น้ำท่วมหลายพื้นที่ ทางหลวงแจ้งถนนจม 109 แห่ง สัญจรผ่านไม่ได้ 8 แห่ง ส่วนสายชนบทปิด 5 เส้นทาง รถร่วม บขส.สายตะวันออกหยุดวิ่ง 5 สายทาง 'กทพ.' ฟรีค่าทางด่วน 8 สายถึงเที่ยงคืน 27 ก.ย.
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่าจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังถนนหลายพื้นที่นั้น กรมทางหลวง โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยพิบัติ แจ้งว่า สภาพการจราจรบนทางหลวงทั่วประเทศพบว่าทางหลวงถูกน้ำท่วม 19 จังหวัด จำนวน 109 แห่ง การจราจรผ่านไม่ได้ 8 แห่ง ดังนี้
1.ทางหลวงหมายเลข 1 กม.258+000 - กม.259+000 ในพื้นที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
2.ทางหลวงหมายเลข 344 กม.9+800 - กม.10+300 ในพื้นที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี
3.ทางหลวงหมายเลข 359 กม.31+800 - กม.32+300 ในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี
4.ทางหลวงหมายเลข 3076 กม.130+841 - กม.131+900 ในพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
5.ทางหลวงหมายเลข 3076 กม.130+900 - กม.131+900 ในพื้นที่อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
6.ทางหลวงหมายเลข 3241 กม.4+100 – กม.4+300 ในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
7.ทางหลวงหมายเลข 3409 กม.2+525 – กม.2+575 ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
8.ทางหลวงหมายเลข 3701 กม.80+300 – กม.81+850 ในพื้นที่อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

888
ทั้งนี้ กรมทางหลวงจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ หากต้องการความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลทางหลวง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชม.) และเว็บไซต์ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ (HDMS)

891
ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ขณะนี้มีถนนทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย หนองคาย สระแก้ว ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ราชบุรี ลพบุรี ทั้งนี้ ได้สั่งการไปยังสำนักงานทางหลวงชนบท (สทช.) และแขวงทางหลวงชนบท (ขทช.) ในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจโครงข่ายทางหลวงชนบทที่อยู่ในความรับผิดชอบ หากพบว่ามีเส้นทางที่ได้รับผลกระทบให้เร่งติดตั้งป้ายเตือน ป้ายทางเลี่ยง ป้ายบอกระดับน้ำ สัญญาณไฟกระพริบ ปักเสาขาวแดงตามแนวขอบทาง ตลอดจนอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมติดตามระดับน้ำในอย่างใกล้ชิด

896
ทั้งนี้ ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 มีถนนทางหลวงชนบทได้รับผลกระทบ 24 สายทาง แบ่งเป็นเส้นทางที่สามารถสัญจรผ่านได้ 19 สายทาง ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 5 สายทาง ดังนี้
1.สก.5053 แยกทางหลวงชนบท สก.4033 (กม.ที่ 2+200) – บ้านทับใหม่ อ.วัฒนานคร กม.ที่ 17+200 - 17+950 น้ำไหลกัดเซาะผิวจราจรและคันทาง (ผ่านไม่ได้)
2.สก.2002 แยก ทล.33 (กม.ที่ 259+380) – บ้านคลองผักขม อ.เมือง กม.ที่ 6+650 - 6+750 น้ำไหลกัดเซาะผิวจราจรและไหล่ทางชำรุดเสียหาย (ผ่านไม่ได้)
3.ฉช.5031 แยกทางหลวงชนบท ฉช.3009 (กม.ที่ 21+200) – บ้านวังอีเลี่ยน อ.สนามชัยเขต กม.ที่ 10+200 - 10+320 น้ำหลาก (ผ่านไม่ได้)
4.ฉช.4039 แยก ทล. 3076 (กม.ที่ 60+171) - อ่างเก็บน้ำเขาละลาก อ.ท่าตะเกียบ กม.ที่ 1+500 - 8+400 น้ำหลาก (ผ่านไม่ได้)
5.ลบ.2007 แยก ทล.21 (กม.ที่ 17+190) – บ้านชอนน้อย อ.พัฒนานิคม กม.ที่ 10+900 - 11+400 น้ำไหลกัดเซาะผิวจราจรและไหล่ทางชำรุดเสียหาย (ผ่านไม่ได้)
ขณะที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) แจ้งว่า หลายพื้นที่ประเทศไทยเกิดฝนตกหนักและต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อการเดินรถโดยสารสาธารณะ โดยวันที่ 26 กันยายน 2569 ได้รับการประสานงานจากผู้ประกอบการรถร่วมฯ ที่มีการแจ้งหยุดเดินรถในเส้นทางต่างๆ เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่ลายและกลับสู่ภาวะปกติ เนื่องจากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ของภาคตะวันตกออก 5 เส้นทาง ดังนี้
1.สาย 46 เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง(สายเก่า)
2.สาย 48 เส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา(เฉพาะรถตู้)
3.สาย 914/917 เส้นทางกรุงเทพฯ-จันทบุรี-ตราด ของ บริษัท ธนทวีขนส่ง จำกัด
4.สาย 9916 เส้นทางกรุงเทพฯ-วังน้ำเย็น-คลองหาด
5.สาย 9916 เส้นทางกรุงเทพฯ-สระแก้ว-อรัญประเทศ-ตลาดโรงเกลือ
รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนเส้นทางการเดินรถโดยสารของ BKS ยังคงให้บริการตามปกติทุกเส้นทาง และบริษัทฯ จะติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้ยังมีฝนตกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือ และเตรียมปรับแผนการเดินรถให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อประชาชนผู้ใช้บริการและลดผลกระทบต่อการเดินรถต่อไป

897
รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) แจ้งว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษทั้ง 8 สายทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนจากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันที่ 26 กันยายน 2569 ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2569
ได้แก่
1.ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ระบบทางด่วนขั้นที่ 1)
2.ทางพิเศษศรีรัช (ระบบทางด่วนขั้นที่ 2)
3.ทางพิเศษฉลองรัช (สายรามอินทรา–อาจณรงค์ และวงแหวนรอบนอก)
4.ทางพิเศษบูรพาวิถี (สายบางนา–ชลบุรี)
5.ทางพิเศษอุดรรัถยา (สายบางปะอิน–ปากเกร็ด)
6.ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1)
7.ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์)
8.ทางพิเศษประจิมรัถยา (สายศรีรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร)




