รองผอ.ไทยพีบีเอส แจงกรณีข่าวเรียกเงินคืน 85 ล.-เสนอสอบวินัยจนท.-ผอ.ส.ส.ท. รวม 11 ราย ยังไม่เห็นเอกสารจากสตง.-มั่นใจจัดซื้อโปร่งใส-ตรวจสอบได้-ไม่มีการทุจริต
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2569 ที่สำนักงานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท./ไทยพีบีเอส) นานพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านบริหาร แถลงข่าวชี้แจงกรณีข่าวผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อเสนอให้ดำเนินการทางวินัยกับพนักงานและผู้อำนวยการ ส.ส.ท. รวมถึงการเรียกเงินคืนกว่า 85 ล้านบาท
นายพิเศษ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การเรียกเงินคืนประมาณ 85 ล้านบาท รวมถึงข้อเสนอให้ดำเนินคดีทางวินัยกับพนักงานที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารนั้น ณ ปัจจุบัน ส.ส.ท. ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบหรือรายงานอย่างเป็นทางการจาก สตง.
นายพิเศษ กล่าวว่า สำหรับรายงานชุดนี้ ตนเองมีข้อสังเกตว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลเผยแพร่สู่ภายนอกก่อนที่หน่วยงานที่ถูกตรวจสอบจะได้รับทราบ และมีข้อสังเกตว่าเป็น AI หรือไม่ เนื่องจากมีการเว้นวรรคที่แปลกประหลาด
นายพิเศษ ยังอธิบายถึงกระบวนการตรวจสอบของสตง. ว่า สตง. เข้ามาตรวจประเมิน ส.ส.ท. เป็นปกติทุกปีอยู่แล้ว ทั้งการตรวจกระบวนการ (Process Audit) และการตรวจทางการเงิน (Financial Audit) อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมาย สตง. ไม่ใช่หน่วยงานที่มีหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดความผิดหรือกำหนดโทษ แต่เป็นผู้ตรวจที่ทำหน้าที่เสนอแนะจุดที่ควรปรับปรุงแก้ไข (Area of Improvement) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการทำงาน ซึ่งปกติตามกระบวนการตรวจสอบของ สตง. จะให้ผู้ถูกตรวจสอบชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนที่จะมีคำแนะนำ โดยยกตัวอย่างในการเข้าตรวจของ สตง. ในชุดแรกที่เข้ามาตรวจประเมินผลสัมฤทธิ์ที่ได้ดำเนินกระบวนการปิดตรวจ (Exit Conference) อย่างเป็นธรรม มีการนัดหมาย เสนอข้อมูลผ่านสไลด์ และรับฟังการชี้แจงเหตุผลร่วมกัน เช่น กรณีการปรับตัวชี้วัด (KPI) ซึ่ง ส.ส.ท. ต้องปรับตามกลยุทธ์ พฤติกรรมผู้ชม และแพลตฟอร์มที่เปลี่ยนไป แต่ในการตรวจสอบของชุดที่ปรากฏเป็นข่าวกลับไม่เปิดโอกาสให้ ส.ส.ท. ได้ชี้แจง
นายพิเศษ กล่าวว่า ในการผลิตรายการเราก็มีการจัดซื้อจัดจ้างโดยถูกต้องผ่านการเปรียบเทียบเสนอราคา และผ่านระบบ e-GP เราทำโปร่งใสเปิดเผยทุกขั้นตอน ทุกคนตรวจสอบได้
"ผมต้องขอเรียนตรงนี้ว่าเราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำ เปิดเผยตามกฎหมาย ไม่ได้มีการทุจริต แล้วก็ไม่ได้เกิดความเสียหายแก่ ส.ส.ท." นายพิเศษ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปแล้วเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรายงานของสตง.ที่ให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่และผอ.ส.ส.ท.
นายพิเศษ ตอบว่า ยังไม่เห็นรายงานเลยยังไม่รู้ว่าจะตอบยังไง ยังตอบตอนนี้ไม่ได้ ขอให้ได้เห็นเอกสารตัวจริงก่อน แล้วถึงจะตอบกลับไปว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร
เมื่อถามว่ายืนยันใช่หรือไม่ว่ากระบวนการจัดซื้อโปร่งใส คุ้มค่า
นายพิเศษ ตอบว่า ถ้ามีจุดบกพร่องก็แจ้งมาได้ แต่ ส.ส.ท. เป็นหน่วยงานอิสระที่ถูกออกแบบให้มีความคล่องตัวในระดับหนึ่ง จึงมีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเฉพาะของตนเอง ไม่ได้พึ่งกับระเบียบราชการ 100% แต่ ส.ส.ท. ก็เป็นหารือร่วมกับกรมบัญชีกลางอย่างต่อเนื่อง
"เพราะฉะนั้นถ้าใช้ไม้บรรทัดของท่าน ที่เป็นไม้ไม้บรรทัดของราชการมาวัด เราใช้ไม้บรรทัดของเรา เราจะใช้ไม้บรรทัดไหน ถ้าท่านใช้ไม้บรรทัดของท่านต้องบอกว่าให้ใช้ไม้บรรทัดราชการ เรากลับไปเป็นราชการ เราต้องการแบบนั้นหรือไม่ มันก็ผิดฝาผิดตัว ผิดรูปแบบที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้น เราจึงบอกว่าเรามีไม้บรรทัดของเรา ไม้บรรทัดของเราก็เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจัดซื้อจัดจ้างของเรา เรามั่นใจว่าจัดซื้อการจ้างของเราก็ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะเราก็อิงกับทางราชการ" นายพิเศษ กล่าว
เมื่อถามว่าการเรียกคืนเงิน 85 ล้านกว่าครึ่งเป็นเงินในส่วนการจ้างพิธีกร
นายพิเศษ ตอบว่า ไม่สามารถตอบชัดเจนได้ ต้องขอให้เข้าใจว่ายังไม่เห็นเอกสาร แล้วเรื่องในการชี้แจงก็มีจำนวนมาก อีกทั้งบางครั้งก็เกิดความผิดพลาดในการคีย์ข้อมูล บางครั้งก็มีจุดบอด




