เปิดเอกสารฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ คณะแพทย์ศาสตร์รพ.รามาฯ ขอรหัสบุคคลจ้าง ‘นพ.สรณ’ ระบุชัดเป็นพนักงานค่าตอบแทนรายชั่วโมง ก่อนวันที่ประธานวุฒิสภาให้แสดงหลักฐานการลาออก
สำนักข่าว Next News รายงานว่าจากกรณีที่ศาลปกครองกลางไต่สวนคดี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์(กสทช.) ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา กสทช. ที่มีมติว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและต้องสละสิทธิการดำรงตำแหน่ง กสทช. มาตั้งแต่ต้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 นั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ในการไต่สวนคดีดังกล่าวทาง ศ.ดร.พญ.อติพร อิงค์สาธิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ทำเอกสารถึงศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 เพื่อชี้แจงสถานะของนพ.สรณว่า หลังจากนพ.สรณ ลาออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 นพ.สรณยังมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง แต่ไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ต่อมาในวันที่ 5 เมษายน 2565 ศูนย์หัวใจหลอดเลือดและเมแทบอลิซึม กลุ่มศูนย์สนับสนุนพันธกิจ มีเอกสารขออนุมัติยกเลิกรหัสแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงของนพ.สรณ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2568 และตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2566 นพ.สรณได้มาปฏิบัติหน้าที่อาจารย์แพทย์จิตอาสา ซึ่งก็มิได้ถือเป็นบุคลากรสังกัดคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่ใช่ลูกจ้างเงินรายได้
รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตต่อคำชี้แจงของผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดีว่า แม้แพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จะกล่าวอ้างว่า นพ.สรณไม่ใช่บุคลากรสังกัดคณะฯ ไม่มีสถานะเป็นลูกจ้าง แต่เอกสารแบบคำร้องขอรหัสบุคคล/ต่อรหัสบุคคล ลงวันที่ 4 มกราคม 2565 ถึงรองคณบดีฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ มีข้อความระบุอย่างชัดเจนว่า หน่วยงานประสงค์ขอจ้าง นพ.สรณ และระบุข้อมูลประเภทการจ้างว่า เป็นพนักงานค่าตอบแทน (ชั่วโมง) และระบุด้วยว่า ได้รับค่าตอบแทน โดยขอเริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 โดยนพ.สรณได้ลงนามในแบบคำร้องดังกล่าวด้วยตนเอง สอดคล้องกับเอกสารแนบตามหนังสือของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ อว. 78.06/ล44 ลงวันที่ 3 พฤษภาคม 2567 ในส่วนสรุปสถานะการเป็นบุคลากรคณะฯ ของนพ.สรณว่า วันที่ 13 เมษายน 2565 แจ้งขอพ้นสภาพการเป็นพนักงานค่าตอบแทน (รายชั่วโมง)

คำขอรหัสบุคคลจ้างนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
รายงานข่าวแจ้งว่า ดังนั้น แม้คณะฯ จะมิได้ดำเนินการจ้างบุคลากรตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดลที่เกี่ยวข้อง แต่นพ.สรณก็รับรู้และระบุสถานะประเภทการจ้างงานเป็นพนักงานค่าตอบแทน(ชั่วโมง) โดยได้รับค่าตอบแทน และลงลายมือชื่อของตนเอง และเมื่อพ้นสถานะดังกล่าว นายประภพ มิตรสงเคราะห์ รักษาการแทนหัวหน้าฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ ก็สรุปสถานะอย่างชัดเจนว่า พ้นสภาพการเป็นพนักงานค่าตอบแทน (ชั่วโมง) จึงยืนยันว่าทั้งนพ.สรณ และคณะฯ ยอมรับว่านพ.สรณเป็น "พนักงาน" ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ของคณะฯ แม้ว่าจะมิได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อบังคับที่เกี่ยวกับพนักงานหรือลูกจ้างก็ตาม แต่ นพ.สรณ ได้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวจริงและได้รับค่าตอบแทนจากการปฏิบัติหน้าที่จริง
