2 สัปดาห์นี้ พร้อมยืนยันว่ายังมีงบประมาณคงเหลือเพียงพอสำหรับดำเนินโครงการ
นายเอกนิติ ระบุต่อว่า สาเหตุที่จัดทำโครงการไทยช่วยไทย พลัส เนื่องจากเกิดวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น จึงต้องการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ปัจจุบันมีผู้ได้รับประโยชน์ราว 40 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ใช้สิทธิทั่วไป 26 ล้านคน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13 ล้านคน ขณะที่มีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมกว่า 1.2 ล้านรายทั่วประเทศ สร้อยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 1.5 แสนล้านบาท โดยกระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 16-17% และส่วนที่เหลืออีกกว่า 80% กระจายสู่ต่างจังหวัด
นายเอกนิติ ระบุด้วยว่า โครงการดังกล่าวดันยอดขายร้านค้าพุ่งสูงขึ้นถึง 500-600% ขณะที่ร้านค้าที่ผ่านการพัฒนาทักษะขายสินค้าออนไลน์ สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องราว 200% ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้เปิดตัวบริการ ‘สินเชื่อ AI นกกระซิบ’ เพื่อยกระดับศักยภาพร้านค้ารายย่อย โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาให้บริการฟรีบนแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวคอยวิเคราะห์ยอดขายให้ร้านค้าได้อีกด้วย




