‘อนุทิน’ในนามสส.ภูมิใจไทยและคณะชงแก้กฎหมาย ‘สสส.’เลิกส่งเงินภาษีบาปจากเหล้าและบุหรี่ให้กองทุน เปลี่ยนเป็นเสนอของบฯประจำปีแทน ยกเหตุต้องรักษาวินัยการเงินเคร่งครัด เปิดรับฟังความเห็น 30 ก.ย.-14 ต.ค. ขณะที่ 'ศุภชัย ใจสมุทร' สส.พรรคภูมิใจไทย ก็เสนอร่างแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอส เลิกส่งเงินภาษีบาปให้ ปีละไม่เกิน 2 พันล้านบาท เปลี่ยนเป็นการเสนอของบฯ เช่นกัน
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และคณะเสนอร่างพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 ซึ่งมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ทำหน้าที่การส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพของประเทศไทย
รายงานข่าวแจ้งว่า สาระสำคัญในการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว คือการยกเลิกการนำส่งเงินจากภาษีสุราและยาสูบ หรือภาษีบาป ในอัตรา 2% เป็นรายได้ของ สสส.โดยเปลี่ยนเป็นเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน เหมือนหน่วยงานของรัฐในการเสนอของบประมาณแต่ละปี ซึ่งจะต้องเสนอผ่านสำนักงบประมาณ คณะรัฐมนตรี(ครม.) และสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ในแต่ละปี โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2569 -14 ตุลาคม 2569
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือ
1) แก้ไขเพิ่มเติมเงินและทรัพย์สินของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 6 (1) และ (3))
2) ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ (ยกเลิกมาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 14 และมาตรา 15)
ส่วนเหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวระบุว่า "โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 บัญญัติว่าการเสนอกฎหมายที่มีบทบัญญัติให้จัดเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐนั้นหรือเพื่อการหนึ่งการใดเป็นการเฉพาะ จะกระทำมิได้ เว้นแต่กรณีการจัดเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแม้มาตรา 82 ของกฎหมายดังกล่าวจะบัญญัติว่าบทบัญญัติมาตรา 26 มิให้ใช้บังคับกับกับกฎหมายที่กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้และยังมีผลใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับ"
“แต่บทบัญญัติดังกล่าวเป็นบทบัญญัติสำหรับใช้เฉพาะกาล สมควรยกเลิกบทบัญญัติของกฎหมายที่ขัดหรือแย้งกับหลักการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะบทบัญญัติของกฎหมายที่มีบทบัญญัติให้นำเงินรายได้จากผู้มีหน้าที่เสียภาษีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุราและยาสูบเป็นเงินบำรุงโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อให้การรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐเป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”
สำหรับประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็น
1.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินและทรัพย์สินของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ดังนี้
1.1 ยกเลิกเงินบำรุงกองทุนที่จัดเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ในอัตราร้อยละ 2 ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ โดยกำหนดให้เป็น“เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ” แทน
1.2 แก้ไขเพิ่มเติม “เงินอุดหนุนจากรัฐบาล” เป็น “เงินอุดหนุนจากรัฐบาลตามความจำเป็น”(ร่างมาตรา 3 และมาตรา 4)
2.ท่านเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร กับการยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายยาสูบ ตามบทบัญญัติมาตรา 11 ถึงมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 (ร่างมาตรา 5)
3.ท่านเห็นว่าปัจจุบันพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการหรือมีผลกระทบต่อประชาชนหรือไม่ อย่างไร และการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้จะแก้ไขปัญหานั้นได้หรือไม่ เพียงใด
4. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะอื่น ๆ (ถ้ามี)
รายงานข่าวแจ้งว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) กับคณะ ก็เสนอร่างพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2551 หรือไทยพีบีเอส โดยสาระสำคัญคือเปลี่ยนแหล่งที่มารายได้ของไทยพีบีเอส จากการจัดเก็บเงินภาษีสุราและยาสูบ หรือภาษีบาป ในอัตรา 1.5% สูงสุดปีละไม่เกิน 2,000 ล้านบาท มาเป็นการเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีแทนเช่นกัน และเปิดรับฟังความเห็น ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ผ่านเว็บไซต์ของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เช่นกัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
https://nextnewsth.com/th/minimal-news/general/6abdd0e47e137f9a8726355b




