News Logo
หน้าแรก
ว่าที่ปลัดพาณิชย์ เปิด 9 ภารกิจเร่งด่วน ช่วยกู้เศรษฐกิจไทย

ว่าที่ปลัดพาณิชย์ เปิด 9 ภารกิจเร่งด่วน ช่วยกู้เศรษฐกิจไทย

15 ก.ย. 2569 17:12
ผู้ชม 10 คน

‘พูนพงษ์’ว่าที่ปลัดพาณิชย์ เปิด 9 ภารกิจเร่งด่วน ช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ดูแลค่าครองชีพ-ความเป็นธรรมการค้า-เพิ่มส่งออก-หนุนเอสเอ็มอี เชี่อข้าราชการไม่เสียกำลังใจกรณีโยกย้ายใหญ่ซี10

 สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569  นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และว่าที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในโอกาสที่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ ภารกิจสำคัญที่จะเร่งดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคง ได้กำหนด 9 ภารกิจเร่งด่วนรองรับการค้าโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้กติกาการแข่งขันการค้าโลกเปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยสำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์กำลังเปลี่ยนกติกาเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี และประเด็นสิ่งแวดล้อมเข้ามาเปลี่ยนเกมการแข่งขันทางการค้า รวมถึงโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่ออุปทานแรงงานและอุปสงค์ในตลาด ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้โลกการแข่งขันทางการค้าเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ประเทศที่ปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มีโอกาสที่จะปลดล็อกพันธนาการทางเศรษฐกิจของประเทศตนเองได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

 นายพูนพงษ์กล่าวว่า 9 ภารกิจเร่งด่วนที่จะเร่งดำเนินการ ประกอบด้วย

 1.ดูแลค่าครองชีพให้มีความเหมาะสม โดยใช้มาตรการทางกฎหมายและกลไกทางการค้าเข้ามาบริหารจัดการไม่ให้ราคาสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในชีวิตประจำวันของประชาชนสูงเกินสมควร ผ่าน 3 มาตรการหลัก 1.1) ควบคุมและติดตามราคาสินค้าที่มีความจำเป็น 1.2) ลดราคาสินค้าช่วยประชาชนผ่านมาตรการเชิงรุกโครงการต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์ เช่น ไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ 1.3) อุดหนุนและเพิ่มช่องทางการค้าออนไลน์ให้ผู้ประกอบการไทย

 2.สร้างความเป็นธรรมทางการค้าแก่ทุกภาคส่วน โดยจัดระเบียบและกำกับดูแลกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ดำเนินไปด้วยความโปร่งใสเติบโตไปด้วยกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบระหว่างกัน โดยเน้นสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ทุนใหญ่ที่มีอำนาจทางการตลาดที่เหนือกว่ามากีดกันผู้ประกอบการรายเล็ก (SME) และดูแลไม่ให้เกิดการกดราคารับซื้อสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความสมดุลและเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงคุ้มครองผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอาเปรียบ

 3.สร้างโอกาสและเสริมศักยภาพ SME ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย  มูลค่าการส่งออกของ SMEs ไทย มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 14 ของมูลค่าการส่งออกรวม ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก  ภารกิจสำคัญที่จะผลักดันอย่างจริงจัง คือเป็นพี่เลี้ยงและสปริงบอร์ดเพื่อช่วย SME สตาร์อัพ และร้านค้าชุมชนมีความเข้มแข็ง เติบโตได้อย่างยั่งยืน เน้น 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 3.1) เสริมแกร่งด้วยดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ 3.2) ขยายช่องทางการตลาดและพื้นที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 3.3) ยกระดับการบริหารจัดการและการเงิน เช่น ช่วยพัฒนาร้านค้าปลีกดั้งเดิมให้เป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ 3.4) ส่งเสริมให้ส่งออกสินค้าด้วยโมเดล SME Pro-active เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศและระดับนานาชาติ

 4.เพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าและบริการ แม้มูลค่าการส่งออกของไทยจะเติบโตและทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องมาหลายปี แต่เมื่อเจาะลึกดูจริงๆ จะพบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นของคนไทยทั้งหมด มีสัดส่วนประมาณ 25% เท่านั้น ดังนั้น ก้าวใหม่ของการส่งออกไทยจะเปลี่ยนวิธีเป็น “ชี้นำด้วยความต้องการของตลาดโลก” จะนำข้อมูลเชิงลึกของตลาดต่างประเทศมาชี้เป้าให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยว่าตลาดโลกต้องการอะไร สินค้าแบบไหน และมาตรฐานอย่างไร เพื่อวางแผนการผลิตในแต่ละพื้นที่ได้ตรงจุด ตอบโจทย์ผู้ซื้อได้อย่างแม่นยำ และสร้างรายได้กลับคืนสู่คนไทยอย่างแท้จริง

