News Logo
หน้าแรก
บช.ก.ยึดทรัพย์ 'สมีโชติ' ทะลุ 300 ล้าน ส่ง ปปง. สอบเส้นเงิน ขยายผล

บช.ก.ยึดทรัพย์ 'สมีโชติ' ทะลุ 300 ล้าน ส่ง ปปง. สอบเส้นเงิน ขยายผล

15 ก.ย. 2569 13:45
ผู้ชม 6 คน

บช.ก. แถลงคืบหน้าคดี "สมีโชติ" ยึดทรัพย์รวมพุ่งกว่า 300 ล้านบาท ส่ง ปปง. ตรวจสอบเส้นทางฟอกเงินเต็มรูปแบบขยายผล ยันยังไม่เรียกสอบ "เซียนพระ" หรือบุคคลอื่นสอบต่อ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลดำเนินคดี นายอติโชติ ทันประเสริฐ หรือ "สมีโชติ" อดีตพระวชิรญาณ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง และนางสาวปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ "สีกาเอ๋" อายุ 47 ปี โดยเฉพาะประเด็นความผิดปกติของทรัพย์สิน ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเงินในบัญชีเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มีมูลค่ารวมสูงกว่า 300 ล้านบาท ซึ่ง ผบช.ก. ได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจากมีอำนาจในการตรวจสอบธุรกรรมครอบคลุมมากกว่า เพื่อประกอบการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป 

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวเสริมว่า จากพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่ตรวจพบ มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำเงินเข้ามาในมูลนิธิฯ ที่นายอติโชติจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน และมีลักษณะบางประการคล้ายคลึงกับการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา และยืนยันว่าตำรวจเตรียมขยายผลการดำเนินคดีในระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ตามแนวทางที่ผู้บังคับการปราบปรามเคยเปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ 

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่เตรียมเรียกสอบปากคำกลุ่มเซียนพระหรือบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือหมายจับบุคคลเพิ่มเติม แต่มีบุคคลทยอยเข้ามาให้ข้อมูลและเบาะแสกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพนักงานสอบสวนพร้อมรับข้อมูลทั้งหมดไว้พิจารณาตามพยานหลักฐาน 

สำหรับกรณีที่ปรากฏชื่อ "วัดจุฬามณี" จ.สมุทรสงคราม ในสื่อสังคมออนไลน์ ผบช.ก. ยืนยันว่า บช.ก. ยึดหลักการตรวจสอบตามข้อร้องเรียน หากพบพยานหลักฐานชัดเจนเช่นเดียวกับกรณีวัดพุทไธศวรรย์ ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที แต่หากเรื่องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยังไม่พบหลักฐานการกระทำผิดกฎหมาย ตำรวจจะไม่เร่งรีบเปิดเผยข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของประชาชน พร้อมขอให้สังคมแยกแยะระหว่างพระพุทธศาสนา วัด และพฤติกรรมของบุคคล โดยตำรวจจะมุ่งดำเนินคดีอาญาเฉพาะกรณีที่พบการกระทำผิด โดยเฉพาะการเบียดบังทรัพย์สินของวัด ส่วนวัดอื่นๆ ที่มีกระแสข่าวในขณะนี้ เบื้องต้นยังไม่มีข้อมูลความผิดปกติส่งเข้ามาให้ตำรวจตรวจสอบ 

นอกจากนี้ กรณี "วัดป่าภูผาสูง" อ.เนินสูง จ.นครราชสีมา พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว ดังนั้น รายละเอียดในสำนวนจึงอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช. และในส่วนของกระแสข่าวว่ามีการประชุมเพื่อเปิดคดีเกี่ยวกับวัดแห่งใหม่ในวันนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนส่งต่อ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือกระทบต่อความศรัทธาโดยไม่จำเป็น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โกงเงินวัด



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภจี' เแจงปมจัดทัพบิ๊กพาณิชย์ล็อตใหญ่ ยึดหลักวางคนให้ตรงงาน
'ศุภจี' เแจงปมจัดทัพบิ๊กพาณิชย์ล็อตใหญ่ ยึดหลักวางคนให้ตรงงาน