ประชุมซ้อนเดือด ! บอร์ดกสทช.ลั่นเหมือน “เอาหางมากระดิกหัว” ไม่ช่วยจัดประชุมให้ ด้าน 6 บอร์ดถูกเชิญขึ้นชั้น 12 ยืนยันเดินหน้าประชุมต่อชั้น 2 ไฟเขียว 9 วาระ เหลือ 4 เรื่องสะดุด เหตุสำนักงานฯ ไม่เข้ามาชี้แจง ตั้งกรรมการหามาตรการตามกฎหมาย จี้สนง.ทำตามหน้าที่
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ในฐานะประธานที่ประชุม เปิดเผยว่า ในการประชุมวันนี้ สำนักงาน กสทช. ได้จัดประชุมซ้อนกันระหว่างการประชุมครั้งที่ 25/2569 ที่ชั้น 12 และการประชุมนัดพิเศษ ครั้งที่ 3/2569 ที่ชั้น 2 โดยระหว่างการประชุม ฝ่ายสำนักงานฯ ได้ติดต่อเชิญให้กรรมการ 6 คนขึ้นไปประชุมที่ชั้น 12 แต่กรรมการเห็นว่าการประชุมดังกล่าวอาจมีประเด็นข้อกฎหมายจึงตัดสินใจเดินหน้าการประชุมของกรรมการ 6 คนที่ชั้น 2 ตามกระบวนการเดิม โดยได้พยายามเชิญนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการกสทช. ลงมาชี้แจงแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงได้ตามเจ้าหน้าที่เรียงลำดับอาวุโสลงมาทำหน้าที่แทนและดำเนินการประชุมต่อ
นายศุภัช กล่าวถึงประเด็นการจัด 2 ประชุมพร้อมกันในแง่ของกฎหมายด้วยว่า การจัดประชุมซ้อนกันไม่ผิดหลักกฎหมายใดๆ สามารถจัดการประชุมและลงมติร่วมกันได้ ซึ่งการดำเนินงานของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนที่ผ่านมาเป็นไปตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยพยายามจัดประชุมมาแล้ว 3 ครั้ง และการประชุมครั้งล่าสุดถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเนื่องจากวันนี้สามารถเดินหน้าประชุมและพิจารณาวาระได้ 9 เรื่อง ขณะเดียวกันยังมีอีก 4 วาระที่ต้องการผลักดันให้พิจารณาแต่ยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้เพราะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากสำนักงาน กสทช. ในการสนับสนุนข้อมูล ได้แก่ เรื่องการประชุมเพื่อทำหน้าที่ผู้มีอำนาจของประเทศไทยในการประชุมสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU), ระบบเตือนภัยผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัล (Emergency Warning System) , ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีศาลปกครองกรณีการชำระเงินให้บริษัทเอกชน รวมถึงโรดแมปทีวีดิจิทัล
สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้เป็นเรื่องบทบาทระหว่างกรรมการกับสำนักงาน กสทช. โดยตามหลักแล้วกรรมการเป็นผู้ใช้อำนาจตามหน้าที่ในการประชุมและพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ขณะที่สำนักงานควรเข้ามาสนับสนุนการทำงานของกรรมการ แต่กลับเกิดกรณีที่สำนักงานเชิญกรรมการขึ้นไปประชุมอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่งการดำเนินงานของกรรมการทั้ง 6 คนจะยึดกฎหมายและอำนาจหน้าที่เป็นหลัก ขณะเดียวกันสำนักงาน กสทช. ก็ควรปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การทำงานของทั้งสองส่วนเป็นไปตามกรอบกฎหมายอย่างชัดเจน
นายศุภัช กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังมีมติสำคัญโดยได้มอบหมายให้พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร ร่วมกันหารือและจัดทำแนวทางเพื่อเสนอต่อที่ประชุมในครั้งหน้า ว่า กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนจะสามารถดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรได้บ้าง หากสำนักงาน กสทช. ยังไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ควรจะเป็นหรือไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลและแนวทางทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“ทุกวันนี้เหมือนเอาหางมากระดิกหัว ทั้งๆที่เราเป็นขอให้ทางสำนักงานมาช่วยสนับสนุน แต่วันนี้พฤติกรรมชัดเจนว่า อยู่ดี ๆทางสำนักงานจะเชิญเราขึ้นไปข้างบน ซึ่งเราบอกว่า เอ๊ะ มันถูกต้องไหม เพราะเป็นอำนาจตามหน้าที่ของเราในการที่จะร่วมประชุมกัน ในเมื่อทางสำนักงานยังคงไม่ยอมรับในคำสั่งศาล” นายศุภัชกล่าว
ด้านนางพิรงรอง รามสูต กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประเด็นเกี่ยวกับโทรทัศน์และทีวีดิจิทัล มี 2 เรื่องด่วน คือ โรดแมปทีวีดิจิทัล ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 และ ระบบเตือนภัยผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัล (Emergency Warning System) ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการรับมือภัยพิบัติต่างๆ โดยที่ผ่านมามีการดำเนินการต่างๆไปแล้วแต่บางส่วนต้องมีมติจากบอร์ดด้วย
นางพิรงรอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการประชุมครั้งหน้าจะมีการกำหนดให้โรดแมปทีวีดิจิทัล และระบบ EWS เป็นวาระเร่งด่วน โดยประธานที่ประชุมอาศัยมติของกรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คน ทำหนังสือถึงรักษาการเลขาธิการ กสทช. ขอให้มอบหมายเจ้าหน้าที่จากสำนักที่เกี่ยวข้องกับวาระดังกล่าวเข้ามาชี้แจงรายละเอียดในการประชุม ดังนั้นต้องติดตามต่อไปว่าในการประชุมครั้งหน้าสำนักงาน กสทช. จะให้ความร่วมมือและส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาชี้แจงตามที่ร้องขอหรือไม่
ขณะที่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กล่าวด้วยว่า สำหรับวาระที่ผ่านการพิจารณาในการประชุม กสทช. นัดพิเศษ ครั้งที่ 3/2569 มีดังนี้
1. การจัดทำ (ร่าง) ประกาศ กสทช. ที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับสถานีภาคพื้นดินในลักษณะเคลื่อนที่ในกิจการประจำที่ผ่านดาวเทียม รวมทั้งมาตรฐานทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง : คบ., ทท.
2. (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียงหรือโทรทัศน์: ขส.
3. ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม: ปท.๑
4. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้ การลงทุน และการสร้างท่อร้อยสายสื่อสาร เพื่อให้บริการโทรคมนาคม : วท.
5. การปรับปรุงประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดสรรเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นเลขหมายสวย : จท.
6. สัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กับบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เกทเวย์ จำกัด สัญญาเลขที่ EGAT-IGC-BMDT-24-06 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๒ : ชท. (วันครบกำหนด ๙ ก.ค. ๖๙)
7. สัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ระหว่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกับบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เลขที่ 2604-T-EGAT-TUC-02 : ชท. (วันครบกำหนด ๒๖ ก.ค. ๖๙)
8. ข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ฉบับปรับปรุง ของบริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด : ชท. (วันครบกำหนด ๕ ส.ค. ๖๙)
9. ข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ฉบับปรับปรุง ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) : ชท. (วันครบกำหนด ๘ ก.ย. ๖๙)
ส่วน 4 วาระที่ต้องการพิจารณาแต่พิจารณาไม่ได้เนื่องจากสำนักงาน กสทช. ไม่ได้เข้ามาชี้แจง มีดังนี้
1. การเสนอเรื่องต่อที่ ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเรื่องการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ปี ค.ศ. 2026 (ITU Plenipotentiary Conference 2026: PP-26) ระหว่างวันที่ 9-27 พฤศจิกายน 2569 ณ กรุงโดฮา รัฐกาตาร์
2. งบประมาณรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีจ้างการจัดงานประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการโทรทัศน์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ให้แก่บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน)
3. (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ. ๒๕๖๙ - ๒๕๗๓) เพื่อเตรียมการรองรับก่อนใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลหมดอายุในปี ๒๕๗๒ : คณะทำงานจัดทำ (ร่าง) แผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย, วส., ปส., ขส., ทส.
4. โครงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Warning System : EWS) ผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล: ทส.
พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ระบุว่า อีก 4 เรื่อง เป็นประเด็นกรรมการต้องการพิจารณาเช่นกันแต่ยังไม่สามารถมีมติได้ เนื่องจากมีข้อซักถามเพิ่มเติมและต้องการข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. เพื่อประกอบการตัดสินใจ ที่ผ่านมาได้พยายามประสานเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ทำให้ไม่สามารถพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้อย่างรอบคอบและอาจมีความเสี่ยงต่อการตัดสินใจของกรรมการหากไม่มีข้อมูลประกอบอย่างเพียงพอ ดังนั้น ในการประชุมครั้งต่อไปจึงจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่จากสำนักงาน กสทช. ที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อมูลโดยตรง โดยเฉพาะ 4 วาระดังกล่าว
สำหรับการประชุมบอร์ดครั้งต่อไป มีมติกำหนดวันและสถานที่ประชุม กสทช. ครั้งต่อไปใน วันที่ 21 ,22 และ 28 ต.ค. 2569
“ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่สำนักงานเองก็เร่งรัดให้เราพิจารณา แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยอมมาชี้แจงให้เรา” พล.อ.ท.ธนพันธุ์ กล่าว




