‘อินเตอร์ลิ้งค์ฯ’ยื่นอุทธรณ์ กฟผ.ปมตัดสิทธิประมูลโครงการเคเบิ้ลใต้ทะเล ขนอม-เกาะสมุย มูลค่า 9,125 ล้าน ยันกรอกค่าใช้จ่ายถูกต้องครบตามทีโออาร์ ขอให้ยกเลิกการล้มประมูลและคืนสถานะเป็นผู้ชนะประกวดราคา หลังเปิดซองไปแล้ว
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ถึงความคืบหน้ากรณีที่นายสมบัติ อนันตรัมพร ประธานกรรมการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ทำหนังสือถึงนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรรมการ ป.ป.ช.อีก 6 คน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และการใช้อำนาจของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาโดยมิชอบ ที่ตัดสิทธิการประมูลของ INTERLINK AND LSC CONSORTIUM (กิจการร่วมค้าอินเตอร์ลิ้งค์ และ LS Cable & system ltd.) ในการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างระบบเคเบิ้ลใต้ทะเล 230 KV ขนอม-เกาะสมุย ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) มูลค่า 9,125 ล้านบาท ทั้งที่เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด โดยอ้างเหตุโดยมิชอบ เป็นการกลั่นแกล้งและเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมทำให้บริษัทฯได้รับความเสียหายนั้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 นายสมบัติ อนันตรัมพร ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ INTERLINK AND LSC CONSORTIUM ทำหนังสืออุทธรณ์การประกาศผลการพิจารณาประกวดราคาดังกล่าวถึงประธานคณะกรรมการหรือบอร์ดกฟผ.และผู้ว่าฯกฟผ. โดยระบุว่า ตามที่ กฟผ.มีหนังสือแจ้งผลการประเมินขั้นสุดท้ายของการประกวดราคา โครงการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างระบบเคเบิ้ลใต้ทะเล 230 KV ขนอม-เกาะสมุยว่า INTERLINK AND LSC CONSORTIUM ถูกตัดสิทธิ เนื่องจากข้อเสนอไม่เป็นไปตาม Article B-2: Bid Price ในส่วนแหล่งที่มาของสินค้าและบริการ และต่อมาได้ยกเลิกการประกวดราคาโดยเห็นว่าคงเหลือผู้ยื่นข้อเสนอที่ถูกต้องตามเงื่อนไขเพียงรายเดียวนั้น
ผู้อุทธรณ์ขอใช้สิทธิตาม Article B-14: Appeal ขออุทธรณ์ผลการพิจารณาดังกล่าว เนื่องจากข้อเสนอราคาของผู้อุทธรณ์ถูกต้องตาม Article B-2, Article C-1, ตารางแสดงรายการราคา และคำแนะนำในการเสนอราคา ตั้งแต่ต้น เหตุแห่งการตัดสิทธิเกิดจากการจำแนกและตีความองค์ประกอบต้นทุนในตารางแสดงรายการราคา โดยมิได้พิจารณาข้อกำหนดของ TOR ร่วมกันทั้งระบบ ตลอดจนมิได้พิจารณาและให้น้ำหนักแก่ข้อเท็จจริงจากเอกสารต้นทางด้านราคาของ LS Cable & System Ltd. ผู้อุทธรณ์ยืนยันว่า ไม่มีข้อบกพร่องตาม Article B-2
-สาระสำคัญของอุทธรณ์นี้มีลำดับเหตุผลที่ชัดเจน
(1) อุปกรณ์ต่างประเทศ ถูกเสนอในส่วนการจัดหาจากต่างประเทศบนพื้นฐานราคาส่งมอบ ณ ท่าเรือปลายทางในประเทศไทย (Foreign Supply - CIF Thai Port) ตาม TOR
(2) ราคาอุปกรณ์ต่างประเทศ ที่ยื่นต่อ กฟผ. ตรงกับข้อเสนอราคาสุดท้าย ของ LS Cable & System Ltd. ครบถ้วนโดยไม่มีส่วนต่าง จึงไม่มีการหัก ลด แบ่ง หรือเคลื่อนย้ายราคาราคาอุปกรณ์ ไปยังส่วนในประเทศ (Local Portion)
