News Logo
หน้าแรก
คมนาคมเปิดวอร์รูมช่วยท่วม24ชม. รถไฟงดวิ่งสายตะวันออก-เหนือ

คมนาคมเปิดวอร์รูมช่วยท่วม24ชม. รถไฟงดวิ่งสายตะวันออก-เหนือ

26 ก.ย. 2569 18:47
ผู้ชม 4 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

'พิพัฒน์' เปิดวอร์รูมคมนาคม รับมือท่วม บูรณาการ บก–ราง–น้ำ–อากาศ ช่วยประชาชน 24 ชม. สั่งทำแผนที่เส้นทางเปิด–ปิด 'รฟท.'ปิดการเดินรถตะวันออก  ขบวน งดวิ่ง 9 ขบวนรถทางไกลสายเหนือ

สำนักข่าว Next News  รายงานเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วน พร้อมจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน (ศอฉ.คค.) หรือ War Room เพื่อเป็นศูนย์กลางบัญชาการ ประสานข้อมูล และบูรณาการทรัพยากรของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเข้าร่วม เพื่อติดตามสถานการณ์ ประเมินผลกระทบต่อการเดินทาง และกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมได้รายงานสถานการณ์และมาตรการให้บริการประชาชนในแต่ละระบบ ดังนี้
  -องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รายงานว่า จากรถโดยสารทั้งหมด 2,883 คัน สามารถนำออกให้บริการได้ 1,216 คัน หรือประมาณ 42% เนื่องจากหลายเส้นทางมีระดับน้ำสูง โดยเฉพาะบริเวณลำสาลี–ลาดพร้าว และบางแค ขณะที่อู่รถ 2 แห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนต้องเคลื่อนย้ายรถเกือบ 200 คันไปยังพื้นที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ ได้จัดรถประมาณ 20 คัน สำหรับรับ–ส่งประชาชนจากชุมชนหรือพื้นที่น้ำท่วมออกมายังจุดที่สามารถเดินทางต่อได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ประชาชนสามารถแจ้งจุดที่ต้องการความช่วยเหลือผ่านช่องทางของ ขสมก.

-กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เตรียมรถจากปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และส่วนกลาง เบื้องต้นรวม 10 คัน พร้อมเข้าสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่รถโดยสารทั่วไปไม่สามารถผ่านได้เนื่องจากระดับน้ำสูง

-กรมทางหลวง(ทล.) รายงานว่า ณ เวลา 14.00 น. โครงข่ายทางหลวงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยใน 22 จังหวัด 85 สายทาง รวม 172 แห่ง โดยระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก รถยก รถลาก และเครื่องจักรเข้าพื้นที่ พร้อมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ รังสิต ดอนเมือง–วิภาวดีรังสิต และศรีนครินทร์ โดยจุดที่มีระดับน้ำสูงหรือไม่ปลอดภัยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ แจ้งเตือนประชาชน และพิจารณาปิดช่องจราจรหรือปิดเส้นทางตามความจำเป็น
ขณะเดียวกัน ได้เร่งเปิดทางระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะพื้นที่ก่อสร้างที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ รวม 3 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าไทยพีบีเอส ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จ และอีก 2 จุดบริเวณหน้าไทยรัฐและหน้าการบินไทย ซึ่งได้ระดมเจ้าหน้าที่ ผู้รับจ้าง และเครื่องจักรเข้าดำเนินการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกจากพื้นที่วิภาวดี

-การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ. )ไม่เก็บค่าผ่านทาง ตั้งแต่เวลา 15.00 น. วันที่ 26 กันยายน ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2569 และจะประเมินสถานการณ์เพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
อย่างไรก็ตาม ทางลงจากทางพิเศษบางแห่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลทางลงที่สามารถและไม่สามารถใช้งานได้ก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันการขึ้นทางพิเศษแล้วไม่สามารถลงสู่พื้นที่ปลายทางได้

