รมว.ยธ. นำทัพ 9 หน่วยงาน ลุยค้น "ชาบาดเฮาส์" เปิดปฏิบัติการ 3 จุดเป้าหมายในกรุงเทพฯ พบนิติบุคคล 5 บริษัทเชื่อมโยงจุดเดียวกัน ไร้เอกสารสำคัญ "พลพีร์" รมช.มหาดไทย ชี้เจอ "พิรุธ" จ่อขยายผลตรวจสอบการฟอกเงินและนอมินี
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 หน่วยงาน 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), กระทรวงยุติธรรม, กรมการปกครอง, กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยหน่วยงานอื่น ๆ ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้น 3 จุดเป้าหมายในกรุงเทพมหานคร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มูลนิธิชาบาดแห่งประเทศไทย (Chabad House) Bangkok, Thailand เลขที่ 18 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร การปฏิบัติการครั้งนี้พบข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใส หรือ "พิรุธ" ในการดำเนินงาน เนื่องจากไม่พบเอกสารสำคัญของมูลนิธิ รวมถึงการที่ห้องทำงานขนาดเล็กแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของนิติบุคคลอื่นอีก 4-5 บริษัท
พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางมารับฟังรายงานผลการปฏิบัติการตรวจค้นเบื้องต้น พร้อมเปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับกรณีนี้ และมอบหมายให้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ดูแลรายละเอียดการปราบปรามชาวต่างด้าวที่เข้ามาดำเนินการในรูปแบบมูลนิธิต่าง ๆ ส่วนผลการตรวจค้นทั้งหมดจะมีการแถลงข่าวร่วมกันในเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม
ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เปิดเผยว่า ภารกิจในวันนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากที่เคยดำเนินการมาแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัย จึงทำให้กระทรวงยุติธรรมรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้น เพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมสำหรับการขยายผลต่อไป เมื่อกรมการปกครองเข้าตรวจสอบภายในอาคารมูลนิธิ พบว่าห้องทำงานมีขนาดเล็กมาก และไม่พบเอกสารอื่นใดที่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งยังไม่พบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิให้สอบถามได้เลย ซึ่งเป็นข้อสงสัยอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ภายในห้องทำงานเล็ก ๆ แห่งนี้กลับพบนิติบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีก 4-5 บริษัท จึงน่าเชื่อได้ว่าเอกสารสำคัญอาจถูกจัดเก็บไว้ที่สำนักงานจุดอื่น ๆ
นายพลพีร์ กล่าวเสริมว่า การตรวจค้นในวันนี้เป็นผลจากการปฏิบัติการตรวจสอบที่จังหวัดภูเก็ตและฉะเชิงเทรา ซึ่งจุดเป้าหมายที่มูลนิธิชาบาดแห่งประเทศไทยนี้ ไม่พบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิเลยแม้แต่ฉบับเดียว อาทิ รายชื่อคณะกรรมการ การบริหารเงินบริจาค หรือวิธีการใช้เงินบริจาค เลขานุการของมูลนิธิแจ้งว่าเอกสารจะถูกเก็บไว้ที่ออฟฟิศบริเวณซอยสุขุมวิท 22 (ซอยสายน้ำทิพย์ 2) ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ซึ่ง DSI ได้ส่งเจ้าหน้าที่ประจำจุดดังกล่าวแล้ว หากไม่พบหลักฐานก็จะต้องดำเนินการตามส่วนของกระทรวงมหาดไทยต่อไป
ในการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้พบกับ Rabbi Yosef Chaim Kantor แรบไบโยเซฟ ไซม์ แคนเทอร์ ผู้เกี่ยวข้องของมูลนิธิ ซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้แจ้งวัตถุประสงค์ของการเข้าตรวจค้นให้ทราบแล้ว อาคารมูลนิธิชาบาดแห่งประเทศไทยมีความสูง 5 ชั้น โดยชั้น 1 เป็นร้านอาหารและขายของป่าเข้าที่ไม่มีฉลาก ชั้นบนเป็นโซนทั่วไปและออฟฟิศขนาดเล็ก ส่วนชั้น 3 และ 4 เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ ชั้น 5 เป็นที่พักอาศัย และมีการต่อเติมชั้น 6 คาดว่าเป็นห้องจัดเลี้ยง ขณะที่การตรวจสอบการใช้อาคารเพิ่มเติมทราบว่ากรุงเทพมหานครได้เข้ามาตรวจสอบแล้วและไม่พบชั้นใต้ดินตามที่ประชาชนสงสัย
นายพลพีร์ ย้ำว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เลือกจุดนี้เป็นเป้าหมายหลัก แต่เห็นว่าที่มูลนิธิชาบาดแห่งประเทศไทย มีนิติบุคคลถึง 5 บริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีความเชื่อมโยงกับบุคคลที่เป็นกรรมการถือหุ้นในหลายบริษัทมาอยู่รวมกันที่จุดนี้ จึงต้องการเข้ามาตรวจสอบว่ามูลนิธิแห่งนี้มีการดำเนินการหรือประกอบนิติบุคคลอื่นอย่างไรบ้าง โดยรายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน จะมีการแถลงผลในเวลา 14.00 น. การสนธิกำลังครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อมุ่งขยายผลการตรวจสอบกรณีการเป็นนอมินีหรือการฟอกเงินต่อไป

