(3) การนำค่าใช้จ่ายในประเทศ (Local Expenditures) ไปจัดประเภทใหม่ (reclassify) เป็นอุปกรณ์ต่างประเทศ จึงต้องมีพยานหลักฐานเฉพาะเป็นราย Item และต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย
(4) เมื่อเหตุแห่งการตัดสิทธิ ไม่อาจดำรงอยู่ได้ เหตุแห่งการยกเลิก ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องย่อมต้องถูกเพิกถอน และคืนสถานะของผู้อุทธรณ์ไปยังจุดที่ถูกต้องตามผลการประกวดราคา
-ข้อเท็จจริงสำคัญและลำดับเหตุการณ์
1.การยื่นข้อเสนอและผลการพิจารณาด้านราคาและด้านเทคนิค
กฟผ. ดำเนินการประกวดราคาเลขที่ SPSS-L-01 โดยมีราคากลางรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายอื่นจำนวน 9,125,000,000 บาท เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 มีผู้ยื่นข้อเสนอ 3 ราย ได้แก่ 1.INTERLINK AND LSC CONSORTIUM 2.The Consortium of Italian-Thai Development Public Company Limited and Sumitomo Electric Industries Limited (กิจการค้าร่วม บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซูมิโตโม อีเล็คตริก อินดัสทรีส์ จำกัด) และ 3.Gunkul Consortium (กิจการค้าร่วมกันกุล) ผลการพิจารณาด้านราคาและด้านเทคนิคปรากฏว่ามีผู้ผ่าน 2 ราย ได้แก่ ผู้อุทธรณ์ และกิจการค้าร่วมอิตาเลียนไทยฯ
2.การเปิดซองราคาและสถานะผู้เสนอราคาต่ำสุด
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 กฟผ. เปิดข้อเสนอด้านราคา โดยผู้อุทธรณ์เสนอราคารวม 8,701,261,208.11 บาท ขณะที่ผู้เสนออีกรายเสนอราคารวม 8,762,951,659.20 บาท และเมื่อประเมินรวมอากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่มตามวิธีการของ กฟผ. ผู้อุทธรณ์ยังคงมีราคาประเมินต่ำกว่า คือ 9,007.18 ล้านบาท เทียบกับผู้เสนออีกราย 9,039.51 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินของผู้อุทธรณ์ 32.33 ล้านบาท
ดังนั้น ก่อนเกิดข้อพิพาทเรื่อง Article B-2 ผู้อุทธรณ์มีสถานะเป็นผู้ผ่านการประเมินด้านการค้าและด้านเทคนิค และเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดตามผลการประเมิน
-เหตุอุทธรณ์ : ข้อเสนอของผู้อุทธรณ์ถูกต้องตาม TOR ทั้งระบบ
1.อุปกรณ์ต่างประเทศ ได้เสนอในส่วนการจัดหาจากต่างประเทศบนพื้นฐานราคา CIF Thai Port อุปกรณ์หลัก ซึ่งผลิตโดย LS Cable & System Ltd. เป็นสกุลเงินต่างประเทศตามข้อกำหนดของ Article B-2 จึงมิได้เสนออุปกรณ์ต่างประเทศ เป็นอุปกรณ์ในประเทศ และมิได้ปกปิดหรือเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มาของสินค้า
2.Article B-2 กำหนดว่า “ค่าใช้จ่ายในประเทศจะต้องไม่เสนอราคาในสกุลเงินอื่นยกเว้นสกุลเงินบาทเท่านั้น” แสดงให้เห็นว่า TOR ยอมรับว่าภายใต้การปฏิบัติตามสัญญาเดียวกัน อาจมีทั้งค่าใช้จ่ายต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายในประเทศ ซึ่งมีลักษณะต้นทุนและสกุลเงินแตกต่างกัน
3. Article C-1 และตารางแสดงรายการราคา กำหนดโดยชัดแจ้งให้ค่าใช้จ่ายบางประเภท เช่น การประกันภัย หลักประกันสัญญา สำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวก กระจายรวมไว้ในราคาของรายการต่างๆ ที่เสนอ ที่มิได้แยกเป็นรายการเฉพาะรวมอยู่ในราคาอุปกรณ์ ตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ค่าใช้จ่ายดังกล่าวมิใช่ราคาซื้อสายเคเบิล หรืออุปกรณ์จากผู้ผลิตต่างประเทศ แต่เป็นต้นทุนในการปฏิบัติตามสัญญาที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบ
4.คำแนะนำในการเสนอราคา แบ่งต้นทุนการจัดหาอุปกรณ์ ออกเป็นส่วนต่างประเทศและส่วนในประเทศ และกำหนดให้ส่วนในประเทศ ตลอดจนต้นทุนค่าขนส่ง การก่อสร้าง และการติดตั้ง ใช้สกุลเงินบาท พร้อมกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอกรอกข้อมูลตามช่องสีฟ้า ของตารางแสดงรายการราคา
ราคาที่ควรอยู่ใน CIF Thai Port ต้องอยู่ใน CIF Thai Port ส่วนค่าใช้จ่ายในประเทศ ต้องได้รับการสะท้อนเป็นเงินบาทตาม TOR ทั้งระบบ ไม่อาจถือว่าทุกจำนวนเงินในรายการที่มีอุปกรณ์ต่างประเทศ ต้องเป็นราคา CIF Thai Port ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
5.ประเด็นว่าผู้อุทธรณ์เคลื่อนย้ายราคาอุปกรณ์ จากการจัดหาต่างประเทศบนพื้นฐานราคา CIF Thai Port ไปยังส่วนในประเทศ หรือไม่นั้น ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยจากข้อสันนิษฐาน เพราะสามารถตรวจสอบได้โดยตรงจากเอกสารต้นทางก่อนการยื่นข้อเสนอ
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 LS Cable & System Ltd. ส่งอีเมลถึงบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ เป็น "ตารางแสดงรายการราคาสุดท้ายสำหรับการประกวดราคาโครงการระบบสายเคเบิลใต้น้ำ 230 เควี ขนอม - เกาะสมุย" พร้อมแนบ Circuit No. 1 และ Circuit No. 2 และระบุให้ บริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ นำเอกสารดังกล่าวไปใช้ยื่นต่อ กฟผ.
จากการเปรียบเทียบข้อเสนอราคาสุดท้าย และตารางแสดงรายการราคา ที่ LS Cable & System Ltd. ส่งให้ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ กับข้อเสนอราคา ที่ INTERLINK AND LSC CONSORTIUM ยื่นต่อ กฟผ. ปรากฏว่า ราคาของอุปกรณ์ต่างประเทศ ที่เสนอใน Foreign Supply - CIF Thai Port ตรงกับราคาต้นทางจาก LS Cable & System Ltd.ครบถ้วนและไม่มีส่วนต่าง มิได้หัก ลด แบ่ง หรือเคลื่อนย้ายส่วนหนึ่งส่วนใดของราคาอุปกรณ์ไปไว้ส่วนในประเทศ
เมื่อเอกสารต้นทางพิสูจน์ได้ว่าราคาอุปกรณ์จากต่างประเทศถูกเสนอใน CIF Thai Port ครบถ้วน ข้อสันนิษฐานเรื่องการโยกราคา ย่อมไม่อาจใช้เป็นฐานแห่งการตัดสิทธิได้
-คำถามที่จำเป็นต้องได้รับคำวินิจฉัย
1. กฟผ.มีหลักฐานใดว่าจำนวนเงินในส่วนในประเทศ ของผู้อุทธรณ์เป็นราคาอุปกรณ์ ที่ LS Cable & System Ltd. เรียกเก็บและมิได้รวมอยู่ในราคา CIF Thai Port
2.หากไม่มีหลักฐานดังกล่าว เหตุใดจึงนำค่าใช้จ่ายในประเทศ ไปจัดประเภทใหม่เป็นอุปกรณ์ต่างประเทศ และใช้เป็นเหตุในการตัดสิทธิ
3.หากค่าใช้จ่ายในประเทศ ต้องเสนอเป็นสกุลเงินบาท และ TOR กำหนดให้ต้นทุนบางประเภทกระจายรวมไว้ในรายการต่างๆ แต่ กฟผ. เห็นว่าไม่อาจบันทึกในส่วนในประเทศ ของรายการที่เกี่ยวข้องได้ กฟผ. เห็นว่าต้องบันทึกในช่องใด และโดยอาศัยข้อกำหนดข้อใดของ TOR
4.ข้อกำหนดข้อใดของ TOR ห้ามโดยเด็ดขาดมิให้รายการที่มีอุปกรณ์ต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายในประเทศอยู่ภายในรายการ เดียวกัน
-ผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายต้องถูกตรวจสอบภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
