News Logo
หน้าแรก
6 องค์กรสื่อ แสดงจุดยืนแก้กม.ไทยพีบีเอส-เรียกร้องกก.บริหารปฏิรูปองค์กร

6 องค์กรสื่อ แสดงจุดยืนแก้กม.ไทยพีบีเอส-เรียกร้องกก.บริหารปฏิรูปองค์กร

2 ต.ค. 2569 19:21
ผู้ชม 13 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

'องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน' แพร่แถลงการณ์ แก้กฎหมายไทยพีบีเอสต้องเป็นอิสระ-ไม่มีการเมืองแทรกแซง-รักษาสถานะสื่อของประชาชน-เรียกร้องกก.บริหารเริ่มทบทวน-ปฏิรูปองค์กรอย่างเปิดกว้าง-ให้ประชาชนมีส่วนร่วม-ชี้ผู้เสนอร่างกฎหมาย-รัฐสภา พิจารณาแก้กฎหมายรอบคอบ

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ประกอบด้วย สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เรื่อง ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอสโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ตามที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 โดยมีสาระสำคัญในการเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส จากระบบเงินบำรุงที่จัดเก็บตามกฎหมายว่าด้วยสุราและยาสูบ มาเป็นการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐและการสร้างความเป็นเอกภาพในการบริหารจัดการเงินสาธารณะนั้น

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่ร่วมลงนามท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ ในฐานะองค์กรที่มีส่วนร่วมในการผลักดันแนวคิดและสนับสนุนการจัดตั้งสื่อสาธารณะของประเทศไทยมาตั้งแต่ต้น เห็นว่าการพิจารณาแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และอนาคตของระบบสื่อสารมวลชนไทย ดังนั้น การแสดงจุดยืนในแถลงการณ์นี้มิได้มุ่งสนับสนุนหรือคัดค้านพรรคการเมืองหรือฝ่ายการเมืองใด หากแต่ตั้งอยู่บนหลักการพื้นฐานของสื่อสาธารณะ ซึ่งองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนได้ร่วมผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งรักษาประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนยังตระหนักถึงความสำคัญของวินัยการเงินการคลังของรัฐ ตลอดจนความจำเป็นในการตรวจสอบประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเงินสาธารณะ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ของไทยพีบีเอสจำเป็นต้องคำนึงถึงลักษณะเฉพาะของสื่อสาธารณะ ซึ่งมีภารกิจในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นอิสระ รวมถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมโดยรวม

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนตามรายชื่อท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ จึงมีจุดยืนและข้อเสนอ ดังต่อไปนี้

1. ยืนยันหลักการและความจำเป็นของสื่อสาธารณะในสังคมประชาธิปไตย

สื่อสาธารณะเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หลากหลาย และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ โดยต้องดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง และมีความเป็นอิสระจากการครอบงำของอำนาจรัฐ อำนาจทางการเมือง และอิทธิพลของกลุ่มผลประโยชน์ทางธุรกิจ หลักการดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิดการจัดตั้งสื่อสาธารณะในประเทศประชาธิปไตยหลายแห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ ซึ่งมีรูปแบบการจัดหาเงินทุนและการบริหารจัดการแตกต่างกัน แต่ต่างให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความเป็นอิสระ การดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ และความรับผิดชอบต่อประชาชน

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนจึงยืนยันว่า การแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอสต้องไม่ทำให้หลักการพื้นฐานดังกล่าวอ่อนแอลง และต้องรักษาสถานะของไทยพีบีเอสในฐานะสื่อของประชาชน มิใช่สื่อของรัฐบาลหรือเครื่องมือของฝ่ายการเมืองใด

2. การทบทวนกฎหมายต้องดำเนินการอย่างรอบด้านและเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของไทยพีบีเอสสามารถได้รับการทบทวนและปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ทั้งในด้านเทคโนโลยี ภูมิทัศน์สื่อ พฤติกรรมการรับข่าวสาร และความต้องการของประชาชน อย่างไรก็ตาม การทบทวนดังกล่าวไม่ควรจำกัดอยู่เพียงประเด็นแหล่งรายได้หรือการจัดสรรงบประมาณ แต่ควรครอบคลุมถึงบทบาทและพันธกิจของสื่อสาธารณะ โครงสร้างการบริหารและการกำกับดูแล ประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรสาธารณะ ตลอดจนกลไกความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อประชาชน

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนจึงขอให้รัฐสภาและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจัดให้มีกระบวนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน โดยเปิดโอกาสให้องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน นักวิชาการ ผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อ ภาคประชาสังคม ผู้แทนผู้ชมและผู้ฟัง ตลอดจนประชาชนทั่วไป เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

3. ต้องมีหลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ทั้งในทางกฎหมายและทางการเงิน