-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดอาคารและลานจอดรถตามแนวรถไฟฟ้าให้ประชาชนนำรถเข้าจอดฟรี เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม พร้อมประสานผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่างๆ ร่วมเปิดพื้นที่รองรับประชาชน พื้นที่ครอบคลุมแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเขียว สีส้ม สีเหลือง และสีชมพู โดยมีจุดสำคัญ เช่น อาคารจอดรถลาดพร้าว คลองไผ่ สามแยกบางใหญ่ บางรักน้อย–ท่าอิฐ แยกนนทบุรี 1 คูคต และมีนบุรี
ทั้งนี้ ระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง และสีชมพู ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ส่วนระบบรางอื่นยังรักษาการเดินรถอย่างต่อเนื่องเท่าที่สภาพเส้นทางและมาตรฐานความปลอดภัยอนุญาต

-การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รายงานว่า เส้นทางสายใต้และสายตะวันออกเฉียงเหนือยังสามารถเดินรถได้ตามปกติ ขณะที่สายตะวันออกและสายเหนือบางช่วงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรางรถไฟ จึงปรับการเดินรถในจุดที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย

-กรมเจ้าท่ารายงานว่า เรือโดยสารคลองแสนแสบหยุดให้บริการ เนื่องจากระดับน้ำสูงจนกระทบต่อการลอดสะพาน ขณะที่เรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งเรือไฟฟ้าและเรือด่วนเจ้าพระยา ยังให้บริการได้

-บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รายงานว่า ผู้ประกอบการรถร่วมบางรายหยุดให้บริการบางเส้นทาง โดยเฉพาะรถตู้และมินิบัสในภาคตะวันออก เช่น กรุงเทพฯ–ระยอง กรุงเทพฯ–พัทยา กรุงเทพฯ–จันทบุรี และพื้นที่ต่อเนื่อง ขณะที่รถโดยสารขนาดใหญ่ยังสามารถให้บริการได้ โดย บขส. จัดเตรียมรถสำรองสำหรับทดแทนเที่ยวรถที่ไม่สามารถเดินทางได้ เพื่อรักษาการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง

-ด้านการบิน ระบบบริหารจราจรทางอากาศยังดำเนินการได้ตามปกติ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองมีเที่ยวบินล่าช้าสะสมบางส่วน แต่เที่ยวบินยังสามารถให้บริการได้ และขณะรายงานยังไม่มีผู้โดยสารตกค้างสะสมที่สนามบิน

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์สั่งการให้ ศอฉ.คค. และทุกหน่วยงานในสังกัดดำเนินการอย่างเร่งด่วน  ดังนี้
1.ทำ Mapping กลางของกระทรวงคมนาคม รวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนว่า เส้นทางใดเปิด–ปิด จุดใดมีน้ำท่วมสูง รถประเภทใดสามารถผ่านได้ เส้นทางเลี่ยงอยู่ที่ใด รวมถึงจุดที่มีรถช่วยเหลือและช่องทางขอรับความช่วยเหลือ โดยเฉพาะทางยกระดับ ทางพิเศษ และมอเตอร์เวย์ ต้องแจ้งให้ครบทั้ง “ขึ้นตรงไหนได้–ลงตรงไหนได้–ทางลงใดใช้ไม่ได้”
2.ห้ามปล่อยให้ประชาชนตัดสินใจเสี่ยงผ่านจุดน้ำท่วมด้วยตนเอง พื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงหรือไม่ปลอดภัยต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ มีป้ายและสัญญาณเตือน และปิดช่องจราจรหรือปิดเส้นทางทันทีเมื่อจำเป็น
3.บูรณาการรถสูงช่วยประชาชนในเส้นทางที่รถปกติเข้าไม่ได้ โดยนำรถจากกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และหน่วยงานอื่นเข้าช่วย ขสมก. หากรถของกระทรวงไม่เพียงพอให้ประสานกองทัพเพิ่มเติม
4.สำรวจพื้นที่จอดรถว่างของทุกหน่วยงาน และส่งข้อมูลเข้าสู่วอร์รูมเพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลางสำหรับแจ้งประชาชนว่าพื้นที่ใดยังสามารถรองรับรถได้ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
5.รวมบัญชีรถ–เรือ–เครื่องจักรทั้งกระทรวง ให้ทุกหน่วยงานแจ้งจำนวน ที่ตั้ง สถานะความพร้อม และผู้รับผิดชอบของรถ เครื่องจักร เรือ เครื่องสูบน้ำ รถยก รถลาก และอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้เมื่อมีการร้องขอสามารถเลือกทรัพยากรที่อยู่ใกล้พื้นที่ที่สุดและสั่งเข้าสนับสนุนได้ทันที