ผู้อุทธรณ์มิได้ขอให้ความบกพร่องของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นถูกนำมาใช้ชดเชยหรือเยียวยาข้อเสนอของผู้อุทธรณ์ เพราะข้อเสนอของผู้อุทธรณ์ถูกต้องโดยตัวของมันเองตามข้อเท็จจริงและข้อกำหนดของ TOR ส่วนประเด็นของผู้ยื่นข้อเสนออีกราย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ตรวจสอบว่าหลักเกณฑ์เดียวกัน ถูกนำมาใช้กับผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายอย่างเสมอภาคหรือไม่
1.ขอให้ตรวจสอบเป็นพิเศษ20รายการ ใน Group 1
จากข้อมูลที่ผู้อุทธรณ์ได้ตรวจสอบ มีเหตุอันสมควรให้เชื่อว่า ใน Group 1 จำนวน 24 รายการมี 20 รายการของผู้ยื่นข้อเสนออีกรายที่มิได้ปรากฏการกรอกราคาในช่องการขนส่ง การก่อสร้าง และการติดตั้งในประเทศ จึงขอให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตรวจสอบเอกสารต้นฉบับของ กฟผ. โดยตรง
2.ความแตกต่างของข้อเท็จจริงระหว่างสองกรณี
กรณีของผู้อุทธรณ์มีราคาเสนอในช่องการขนส่ง การก่อสร้าง และการติดตั้งในประเทศครบถ้วน แต่ กฟผ. ตั้งข้อสงสัยว่า ต้นทุนบางส่วนถูกจัดอยู่ผิดประเภท ดังนั้นกรณี 20 รายการ ของผู้ยื่นข้อเสนออีกราย ซึ่งอาจไม่ปรากฏราคาในส่วนการขนส่ง การก่อสร้าง และการติดตั้งในประเทศ ทั้งที่คำอธิบายรายการ ระบุขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง การเชื่อมต่อ หรือการปฏิบัติงานเชื่อมต่อสายเคเบิล จึงมีเหตุอันสมควรให้ตรวจสอบว่าราคาสำหรับขอบเขตดังกล่าวได้ถูกเสนอราคาไว้ในส่วนใดของตารางแสดงรายการราคา
ตารางแสดงรายการราคา กำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอใส่ราคาต่อหน่วย จำนวนเงิน หรือราคาเหมาจ่าย ตามที่กำหนดสำหรับแต่ละรายการ และ TOR มีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับการขนส่ง การก่อสร้าง และการติดตั้งในประเทศ ดังนั้น หากวิธีการกรอกตารางแสดงรายการราคา เป็นเรื่องสำคัญถึงระดับการตัดสิทธิสำหรับผู้อุทธรณ์ การตรวจสอบ 20 รายการ ดังกล่าวย่อมต้องกระทำด้วยมาตรฐานเดียวกัน
-ผลแห่งคำวินิจฉัย : เมื่อการตัดสิทธิล้ม - การยกเลิก ย่อมล้ม และต้องคืนสถานะของผู้อุทธรณ์
1.การเยียวยาต้องคืนสถานะ มิใช่เพียงรับทราบว่าการพิจารณาเดิมผิด การคืนสถานะต้องทำให้ข้อเสนอเดิมของผู้อุทธรณ์กลับเข้าสู่สถานะที่ควรเป็น เสมือนมิได้มีการตัดสิทธิที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น
2.หากภายหลังการตรวจสอบพบว่า ข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนออีกรายมีข้อบกพร่องนั้น เป็นเรื่องที่ กฟผ. ต้องดำเนินการกับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น แต่ความบกพร่องดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนข้อเสนอที่ถูกต้องของผู้อุทธรณ์ให้กลายเป็นข้อเสนอที่ผิด และไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุให้ยกเลิกการแข่งขันทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ผู้อุทธรณ์เสียสิทธิเป็นครั้งที่สอง