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่า หลักวินัยการเงินการคลังของรัฐและหลักความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะสามารถดำเนินไปควบคู่กันได้ โดยไม่จำเป็นต้องลดทอนหลักการหนึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายของอีกหลักการหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อสาธารณะมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความมั่นคงและความเป็นอิสระทางการเงิน การเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้จากระบบเงินบำรุงที่กฎหมายกำหนดไว้โดยตรง มาเป็นการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบ เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงไปใช้ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ต้องมีหลักประกันทางกฎหมายและเชิงสถาบันที่ชัดเจน เพื่อให้ไทยพีบีเอสมีรายได้ที่เพียงพอ มั่นคง ต่อเนื่อง และสามารถวางแผนการดำเนินงานในระยะยาวได้ โดยไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจทางการเมืองในการจัดสรรงบประมาณแต่ละปี โดยหลักประกันดังกล่าว ต้องครอบคลุมกระบวนการจัดสรร การพิจารณา และการปรับเพิ่มหรือลดงบประมาณ ตลอดจนการบริหารองค์กร เพื่อป้องกันมิให้กลไกทางการเงินถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างแรงกดดันหรือแทรกแซงการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ และการปฏิบัติหน้าที่ทางวิชาชีพของสื่อสาธารณะ ขณะเดียวกัน ต้องมีกลไกตรวจสอบการใช้จ่ายเงินสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยไม่กระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินงานขององค์กร

4. ไทยพีบีเอสต้องทบทวนบทบาทและปฏิรูปการดำเนินงานครั้งสำคัญ เพื่อแสดงคุณค่าของสื่อสาธารณะต่อประชาชน

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่า การทบทวนกฎหมายครั้งนี้ควรเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยพีบีเอสจะได้ทบทวนบทบาท พันธกิจ และประสิทธิภาพการดำเนินงานของตนเองอย่างจริงจัง เพื่อให้กลับมายึดมั่นในเจตนารมณ์ของการจัดตั้งสื่อสาธารณะตามกฎหมาย และสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยไทยพีบีเอสจำเป็นต้องแสดงให้สังคมเห็นถึงคุณค่าและความแตกต่างของสื่อสาธารณะจากสื่อของรัฐและสื่อเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการนำเสนอข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน เป็นอิสระ และกล้าหาญในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วม ตลอดจนการผลิตเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งอาจไม่ได้รับความสำคัญอย่างเพียงพอจากกลไกตลาด ทั้งนี้ การทบทวนดังกล่าวต้องครอบคลุมทั้งนโยบายและทิศทางองค์กร โครงสร้างการบริหาร การจัดสรรทรัพยากร คุณภาพของเนื้อหา ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และความสามารถในการเข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงการปรับตัวให้สอดคล้องกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงไป

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนจึงขอให้คณะกรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารของไทยพีบีเอสริเริ่มกระบวนการทบทวนและปฏิรูปองค์กรอย่างเปิดกว้าง โดยเปิดโอกาสให้บุคลากรขององค์กร ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมกำหนดแผนการปรับปรุงองค์กรและตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่สามารถประเมินได้อย่างเป็นรูปธรรมทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเห็นถึงประโยชน์ ความจำเป็นและความคุ้มค่าของการมีสื่อสาธารณะที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินสาธารณะ และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยพีบีเอสสามารถดำรงบทบาทตามเจตนารมณ์ของกฎหมายได้อย่างแท้จริง

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนขอเรียกร้องให้ผู้เสนอร่างกฎหมาย รัฐสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินกระบวนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอสอย่างรอบคอบ โดยจัดให้มีการศึกษาและเปิดเผยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ รวมทั้งพิจารณาทางเลือกในการจัดหาเงินทุนให้แก่สื่อสาธารณะอย่างครบถ้วน ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ขององค์กร

ขณะเดียวกัน ขอให้คณะกรรมการนโยบายและฝ่ายบริหารของไทยพีบีเอสแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ด้วยการริเริ่มกระบวนการทบทวนบทบาทและปฏิรูปองค์กรอย่างจริงจัง โดยเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและตรวจสอบผลการดำเนินงาน เพื่อให้ไทยพีบีเอสสามารถปฏิบัติภารกิจตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งสื่อสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนขอย้ำว่า การรักษาความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะมิใช่การปกป้ององค์กรใดองค์กรหนึ่งจากการตรวจสอบ หากแต่เป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รอบด้าน และปราศจากการครอบงำของอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ทางธุรกิจ

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย

2 ตุลาคม 2569

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ไทยพีบีเอส

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สุชาดา’ แจ้งความ ‘โรม’ ฐานหมิ่นประมาท ปมพาดพิงสามีเอี่ยวสแกมเมอร์
‘สุชาดา’ แจ้งความ ‘โรม’ ฐานหมิ่นประมาท ปมพาดพิงสามีเอี่ยวสแกมเมอร์