ทั้งนี้ ศอฉ.คค. จะเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ เส้นทาง ทรัพยากร และความต้องการความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงาน พร้อมติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ประชาชนสามารถแจ้งเหตุด้านคมนาคมผ่าน สายด่วน 1256 เพื่อประสานการช่วยเหลือต่อไป

รายงานข่าวจาก รฟท. แจ้งว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมสันรางในเส้นทางสายตะวันออก มีความจำเป็นต้องปิดทางเดินรถบางช่วงเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยในการเดินรถ มีจุดที่ประกาศปิดทางล่าสุด ดังนี้
• เส้นทางระหว่างสถานีบ้านแก้ง–สระแก้ว
• เส้นทางระหว่างสถานีอรัญประเทศ–วัฒนานคร
• เส้นทางระหว่างย่าน ปตท. - สายโรงกลั่นน้ำมันบางจาก
มีขบวนรถที่ได้รับผลกระทบ และประสานผู้เกี่ยวข้อง เพื่องดเดินขบวน ดังนี้
1.ขบวนรถธรรมดาที่ 283/284 (กรุงเทพ - จุกเสม็ด - กรุงเทพ)
2.ขบวนรถธรรมดาที่ 281/282 (กรุงเทพ - กบินทร์บุรี - กรุงเทพ)
3.ขบวนรถชานเมืองที่ 367/368 (กรุงเทพ - ชท.ฉะเชิงเทรา - กรุงเทพ)
4.ขบวนรถชานเมืองที่ 389/390 (กรุงเทพ - ชท.ฉะเชิงเทรา - กรุงเทพ)
5.ขบวนรถธรรมดาที่ 278/279 กรุงเทพ-บ้านคลองเล็ก
6.ขบวนรถธรรมดาที่ 279/280 (กรุงเทพ - บ้านคลองลึก)
7.ขบวนรถนำเที่ยวที่ 997/998 (กรุงเทพ–จุกเสม็ด–กรุงเทพ)
8.ขบวนรถธรรมดาที่ 275/276 (กรุงเทพ–บ้านคลองลึก) มีการให้บริการจากกรุงเทพ–บ้านแก้ง และ (บ้านคลองลึก–กรุงเทพ) มีการให้บริการจากกบินทร์บุรี–กรุงเทพ