3.การประกวดราคาครั้งนี้ได้ผ่านการประเมินด้านเทคนิคและราคาแล้ว การยกเลิกการประกวดราคาและการเริ่มประกวดราคาใหม่ จึงไม่ใช่การกลับไปสู่สภาพก่อนการเกิดข้อผิดพลาด เพราะข้อมูลของการแข่งขันได้เปิดเผยไปแล้ว และอาจมีผลต่อการแข่งขัน ต้นทุน ระยะเวลา และประโยชน์ของ กฟผ. ดังนั้น การเยียวยาที่ถูกต้อง คือการแก้ผลของการพิจารณาที่ผิด ณ จุดที่พิจารณาผิด มิใช่การล้างกระบวนการทั้งหมดแล้วเริ่มประกวดราคาใหม่
4.หากไม่มีขั้นตอนตาม TOR หรือขั้นตอนทางบริหารอื่นที่จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมก่อนการประกาศผู้ชนะ ผลของกระบวนการพิจารณาที่ถูกต้องย่อมควรนำไปสู่การประกาศให้ผู้อุทธรณ์เป็นผู้ชนะการประกวดราคา และดำเนินการจัดทำสัญญาต่อไป
-คำขอของผู้อุทธรณ์
1.ให้วินิจฉัยว่าผู้อุทธรณ์ ได้เสนอราคาอุปกรณ์ที่ผลิตนอกประเทศไทยในส่วนการจัดหาจากต่างประเทศบนพื้นฐานราคาส่งมอบ ณ ท่าเรือปลายทางในประเทศไทย (Foreign Supply - CIF Thai Port) ตาม Article B-2 อย่างถูกต้องแล้ว
2.ให้วินิจฉัยว่าจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในประเทศ และต้นทุนโครงการที่เป็นประเด็นแห่งการตัดสิทธิในอุทธรณ์ฉบับนี้ และเสนอเป็นสกุลเงินบาท เป็นองค์ประกอบต้นทุนคนละประเภทกับราคาส่วนการจัดหาจากต่างประเทศ และมิใช่ราคาอุปกรณ์จาก LS Cable & System Ltd.ที่ถูกเคลื่อนย้ายออกจากราคา CIF Thai Port
3.ให้เพิกถอนผลการพิจารณาที่วินิจฉัยว่า ผู้อุทธรณ์ ถูกตัดสิทธิ เนื่องจากไม่เป็นไปตาม Article B-2
4.ให้เพิกถอนผลการยกเลิกการประกวดราคาเลขที่ SPSS-L-01 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ในส่วนที่การยกเลิกดังกล่าวตั้งอยู่บนเหตุว่าคงเหลือผู้ยื่นข้อเสนอที่ถูกต้องเพียงรายเดียว อันเป็นผลโดยตรงจากการตัดสิทธิผู้อุทธรณ์ ซึ่งไม่ถูกต้อง และให้ทบทวนผลแห่งการยกเลิกทั้งหมดตามข้อเท็จจริง
5.เมื่อผู้อุทธรณ์ผ่านการประเมินด้านเทคนิคและราคา มีข้อเสนอถูกต้อง ไม่มีเหตุการตัดสิทธิ และเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดตามผลการประเมิน ขอให้ดำเนินการเพื่อประกาศให้ผู้อุทธรณ์ เป็นผู้ชนะการประกวดราคาเลขที่ SPSS-L-01 และดำเนินการจัดทำสัญญาต่อไป
-บทสรุป
ผู้อุทธรณ์ขอยืนยันอีกครั้งว่า วัตถุประสงค์ของอุทธรณ์ฉบับนี้มิใช่การขอให้ กฟผ. ผ่อนผันข้อกำหนด มิใช่การขอแก้ไขราคาภายหลังการเปิดซอง และมิใช่การขอสิทธิพิเศษเหนือผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หากแต่เป็นการขอให้ข้อเสนอเดิมของผู้อุทธรณ์ได้รับการพิจารณาบนข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง โดยใช้ข้อกำหนดเดียวกัน และมาตรฐานเดียวกันกับผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย
เมื่อเหตุแห่งการตัดสิทธิ ไม่อาจดำรงอยู่ได้ ดังนั้นเหตุแห่งการยกเลิกซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการตัดสิทธินั้นย่อมไม่อาจดำรงอยู่ได้เช่นกัน และเมื่อสถานะที่ถูกต้องของผู้อุทธรณ์เป็นผู้ผ่านการประเมินด้านเทคนิคและราคา มีข้อเสนอด้านราคาถูกต้อง และเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด การเยียวยาที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและกระบวนการประกวดราคา จึงต้องนำไปสู่การเพิกถอนการตัดสิทธิ การเพิกถอนการยกเลิกประมูล และต้องคืนสถานะให้ผู้อุทธรณ์ และต้องดำเนินกระบวนการเพื่อประกาศให้ผู้อุทธรณ์เป็นผู้ชนะการประกวดราคาเลขที่ SPSS-L-01 ต่อไป