5. เร่งรัดการเจรจาการค้าสำคัญ โดยเฉพาะ FTA ไทย-สหภาพยุโรป(อียู)

6. ป้องกันและปราบปรามธุรกิจและสินค้าผิดกฎหมาย เป็นภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ปกป้อง SME ไทย ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนสีเทาหรือสินค้านำเข้าที่ผิดกฎหมาย เน้น 2 กลยุทธ์หลัก 6.1) การปราบปรามธุรกิจนอมินีและทุนต่างชาติผิดกฎหมาย 6.2 สกัดกั้นและทำลายสินค้าผิดกฎหมายที่ไม่ได้มาตรฐาน

 7.ยกระดับบริการให้สะดวก รวดเร็ว ทันสมัย ปรับโฉมกระทรวงพาณิชย์สู่ดิจิทัลเพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เน้นลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และลดต้นทุนผู้ประกอบการและประชาชนในการติดต่อราชการ

 8. แก้ไข กฎ ระบียบ ให้ทันสมัย เอื้อต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการปรับปรุงกฎระเบียบและคำสั่งที่ล้าสมัยเป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและประชาชน

9. ดูแลและสนับสนุนการทำงานของบุคลากร เป็นภารกิจสำคัญที่สุด เพราะไม่มีนโยบายใดจะสำเร็จได้หากปราศจาก บุคลากรซึ่งเป็นหัวใจและกำลังสำคัญ  เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ทั้งส่วนกลาง พาณิชย์จังหวัด และทูตพาณิชย์ทั่วโลก ต้องได้รับการดูแลและสนับสนุนอย่างเต็มที่ การจัดทัพและวางคนให้เหมาะสมกับความสามารถ

 นายพูนพงษ์กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานสำคัญแต่มีบุคลากรจำกัดและงบประมาณน้อยมากเมื่อเปรียบกับภารกิจ ฉะนั้นการทำงานอย่างมีกลยุทธ์และมียุทธวิธีที่ดีเป็นสิ่งที่จำเป็น ดังนั้น 9 ภารกิจเร่งด่วนดังกล่าว จะดำเนินการอย่างดีที่สุดเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น

 นายพูนพงษ์กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายใหญ่ระดับซี 10 ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าบางตำแหน่งไม่เหมาะสมว่า ตนไม่

ไม่เคยเจอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์(นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) คนไหน ปฏิบัติอย่างนี้มาก่อนเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ โดยให้ปลัดกระทรวงปัจจุบัน และว่าที่ปลัดไปคุยกันว่าจะแต่งตั้งโยกย้ายใคร อย่างไร จากนั้นก็ไปปรึกษาท่านรัฐมนตรี แล้วท่านก็จะซักถามถึงความเหมาะสมแต่ละคน

 นายพูนพงษ์กล่าวว่า การทำงานปัจจุบันที่ผ่านมาผู้บริหารอยู่ตรงไหนก็ได้ แต่ผู้บริหารที่มีความรู้ มีประสบการณ์จะสร้างงานและตอบโจทย์กระทรวงได้มากขึ้น อย่างน.ส.จิตติมา ศรีถาพร จากรองปลัดกระทรวง ไปเป็นอธบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นลูกหม้อของกรมทรัพย์สินทางปัญญามานาน ส่วนนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็เป็นคนตั้งใจทำงาน และเคยเป็นอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมาก่อน มีความเชี่ยวชาญเรื่องการเจรจาต่างๆ จึงทาบทามให้ไปเป็นเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (WTO) และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) แทนนางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ ที่จะครบวาระ 6 ปี (ครบ 4 ปีและต่ออายุ 1 ปี 2 ครั้งจะครบวาระเดือนกุมภาพันธ์ 2570) แต่นางอรมน ไม่สะดวกที่จะไปดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงต้องมาพิจารณาบุคคลอื่น

  ผู้สื่อข่าวถามว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ทำให้ข้าราชการเสียกำลังใจหรือไม่ นายพูนพงษ์กล่าวว่า “เชื่อว่าข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ไม่เสียกำลังใจ ข้าราชการส่วนใหญ่เข้าใจดี แต่บางส่วนอาจจะเป็นเรื่องความรู้สึกจากคนภายนอก”

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ปกรณ์’ตั้ง4ทีมลุยแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ทั้งต้านทุจริต-ป้องสิ่งแวดล้อม
‘ปกรณ์’ตั้ง4ทีมลุยแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ทั้งต้านทุจริต-ป้องสิ่งแวดล้อม