‘คลัง’อืดตามยึดทรัพย์‘ยิ่งลักษณ์’ คดีข้าวจีทูจีได้แค่ 43.9 ล้าน จาก 1 หมื่นล้าน แจงยังมีเวลาติดตามส่วนที่เหลือทั้งบัญชีเงินฝาก-หุ้น-อสังหาริมทรัพย์ เพื่อยึดอายัด ขายทอดตลาดใน 10 ปี และคืนเงินให้ ‘อนุสรณ์’อดีตสามี‘ปู’ แล้ว 23 ล้าน
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 คดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ และนายอนุสรณ์ อมรฉัตร อดีตสามี ร่วมกันยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ) ผู้ถูกฟ้องที่ 1 กับพวกรวม 9 คน ให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 เรื่องให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 35,717,273,028.23 บาท กรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) โดยศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังดังกล่าว เฉพาะส่วนที่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่า 10,028,861,880.83 บาท โดยให้เพิกถอนคำสั่งที่ให้ชดใช้กว่า 2.5 หมื่นล้านบาท เท่ากับว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกว่า 1 หมื่นล้านบาทนั้น
ผู้สื่อข่าวสอบถามนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถึงความคืบหน้าการติดตามทรัพย์ทั้งกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ แต่นายเอกนิติปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการบังคับทางปกครองกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ว่า ค่าสินไหมทดแทนที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องชำระ ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่อผ.160-163/2568 จำนวน 10,028 ล้านบาทนั้น
“ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ติดตามทรัพย์และรับเงินมาแล้ว 43.9 ล้านบาท และอยู่ระหว่างติดตามทรัพย์ที่เหลือ ภายในระยะเวลา 10 ปี และจะทำการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์เพิ่มอีก เช่น หน่วยลงทุน บัญชีเงินฝาก หลักทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ”แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับ กรณีศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้คืนเงินแก่นายอนุสรณ์ อดีตสามีนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น ได้ดำเนินการคืนเสร็จสิ้นแล้ว 23 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ แต่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำขอไว้พิจารณา นางสาวยิ่งลักษณ์จึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 23 กันยายน 2569 นี้




