จับตา กกต.นัดชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. 229 คนเดือด ประชุมลับ 10 โมง ลงมติก่อนแถลง 3 โมงเย็น ยกระดับคุมเข้ม! ห้ามสื่อ-ปชช. เข้า ก่อนแถลงข่าว “ทนายอั๋น” นำทีมหมอผีท้า กกต. แน่จริงยกคำร้องทั้ง 229 รายอยู่ยกเว้น-ลุ้นผลชี้ขาดฟ้องยกชุด-ตีตก-ส่งฟ้องศาลบางส่วน
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเริ่มนัดประชุมในเวลา 10.00 น. เพื่อลงมติในสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยจะมีการแถลงข่าวผลการลงมติในเวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงาน กกต. การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการชี้ชะตาผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คน ซึ่งแบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน, รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน, เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย 20 คน และ สว.สำรอง รวมถึงผู้สมัคร สว. อีก 50 คน
บรรยากาศโดยรอบสำนักงาน กกต. เป็นไปอย่างเข้มงวด โดยมีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด มีการนำรั้วเหล็กมาตั้งจำกัดขอบเขตพื้นที่อย่างชัดเจน และประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง รวม 200 นาย เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นพิเศษ กกต. ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและบุคคลภายนอกที่ไม่ลงทะเบียนล่วงหน้าเข้าภายในอาคารก่อนเวลาแถลงข่าว โดยสื่อมวลชนที่ลงทะเบียนแล้วเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ภายในสำนักงาน ส่วนผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียน ผู้สังเกตการณ์ และบุคคลทั่วไป สามารถติดตามการแถลงข่าวได้จากโทรทัศน์วงจรปิดที่จัดเตรียมไว้บริเวณภายนอกสำนักงาน กกต. บริเวณประตู 1 ทิศตะวันออก ของอาคารบี
การลงมติครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันและการจับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายฝ่าย ทั้งภาคประชาสังคมและหน่วยงานการเมือง โดยเฉพาะจากพรรคฝ่ายค้านและโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่ต่างแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ กกต. มีมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาลฎีกา สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อช่วงไม่กี่วันก่อนหน้า มีเอกสารพยานในคดีหลุดรอดสู่สาธารณะ ซึ่งเป็นหนังสือขอกลับคำให้การที่อ้างว่าพยานถูกข่มขู่และล่อลวงให้ให้การซัดทอดความผิดไปยังแกนนำพรรคภูมิใจไทย
ในช่วงเช้าของวันนี้ (14 ก.ย. 69) เวลาประมาณ 11.00 น. นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ได้เดินทางมายังสำนักงาน กกต. พร้อมกับทีมงานในชุดหมอผีรวม 29 คน เพื่อเรียกร้องให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการลงมติคดีฮั้ว สว. นายภัทรพงศ์ได้กล่าวท้าทาย กกต. ทั้ง 7 คน และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้แสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการยกคำร้องทั้ง 229 คดีให้หมด หาก กกต. กล้าจริง ไม่ใช่แค่ 9-10 คนตามที่มีข่าว พร้อมทั้งกล่าวหาว่า กกต. "ชอบใต้โต๊ะ" และแสดงความกังวลว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น "ประชาชนแพ้แน่นอน" เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมและการตัดสินของ กกต. ในคดีที่ผ่านมา "บิดเบี้ยวเพี้ยนไป" ทั้งยังเตือนถึงบทลงโทษตามกฎหมายมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากมาตรา 157
สำหรับแนวทางการวินิจฉัยของ กกต. มีความเป็นไปได้ 3 ฉากทัศน์ ได้แก่ การมีมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนต่อศาลฎีกา ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26, การยกคำร้องและไม่ส่งฟ้องต่อศาลฎีกา ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36, หรือแนวทางที่สามคือการพิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกาบางส่วนเท่านั้น




