News Logo
หน้าแรก
ครม.ไฟเขียวโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ยันลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล.ไร่

ครม.ไฟเขียวโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ยันลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล.ไร่

29 ก.ย. 2569 16:39
ผู้ชม 22 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

โฆษกรัฐบาล เผย ครม. อนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ลดความเสียหายอุทกภัยภาคกลาง 1.6 หมื่นล้านต่อปี พร้อมจี้สปีดคลองบางบาล-บางไทร ให้เสร็จปี 71 ห้ามขยายเวลาอีก นอกจากนี้ยังอนุมัติงบกลาง 4,731 ล้านบาท เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยทั่วประเทศ และปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาแบบขั้นบันไดสูงสุด 2,200 ลบ.ม./วินาที

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (พ.ศ. 2570–2577) โดยเริ่มตั้งงบประมาณและนำร่องพื้นที่จังหวัดชัยนาทในปี 2570 โดยผลการศึกษาพบว่า โครงการนี้มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และสามารถลดมูลค่าความเสียหายจากน้ำท่วมได้ประมาณ 16,930 ล้านบาทต่อปี ทั้งยังลดพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ถึง 3.48 ล้านไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนี้ ระบบคลองส่งน้ำยังสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงภัยแล้งได้ราว 1,555 ล้านลูกบาศก์เมตร พร้อมพัฒนายกระดับให้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรทางน้ำได้อีกด้วย ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่รองรับอีกจำนวนมาก

นายเอกภพ ระบุด้วยว่า นอกเหนือจากโครงการดังกล่าว ยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่อง แต่ยังไม่แล้วเสร็จ คือ โครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ซึ่งวันนี้มีการขยายระยะเวลาโครงการ โดยโครงการนี้จะเชื่อมโยง 2 ระบบเข้าด้วยกันเพื่อลดน้ำท่วมในภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งสัญญาเดิมจะต้องแล้วเสร็จในปี 2569-2570 แต่เนื่องจากมีความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่จึงต้องขอขยายเวลาไปปี 2572 โดยคณะรัฐมนตรีเห็นควรดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วและไม่ควรขยายเวลาอีก ซึ่งกรมชลประทานระบุว่าจะเสร็จได้ในปี 2571 โดยมติคณะรัฐมนตรีจะไม่ให้ขยายระยะเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

สำหรับงบกลางที่เหลืออยู่ในการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลาง 4,731 ล้านบาท โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำรวจและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งท้องถิ่นและกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด

นายเอกภพ กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า นายกฯ ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่ง ให้เข้าร่วมประชุมกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงเมื่อผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องอยู่ในพื้นที่เพื่อรับข้อสั่งการและขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ หากพบปัญหาข้อติดขัดในการประสานงานและการปฏิบัติตามนโยบายระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ทำรายงานเสนอตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้นายกฯ ใช้อำนาจในการสั่งการและแก้ไขปัญหาต่อไปทันที

ทั้งนี้ สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวานมีฝนตกในภาคเหนือ ซึ่งแม่น้ำปิงไหลลงมาที่เจ้าพระยา แต่แม่น้ำยังทรงตัวจึงยังไม่มีปัญหาอะไร แต่แม่น้ำเจ้าพระยาจะถูกเติมด้วยแม่น้ำสะแกกรังที่มีฝนตกเยอะ น้ำในเขื่อนเจ้าพระยาจึงมีน้ำปริมาณเพิ่มขึ้น โดยในการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากเดิมที่มีการปล่อยน้ำที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ประชุมมีมติเพิ่มการปล่อยน้ำขึ้นสูงสุดได้อยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยให้ปล่อยเป็นระดับขั้นบันไดและดูสถานการณ์โดยไม่ได้ปล่อยทีเดียว โดยปริมาณน้ำ 200 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งหากเพิ่มขึ้นทีเดียว น้ำที่อยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนจะสูงขึ้น 30 เซนติเมตร ซึ่งการปล่อยน้ำจะต้องดูการเก็บเกี่ยวพืชผลของประชาชนด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทีมเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ลุยน้ำท่วมเสรีไทย อพยพผู้สูงอายุ-มอบอาหารผู้ประสบภัย
ทีมเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ลุยน้ำท่วมเสรีไทย อพยพผู้สูงอายุ-มอบอาหารผู้ประสบภัย