“อีกทั้งการยื่นเอกสารดังกล่าวเป็นการยื่นก่อนการมีคำสั่งคณะฯ ที่ ล.บค. 26/2565 ลงวันที่ 6 มกราคม 2565 อนุญาตให้นพ.สรณ ลาออกตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 จึงเห็นได้ว่า นพ.สรณ แสดงความประสงค์ให้หน่วยงานขอจ้างตนเองเป็นพนักงานค่าตอบแทนรายชั่วโมง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องภายหลังจากลาออกจากรองคณบดี ความเป็นพนักงานค่าตอบแทนรายชั่วโมงดังกล่าวจึงเกิดขึ้นก่อนกำหนดวันที่ประธานวุฒิสภาให้นพ.สรณแสดงหลักฐานการลาออก และในเบื้องต้นนพ.สรณ มีความประสงค์จะปฏิบัติหน้าที่พนักงานค่าตอบแทนรายชั่วโมง จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2565”รายงานข่าวระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่ นพ.สรณขอให้ยกเลิกขอรหัสบุคคล/ต่อรหัสบุคคล ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2565 เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลว่าจะไปปฏิบัติหน้าที่และดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. แม้ก่อนหน้านี้ นพ.สรณ เคยลงนามขอรหัสบุคคลโดยระบุระยะเวลาปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2565 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 ก็ตาม แสดงให้เห็นว่า นพ.สรณย่อมทราบว่า การเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง เป็นลักษณะต้องห้ามของกรรมการ กสทช. ดังนั้น การที่ยังเป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงภายหลังจากวันที่ประธานวุฒิสภากำหนด ก็ย่อมเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ต้องแสดงหลักฐานการลาออกเพื่อให้นำความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในลำดับต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากนี้แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงมีรหัสบุคลากรและสามารถเข้าถึงระบบสารสนเทศข้อมูลการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย โดยมิได้จำกัดเพียงข้อมูลการรักษาพยาบาลเฉพาะที่ตนเองตรวจรักษาเท่านั้น การให้สิทธิในการเข้าถึงระบบสารสนเทศดังกล่าว จึงมิใช่เป็นเพียงการประกอบวิชาชีพอิสระที่มาขอใช้สถานที่ อุปกรณ์หรือเครื่องมือของทางคณะฯ เมื่อคณะฯ ให้แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงมีสิทธิเข้าถึงระบบสารสนเทศดังกล่าว ซึ่งเกิดจากนิติสัมพันธ์ระหว่างผู้รับบริการและคณะฯ ย่อมเห็นได้ว่าคณะฯ ถือว่าแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงเป็นบุคลากรหรือผู้ปฏิบัติงานของคณะฯ ดังนั้น นพ.สรณ มิใช่เป็นเพียงผู้ขอใช้สถานที่ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ แต่เป็นพนักงานค่าตอบแทนของคณะฯ เนื่องจากข้อมูลการรักษาพยาบาลดังกล่าวมิใช่ข้อมูลที่ผู้ประกอบวิชาชีพอิสระจะมีสิทธิเข้าถึงได้
รายงานข่าวแจ้งว่า แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงได้รับค่าธรรมเนียมแพทย์ มิใช่ได้รับค่าตอบแทน แต่ในเอกสารคำชี้แจงข้อเท็จจริงของคณะ ระบุว่า อัตราการจ่ายค่าตอบแทนแพทย์รายชั่วโมงเป็นไปตามประกาศคณะฯ ซึ่งค่าธรรมเนียมคือสิ่งที่เรียกเก็บจากผู้รับบริการ ซึ่งแยกอัตราค่าธรรมเนียมระหว่างผู้ป่วยนอกชาวไทยและชาวต่างประเทศ เมื่อคณะฯ เป็นผู้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมแพทย์ฝ่ายเดียวโดยไม่ใช่เป็นการกำหนดร่วมกันกับแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ดังนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงมิได้มีอิสระในการเรียกเก็บค่าบริการจากผู้รับบริการว่าเป็นการประกอบวิชาชีพอิสระแต่อย่างใด




