'อนุทิน'ประชุม บกปภ.ช. วันที่ 2 สั่งทุกหน่วยเร่งเข้าถึงพื้นที่ตัดขาด-น้ำเพิ่มเร็ว จัดระบบ “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งข้อมูล” เตรียมรับฝนระลอกใหม่ 4–5 ต.ค. พร้อมกำชับจังหวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก ท่าจีน และแม่กลอง เตรียมพร้อมระดับสูงสุด ส่วนพื้นที่น้ำลดเร่งสูบน้ำ-ฟื้นฟูทันที
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายอนุทิน กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการติดตามสถานการณ์อุทกภัยต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังหลายพื้นที่ยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง น้ำหลาก และมีความเสี่ยงจากมวลน้ำที่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำ จึงขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูลล่าสุด ทั้งสถานการณ์น้ำ พื้นที่ได้รับผลกระทบ การอพยพประชาชน การบริหารจัดการน้ำ และผลการให้ความช่วยเหลือ เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ ปรับแผนการปฏิบัติงาน และอุดช่องว่างในการทำงานให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นายอนุทินเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้า การดูแลกลุ่มเปราะบาง การบริหารศูนย์พักพิง และการฟื้นฟูพื้นที่ที่สถานการณ์น้ำเริ่มลดลง รวมถึงเร่งจัดการขยะมูลฝอย น้ำเสีย และรักษาความสะอาดและสุขอนามัยในพื้นที่ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่มีพื้นที่ใดที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปไม่ถึง โดยทุกหน่วยงานได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการปฏิบัติงาน ปัญหา อุปสรรค และความต้องการสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อให้รัฐบาลสามารถระดมทรัพยากรเข้าแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วทั่วถึง
สำหรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี มีดังนี้
1. จัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนตามระดับความเดือดร้อน โดยให้เร่งเข้าถึงพื้นที่ที่มีความจำเป็นก่อน ได้แก่ พื้นที่ถูกตัดขาด พื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และพื้นที่ที่ประชาชนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อให้ทรัพยากรของรัฐถูกส่งไปยังจุดที่มีความจำเป็นสูงสุด
2. จัดระบบ “ทีมปฏิบัติการที่เข้าถึงประชาชน” โดยเฉพาะชุมชนที่ถูกตัดขาด ซึ่งจำเป็นต้องใช้เรือ รถยกสูง หรือรถทหาร พร้อมวางแผนการนำส่งอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง
3. จัดระบบการสื่อสารกับประชาชนแบบ “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งข้อมูล” หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลระดับน้ำหรือการระบายน้ำให้หน่วยงานในพื้นที่ใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการสื่อสาร เพื่อป้องกันความสับสนและลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล
4. เร่งเตรียมมาตรการรองรับฝนระลอกใหม่ เนื่องจากมีแนวโน้มฝนตกเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 4–5 ตุลาคม 2569 โดยให้ทุกจังหวัดที่ยังมีพื้นที่น้ำท่วมอยู่ประเมินความสามารถในการรองรับน้ำเพิ่มเติม และเร่งดำเนินการเตรียมความพร้อมก่อนฝนระลอกใหม่จะเข้าพื้นที่ ตามข้อมูลและการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยา
5. จัดทำบัญชีทรัพยากรทั้งกำลังพลและเครื่องจักรกล ให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดได้ทันที อาทิ เครื่องสูบน้ำ เรือ รถกู้ภัย เครื่องจักรกล และกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมกำหนดจังหวัดต้นทางและพื้นที่ปลายทางให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถโยกย้ายทรัพยากรได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งให้ประชาชนที่อาศัยติดอยู่กับแม่น้ำสายหลัก อาทิ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้สถานการณ์ทันท่วงทีและเตรียมการในการป้องกันบรรเทาภัยพิบัติจากอุทกภัยนี้ เช่น การอพยพ การยกของขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ยานพาหนะไปในที่ปลอดภัยได้ทันเวลา ต้องมีข้อความแจ้งให้กับประชาชนทราบ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในทางผ่านของแม่น้ำสายหลักในภาคกลาง อาทิ จังหวัดสมุทรสาคร ราชบุรี เป็นต้น ให้เตรียมความพร้อมในระดับสูงสุด และมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทุกคนอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาและต้องมีความพร้อมการให้การช่วยเหลือแก่ประชาชน
นอกจากนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมไปถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดูแลความเป็นอยู่และการดำรงชีพของประชาชนให้ครบถ้วนทุกมิติ โดยให้ความสำคัญกับอาหารและยารักษาโรคให้เพียงพอรวมถึงการดูแลประชาชนที่จะต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย อีกทั้งพื้นที่ที่น้ำเริ่มลดแล้วให้เร่งสูบน้ำออกโดยเร็วที่สุด ประสานเตรียมเครื่องจักรและกำลังพลเข้าฟื้นฟูทำความสะอาดถนน บ้านเรือน และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทันทีเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานการเพิ่มประสิทธิภาพการเผชิญเหตุ โดยมีการจัดทำแผนที่ความเสี่ยงภัย (Risk Map) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนและกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงภัยได้อย่างเหมาะสมและตรงจุด สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ระดับน้ำลดลงแล้ว ปภ. จะร่วมกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานภาคีเครือข่าย แบ่งพื้นที่รับผิดชอบ (Zoning) ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเข้าฟื้นฟูพื้นที่อย่างรวดเร็วและทั่วถึง พร้อมเตรียมรถบรรทุก 6 ล้อสำหรับขนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม อาทิ โซฟา ตู้ เตียง และสิ่งของชำรุดต่าง ๆ รวมถึงเร่งล้างทำความสะอาดบ้านเรือน จัดตั้ง Fix-it Center ให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบประปา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด




