ส.ส.ม.ท.ออกแถลงการณ์จี้ถอนร่างแก้ไขพ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ให้คงจัดเงินภาษีบาปเป็นรายได้ตามเดิม เพื่อหลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ชี้เปลี่ยนไปใช้งบประมาณแทน เสี่ยงถูกกดดันให้เซ็นเซอร์ตัวเอง
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (ส.ส.ม.ท.) ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้คุ้มครองความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ และรักษาหลักประกันทางการเงินเพื่อประโยชน์สาธารณะ
เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแหล่งรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) จากเงินบำรุงที่จัดเก็บตามกฎหมายจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ มาเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (ส.ส.ม.ท.) ในฐานะองค์กรเครือข่ายนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์และสื่อสารมวลชนทั่วประเทศ และเป็นองค์กรภาควิชาการที่เกี่ยวข้องโดยอ้อมในฉบับร่างแก้ไขกฎหมายฯ ขอแสดงทัศนะและข้อเรียกร้องตามหลักการดังต่อไปนี้
1.ความห่วงใยต่อการเปลี่ยนแหล่งทุนและความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
1.1 ความเสี่ยงต่อการทำหน้าที่อย่างอิสระ การพึ่งพางบประมาณรายจ่ายประจำโดยไม่มีหลักประกันทดแทนที่ชัดเจน ย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้ถูกตรวจสอบใช้อำนาจจัดสรรเงินกดดันผู้ตรวจสอบ และอาจนำไปสู่การเซ็นเซอร์ตนเอง แม้ไม่มีคำสั่งแทรกแซงโดยตรง 1.2 ความจำเป็นในการเปลี่ยนแหล่งทุน สภาฯ เห็นว่าเหตุผลด้านวินัยการเงินการคลังที่เสนอยังไม่เพียงพอรองรับการยกเลิกกลไกเงินบำรุงตามกฎหมาย ขณะที่ร่างยังไม่มีหลักประกันทางการเงินทดแทนที่ชัดเจน
2.การยืนหยัดในหลักการสื่อสารสาธารณะ เพื่อประโยชน์สาธารณะ
2.1 ระบบสื่อที่หลากหลายในสังคมประชาธิปไตย สื่อสาธารณะเป็นส่วนสำคัญของระบบสื่อ โดยทำหน้าที่ร่วมกับสื่อเอกชนและสื่อชุมชน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงข่าวสารคุณภาพ มีพื้นที่แสดงความคิดเห็น และมีข้อมูลสำหรับตรวจสอบอำนาจรัฐและทุน โดยเฉพาะประเด็นสาธารณะที่กลไกตลาดอาจสนับสนุนได้ไม่เพียงพอ
2.2 ความเป็นอิสระควบคู่กับความรับผิดชอบ สื่อสาธารณะต้องมีเสรีภาพทางบรรณาธิการและรายได้ที่เพียงพอ มั่นคง และคาดการณ์ได้ พร้อมหลักประกันป้องกันการใช้เงินกดดันการทำหน้าที่ ความความเป็นอิสระดังกล่าวเป็นหลักประกันสิทธิของประชาชน และต้องดำเนินควบคู่กับความโปร่งใสและการตรวจสอบการใช้เงินสาธารณะ
3.ข้อเรียกร้องต่อผู้เสนอร่างกฎหมายและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
3.1 ขอให้ผู้เสนอถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับปัจจุบัน และคงกลไกเงินบำรุงตามกฎหมายไว้ เพื่อรักษาหลักประกันความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ 3.2 การพัฒนาระบบเงินทุนของสื่อสาธารณะต้องตั้งอยู่บนหลักฐานและหลักประกันทางกฎหมาย สภาฯ เปิดรับทางเลือกในการจัดหาเงินทุนให้สื่อสาธารณะ โดยการเปลี่ยนแปลงต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์แสดงความจำเป็น และมีหลักประกันทางกฎหมายที่ชัดเจนว่ารายได้จะเพียงพอ มั่นคง และคาดการณ์ได้ พร้อมคุ้มครองความเป็นอิสระได้ไม่ต่ำกว่าเดิม ควบคู่กับความโปร่งใสและการตรวจสอบ
"สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ เพื่อร่วมขับเคลื่อนระบบสื่อที่หลากหลาย เป็นอิสระ และรับผิดชอบต่อประชาชน โดยยึดประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ"แถลงการณ์ระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) และคณะเสนอร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส มีสาระสำคัญคือยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากภาษีสุราและยาสูบ หรือ ภาษีบาป 1.5% ไม่เกินปีละ 2 พันล้านบาท โดยให้ไทยพีบีเอสเสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างฟังความคิดเห็นต่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2569 - 14 ตุลาคม 2569




