ตำรวจไซเบอร์จับ 'อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์' ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เผยใช้ชมรมขอรับบริจาคเงิน นำไปเล่นพนันมวยปีละร้อยกว่าล้าน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อ วันที่ 3 ต.ค. 2569 พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับกาสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี1 (ผบก.สอท.1) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าแสดงตัวจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไว้ได้ที่หน้าสนามมวยสยามอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ที่ผ่านมา หลังมีผู้มาแจ้งความและตำรวจสืบสวนพบว่ามีพฤติกรรมในการหลอกรับเงินบริจาคแล้วนำไปเล่นการพนันมวยไทย
พล.ต.ต.ประสงค์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก นายอัจฉริยะ มีชื่อเป็นผู้ต้องหาตาม หมายจับของศาลอาญา ที่ 5726/2569 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ในข้อหา ”ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย รวม 4 ข้อหา
พล.ต.ต.ประสงค์ กล่าวต่อว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหามักใช้ชื่อ “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” ในการอ้างตัวเข้าช่วยเหลือสังคม เพื่อเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชน แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการเดินบัญชีอย่างละเอียด พบว่ามีการนำเงินส่วนตัวและเงินของชมรมมาใช้ปะปนกันอย่างผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะนำไปการพนันมวย ซึ่งเป็นที่รู้กันในวงการว่า นายอัจฉริยะ ชอบเล่นพนันมวยเป็นชีวิตจิตใจ
นอกจากนี้ แนวทางการสืบสวนยังพบหลักฐานมัดตัวชัดเจนว่า เส้นทางการเงินบางส่วนได้เชื่อมโยงไปถึงบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ได้แก่ บัญชี Line “มวยพักยกวาไรตี้” และ “กลุ่มฝากทุนพักยกวาไรตี้” ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอท. จะได้ขยายผลสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข้อมูลจากชุดสืบสวนจับกุมระบุว่า นายอัจฉริยะ มีพฤติกรรมทำทีอ้างช่วยเหลือสังคม สร้างภาพปกป้องความยุติธรรม แต่เบื้องหลังกลับใช้ศรัทธาประชาชนเป็นเครื่องมือฟอกเงิน และปั่นบาปในวงการพนันออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ตั้ง คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 355/2569 ขึ้นมาเพืือตีแผ่พฤติการณ์ของ นายอัจฉริยะ ในฐานะประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มักออกหน้าเป็น "นักสู้เพื่อความถูกต้อง" แต่กลับพบพฤติการณ์ใช้ชื่อชมรมและศรัทธาของประชาชนเป็น "เครื่องมือต้มตุ๋น" หลอกรับเงินบริจาคก่อนถ่ายเทซุกซ่อนเข้าสู่เครือข่ายเว็บพนันมวยมูลค่าสะพัดนับพันล้านบาท
ทั้งนี้ตำรวจได้เริ่มเจาะพฤติการณ์จากการขยายผลคดีอาญาที่ 118/2569 สน.บึงกุ่ม และคดีอาญาที่ 360/2569 ของ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ที่ก่อนหน้านี้ได้ทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ไลน์กลุ่ม “มวยพักยกวาไรตี้” และ “กลุ่มฝากทุนพักยกวาไรตี้” ทำให้เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเส้นทางการเงินมัดตัวแน่นหนาว่า นายอัจฉริยะ ร่วมอยู่ด้วย เข้าข่ายกระทำความผิดรวม 4 ข้อหา
นอกจากนี้ยังแกะรอย 2 บัญชีอันตราย พบเงินหมุนเวียนทะลุ 350 ล้านบาท จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของฝ่ายสืบสวน พบการใช้บัญชีธนาคารส่วนตัวและบัญชีในนามชมรมฯ สูบเงินบริจาคจากประชาชนไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์อย่างน่าตกใจ โดยบัญชีส่วนตัว ธ.กสิกรไทย ระยะเวลา: 1 ม.ค. 2567 – 7 เม.ย. 2568 (ปิดบัญชี) ยอดทำธุรกรรม: 1,196 ครั้ง ยอดเงินหมุนเวียนสูงถึง: 191 ล้านบาท
และบัญชีในนาม "ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม" ธ.กสิกรไทย ระยะเวลา: 20 พ.ค. 2556 – 28 เม.ย. 2569 พบยอดทำธุรกรรม: 5,140 ครั้ง ยอดเงินหมุนเวียนสูงถึง 168 ล้านบาท ผู้เสียหายหลายรายที่หลงเชื่อคำโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ต่างออกมาให้การตรงกันว่า โอนเงินร่วมบุญเพราะคิดว่าชมรมดังกล่าวทำประโยชน์เพื่อสังคม ต่อต้านความอยุติธรรม แต่กลับถูกนำเงินไปใช้เล่นการพนันสิ้น นอกจากนี้หากพบว่ามาแจ้งความ ยังถูกนายอัจฉริยะ ข่มขู่ด้วย
“พยานทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า หากรู้ล่วงหน้าว่าเงินที่ตั้งใจเอามาทำบุญช่วยเหลือสังคม จะถูกนำไปใช้เล่นการพนันสนองตัณหาส่วนตัว ไม่มีใครยอมโอนให้อย่างเด็ดขาด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนอย่างชัดเจน”