ส่วนเส้นทางเดินรถไฟสายเหนือ ปรับแผนการเดินรถ หลังน้ำท่วมสันรางบริเวณ สทล.217/4-5 ย่านสถานีหัวงิ้ว อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำสูงจากสันรางประมาณ 15 เซนติเมตร ไม่สามารถให้ขบวนรถสายเหนือทั้งเที่ยวขึ้นและเที่ยวล่องผ่านบริเวณดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องปิดทางระหว่างสถานีหนองโพ อ.ตาคลี–เนินมะกอก อ.พยุหะคีรี ตั้งแต่เวลา 10.50 น. เป็นต้นมา
จากสถานการณ์ดังกล่าว มีขบวนรถได้รับผลกระทบ การรถไฟฯ ได้ประสานหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง พร้อมปรับแผนการเดินรถเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารและให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย โดยขบวนรถที่อยู่ระหว่างการให้บริการมีแผนดำเนินการ ดังนี้
1.ขบวนรถเร็วที่ 111 กรุงเทพอภิวัฒน์–เด่นชัย เมื่อถึงสถานีบ้านตาคลี จะขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากสถานีบ้านตาคลีไปยังสถานีนครสวรรค์ ก่อนเดินทางต่อด้วยรถไฟ (ริ้วขบวน 112) ไปยังปลายทางสถานีเด่นชัย
2.ขบวนรถเร็วที่ 112 เด่นชัย–กรุงเทพอภิวัฒน์ เมื่อถึงสถานีนครสวรรค์ จะขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากสถานีนครสวรรค์ไปยังสถานีบ้านตาคลี ก่อนเดินทางต่อด้วยรถไฟ (ริ้วขบวน 111) ไปยังปลายทางกรุงเทพอภิวัฒน์
3.ขบวนรถเร็วที่ 102 เชียงใหม่–กรุงเทพอภิวัฒน์ ขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากสถานีนครสวรรค์ไปยังกรุงเทพอภิวัฒน์
4.ขบวนรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 8 เชียงใหม่–กรุงเทพอภิวัฒน์ ขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์จากสถานีนครสวรรค์ไปยังกรุงเทพอภิวัฒน์
5.ขบวนรถธรรมดาที่ 201 กรุงเทพ–พิษณุโลก สถานีปลายทางสิ้นสุดที่ สถานีบ้านตาคลี
6.ขบวนรถธรรมดาที่ 211 กรุงเทพ–ตะพานหิน สถานีปลายทางสิ้นสุด ที่สถานีบ้านตาคลี


ขณะเดียวกัน การรถไฟฯ ประกาศงดเดินขบวนรถทางไกลเชิงพาณิชย์ 9 ขบวนจากต้นทาง ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุน้ำท่วมยังมีน้ำหนุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขนถ่ายผู้โดยสารทางรถยนต์ระหว่างทางในช่วงเวลากลางคืนอาจไม่ปลอดภัย จากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องและมีน้ำท่วมในเส้นทางถนน รวมถึงอาจไม่สะดวกต่อการเดินทางเข้า–ออกสถานีรถไฟ โดยขบวนรถที่งดเดินตั้งแต่ต้นทาง ได้แก่
1.ขบวนรถเร็วที่ 109 กรุงเทพอภิวัฒน์–เชียงใหม่
2.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9 กรุงเทพอภิวัฒน์–เชียงใหม่
3.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 13 กรุงเทพอภิวัฒน์–เชียงใหม่
4.ขบวนรถเร็วที่ 107 กรุงเทพอภิวัฒน์–เด่นชัย
5.ขบวนรถด่วนที่ 51 กรุงเทพอภิวัฒน์–เชียงใหม่
6.ขบวนรถเร็วที่ 108 เด่นชัย–กรุงเทพอภิวัฒน์
7.ขบวนรถด่วนที่ 52 เชียงใหม่–กรุงเทพอภิวัฒน์
8.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 14 เชียงใหม่–กรุงเทพอภิวัฒน์
9.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 10 เชียงใหม่–กรุงเทพอภิวัฒน์
ผู้โดยสารที่มีตั๋วโดยสารของขบวนรถที่ประกาศงดเดิน สามารถขอคืนค่าโดยสารเต็มจำนวน ได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ โดย รฟท. จะประเมินสถานการณ์และปรับแผนการเดินรถให้เหมาะสม พร้อมคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดชื่อ ปปร.30 นักการเมือง-ผู้ว่าราชการ-อธิบดี-ผู้บริหารบ.ดัง
เปิดชื่อ ปปร.30 นักการเมือง-ผู้ว่าราชการ-อธิบดี-ผู้บริหารบ.ดัง