รองโฆษกรัฐบาลเผย กระทรวงการคลังเสนอ ครม. พิจารณาจัดสรรงบกลางปี 2569 วงเงินกว่า 1,206 ล้านบาท เสริมสภาพคล่อง กยศ. หลังพบเสี่ยงขาดเงินโอนค่าเล่าเรียน-ค่าครองชีพให้ผู้กู้ยืมกว่า 1.4 แสนราย เผยนายกฯ เห็นชอบแล้ว เร่งนำเข้า ครม. พิจารณาอนุมัติตามขั้นตอน
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 1,206,477,900 บาท ให้แก่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เพื่อนำไปสนับสนุนการให้กู้ยืมแก่นักเรียนและนักศึกษา สำหรับเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพได้อย่างต่อเนื่อง
น.ส.ลลิดา ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2569 กยศ. ขอรับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 21,900 ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรจำนวน 5,100 ล้านบาท มีส่วนต่าง 16,800 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา กยศ. ได้บริหารเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรควบคู่กับเงินที่ผู้กู้ยืมชำระคืนมาหมุนเวียน เพื่อให้การปล่อยกู้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์สามารถดำเนินต่อไปได้
ทั้งนี้ จากการประมาณการกระแสเงินสด พบว่า กยศ. มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และอาจมีเงินไม่เพียงพอสำหรับโอนจ่ายค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้แก่นักเรียนและนักศึกษาผู้กู้ยืมจำนวน 141,838 ราย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการขอรับงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 1,206,477,900 บาท เพื่อให้การจ่ายเงินกู้ยืมดำเนินต่อเนื่องและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้เรียน
สำหรับปีการศึกษา 2569 กยศ. ประมาณการกรอบการให้กู้ยืมสำหรับนักเรียนและนักศึกษาทั้งผู้กู้รายใหม่และผู้กู้รายเก่าที่กู้ต่อเนื่อง จำนวน 775,629 ราย วงเงินประมาณ 47,706.0876 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ได้รับการให้กู้ยืมแล้ว 577,523 ราย คิดเป็น 74.45% ของกรอบจำนวนผู้กู้ วงเงินกู้ยืม 35,083.5926 ล้านบาท หรือ 73.54% ของกรอบวงเงินทั้งหมด
ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้นำเรื่องเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาและนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ กยศ. ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 1,206,477,900 บาท เพื่อใช้สนับสนุนการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สำหรับค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพให้แก่ผู้กู้ยืมอย่างต่อเนื่องจนสิ้นปีงบประมาณ และเนื่องจากวงเงินดังกล่าวเกิน 100 ล้านบาท จึงต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอน
นอกจากนี้ กยศ. จะต้องเร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นการชำระหนี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กองทุนมีเงินเพียงพอสำหรับการดำเนินงานในอนาคตต่อไป




