News Logo
หน้าแรก
โพลชี้ ปชช.53.5% มอง ‘บาร์โค้ดบนบัตร’ไม่จำเป็น หวั่นการเลือกตั้งไม่ลับ

โพลชี้ ปชช.53.5% มอง ‘บาร์โค้ดบนบัตร’ไม่จำเป็น หวั่นการเลือกตั้งไม่ลับ

25 ก.ย. 2569 12:00
ผู้ชม 17 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

สถาบันพระปกเกล้าเปิดผลสำรวจ การออกแบบบัตรและเทคโนโลยีลงคะแนน พบประชาชนกว่าครึ่งหนุนให้ผู้สมัคร สส. เขตและบัญชีรายชื่อใช้ 'เบอร์เดียวกัน' พร้อมดันให้ระบุชื่อ-นามสกุลบนบัตรเลือกตั้ง ขณะที่การใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ยังก้ำกึ่ง และส่วนใหญ่ค้านการใส่บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตร เหตุหวั่นกระทบการลงคะแนนไม่ลับ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง 'เสียงประชาชนต่อการออกแบบบัตรเลือกตั้งและการใช้เทคโนโลยีการลงคะแนน' โดยได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 18-21 ก.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยผลสำรวจภาพรวมชี้ว่า การออกแบบบัตรและวิธีลงคะแนนนั้น มีทั้งมิติของการระบุตัวเลือกให้ชัดเจนและความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง การใช้หมายเลขเดียวกันและการระบุชื่อผู้สมัครได้รับการยอมรับในภาพรวม 

ขณะที่การใช้เทคโนโลยียังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความลับและความพร้อมในการใช้งาน อีกทั้งความคิดเห็นต่อหมายเลขผู้สมัครยังแตกต่างกันตามพื้นที่ ดังนั้น การพัฒนาบัตรและวิธีลงคะแนนจึงควรประกอบด้วยการทดสอบความเข้าใจกับผู้ใช้สิทธิที่หลากหลาย ควบคู่กับการอธิบายวัตถุประสงค์และมาตรการคุ้มครองความลับอย่างชัดเจน ส่วนการนำเครื่องลงคะแนนมาใช้ควรมีข้อมูลจากการทดสอบด้านความสะดวก ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานประกอบการพิจารณา

821638111_1452849733428493_4855308237310647309_n

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง 'เสียงประชาชนต่อการออกแบบบัตรเลือกตั้งและการใช้เทคโนโลยีการลงคะแนน'

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าประเทศไทยมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ในการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ณ หน่วยเลือกตั้ง แทนการกาบัตรกระดาษ? (สำรวจโดย x LineToday) กว่า 26.1% เห็นว่ามีความพร้อมมากสูงสุด รองลงมา 23.9% เห็นว่ายังไม่พร้อมเลย 23.0% เห็นว่าค่อนข้างพร้อม 19.5% เห็นว่าไม่ค่อยมีความพร้อม และอีก 7.5% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

ผลสำรวจชี้ว่า ความพร้อมต่อการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกเป็นสองด้าน แม้ฝ่ายที่มองว่าพร้อมจะมีมากกว่าเล็กน้อย แต่ยังมีผู้ที่เห็นว่ายังไม่พร้อมอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน (เห็นว่าพร้อมรวม 49.1% และเห็นว่ายังไม่พร้อมรวม 43.4%) อาจสะท้อนว่า ความเชื่อมั่นต่อการเปลี่ยนวิธีลงคะแนนยังมีประเด็นห่วงกังวลและมีข้อพิจารณาที่ต้องศึกษาให้เกิดความเชื่อมั่นกับสาธารณชน 

เมื่อถามว่าผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและแบบรายชื่อเบอร์เดียวกันหรือไม่ ประชาชนกว่าครึ่งสนับสนุน โดยมีประชาชนจากภาคใต้หนุนสูงสุด ส่วนคนกรุงเทพฯ เลือก ‘แบบใดก็ได้’ มากสุด 55.9% เห็นว่าผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อพรรคเดียวกันควรใช้หมายเลขเดียวกัน รองลงมา 21.9% เห็นว่าควรแยกหมายเลขกัน อีก 17.1% เห็นว่าแบบใดก็ได้ ขณะที่อีก 5.1% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

นอกจากนี้ หากจำแนกตามภาค 78.0% ของผู้ตอบในภาคใต้เห็นว่าควรใช้หมายเลขเดียวกัน สูงที่สุด รองลงมาคือภาคกลาง 67.6% ภาคเหนือ 54.3% ภาคตะวันออก 53.0% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 52.1% และกรุงเทพมหานคร 22.4%สำหรับกรุงเทพมหานคร ตัวเลือกที่มีสัดส่วนสูงที่สุดคือ ‘แบบใดก็ได้’ 40.0% รองลงมาคือควรแยกหมายเลขกัน 35.8% ควรใช้หมายเลขเดียวกัน 22.4% และไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น 1.8%

ทั้งนี้ การใช้หมายเลขเดียวกันของผู้สมัครและพรรคได้รับการยอมรับมากที่สุดในภาพรวมและทุกภูมิภาคนอกกรุงเทพฯ ขณะที่คนกรุงเทพฯ เลือก “แบบใดก็ได้” มากที่สุด สะท้อนความต้องการต่อรูปแบบหมายเลขที่แตกต่างกันตามพื้นที่

เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่หากจะมีการระบุชื่อผู้สมัครควบคู่กับหมายเลขบนบัตรเลือกตั้ง ผลสำรวจระบุว่า กว่า 2 ใน 3 เห็นด้วยให้ระบุชื่อผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต โดย 67.3% เห็นด้วยกับการระบุชื่อ-นามสกุลผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต สูงสุด ขณะที่รองลงมา 25.5% ไม่เห็นด้วย และ 7.2% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น ซึ่งผลสำรวจสะท้อนถึงการยอมรับการมีข้อมูลระบุตัวผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ใช้สิทธิเชื่อมโยงตัวเลือกกับบุคคลที่ต้องการเลือกได้ชัดเจนขึ้น แต่ยังไม่อาจยืนยันว่า การเพิ่มชื่อจะช่วยลดความผิดพลาดในการลงคะแนนได้จริง

เมื่อถามถึงความจำเป็นของบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ประชาชน 53.5% เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะกังวลเรื่องความลับ รองลงมา 23.2% ยอมรับได้หากมีมาตรการที่เหมาะสม ขณะที่อีก 14.9% เห็นว่าจำเป็น และอีก 8.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น ซึ่งผลสำรวจสะท้อนถึงความกังวลเรื่องความลับของการลงคะแนนเป็นประเด็นสำคัญในการประเมินการใช้บาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด ขณะเดียวกัน การยอมรับของผู้ตอบบางส่วนมีเงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการรองรับ สะท้อนว่า ความไว้วางใจต่อวิธีใช้งานมีความสำคัญต่อการยอมรับเทคโนโลยี 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ตุลาการผู้แถลงคดี’ ชี้ควรยกฟ้องคดี ‘หมอสรณ’ ฟ้องกก.สรรหา กสทช.
‘ตุลาการผู้แถลงคดี’ ชี้ควรยกฟ้องคดี ‘หมอสรณ’ ฟ้องกก.สรรหา กสทช.