News Logo
หน้าแรก
DSI เปิด 'ยุทธรัฐ' ผนึก 9 หน่วย ค้น 3 จุด กทม. แกะทุนเทา-นอมินี ตปท.

DSI เปิด 'ยุทธรัฐ' ผนึก 9 หน่วย ค้น 3 จุด กทม. แกะทุนเทา-นอมินี ตปท.

8 ต.ค. 2569 18:55
ผู้ชม 5 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

DSI แถลงเปิดปฏิบัติการ "ยุทธรัฐ" ผนึกกำลังร่วม 9 หน่วยงานรัฐ กวาดล้างทุนสีเทา บุก 3 จุดใหญ่ กทม. แกะรอยเครือข่ายต่างชาติสวมรอยนอมินีป้องปรามธุรกิจสีเทา รุกคืบความมั่นคง พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย-นิติบุคคลโยงใย 61 แห่งย้ำเดินหน้าสืบสวนขยายผล เอาผิดผู้บงการ ปกป้องผลประโยชน์ชาติเตือนคนต่างชาติใช้ไทยเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงกฎหมายเจอแน่

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงข่าวร่วมกับหลายหน่วยงาน กรณี DSIบูรณาการกำลังร่วมกับ ตำรวจสันติบาล, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), กรมสรรพากร, กรมการจัดหางาน, กรมการปกครอง, กรมที่ดิน, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) รวม 9 หน่วยงาน เปิดปฏิบัติการ "ยุทธรัฐ" เข้าตรวจค้น 3 จุดเป้าหมายสำคัญในกรุงเทพมหานคร เพื่อแกะรอยเครือข่ายต่างชาติที่อาจมีการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็น "นอมินี" อำพรางการประกอบธุรกิจ การถือครองที่ดินและทรัพย์สินโดยหลีกเลี่ยงกฎหมายไทย ซึ่งจากการตรวจค้นพบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และข้อมูลความเชื่อมโยงของนิติบุคคลกว่า 61 แห่งที่จดทะเบียนในที่ตั้งเดียวกัน และมีบุคคลกลุ่มเดียวกันปรากฏชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น โดยบางรายเป็นบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติ 

ปฏิบัติการครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่การตรวจสอบความเชื่อมโยงของบุคคล นิติบุคคล ทรัพย์สิน เส้นทางการเงิน รวมถึงมูลนิธิและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบุคคลสัญชาติอิสราเอล เพื่อสาวไปถึงผู้มีอำนาจควบคุม ผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง แหล่งที่มาของเงิน และความชอบด้วยกฎหมายในการประกอบธุรกิจ รวมถึงกรณีการได้รับสัญชาติไทยที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทรัพยากร ความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์ของประเทศ 

สำหรับจุดตรวจค้นทั้ง 3 แห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย

จุดที่ 1 มูลนิธิชาบาดกรุงเทพ บริเวณเขตพระนคร เจ้าหน้าที่พบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 3 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเป็นผู้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เบื้องต้นได้ดำเนินคดีกับนายจ้าง 1 ราย ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน 

จุดที่ 2 บริษัท กาน ชาบาด จำกัด บริเวณเขตบางรัก เจ้าหน้าที่พบพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก อาทิ เอกสารการจดทะเบียนมูลนิธิ/สมาคม เอกสารการรับบริจาคเงิน บัญชีรายชื่อสมาชิก เอกสารการซื้อขายที่ดิน การก่อสร้างอาคาร การยื่นเสียภาษี การดำเนินกิจการของชาบาดเฮ้าส์ รวมถึงใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารและโรงแรมหรือที่พักแรม นอกจากนี้ยังพบเอกสารเกี่ยวกับนิติบุคคลที่มีการจดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานแห่งเดียวกันมากถึงกว่า 61 บริษัท ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีบุคคลกลุ่มเดียวกันปรากฏชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลหลายแห่ง ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวมีบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติ 

จุดที่ 3 ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย บริเวณเขตคลองเตย เจ้าหน้าที่พบคนต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 2 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และได้ดำเนินคดีกับนายจ้าง 1 ราย ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน 

ปฏิบัติการ "ยุทธรัฐ" ครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลจากกรณีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าตรวจค้น 3 จุดในจังหวัดชลบุรี ในคดีพิเศษที่ 135/2569 กรณีกล่าวหาว่าบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด กับพวกกระทำการหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และต่อมาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้แจ้งข้อกล่าวหากับบริษัท โคซี่ บีช วิว จำกัด (ผู้ต้องหาที่ 1) ในข้อหา "เป็นคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต" บุคคลสัญชาติอิสราเอล (ผู้ต้องหาที่ 2) ในฐานะกรรมการบริษัท ในข้อหา “เป็นกรรมการหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำผิดหรือมิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น" และบุคคลสัญชาติไทย (ผู้ต้องหาที่ 3) ในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัท ในข้อหา “เป็นผู้มีสัญชาติไทยให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว" ซึ่งภายหลังการตรวจค้นในวันนี้ ข้อมูลและพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกนำไปขยายผลและส่งให้หน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป 

การแถลงข่าวในวันนี้มีผู้บริหารระดับสูงหลายคนข้าร่วม ประกอบด้วย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายกองเอก หลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม, ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย นางสาวสลักจิต พงษ์ศิริจันทร์ อธิบดีกรมสรรพากร, นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง, นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ พลตำรวจตรีณัฐกร ประภายนต์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าของปฏิบัติการสำคัญนี้ 

กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ยืนยันว่า ประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับคนต่างชาติที่เข้ามาพำนัก ลงทุน ประกอบธุรกิจ หรือดำเนินกิจกรรมโดยสุจริตและเคารพกฎหมายไทย ตามนโยบายและข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามทุนเทา การใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือ "นอมินี" ในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย รวมถึงการถือครองที่ดินและทรัพย์สินผ่านบุคคล หรือนิติบุคคลไทย อย่างไรก็ตาม ความเปิดกว้างรวมถึงสิทธิและกลไกที่กฎหมายไทยจัดให้ ต้องไม่ถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงกฎหมาย แสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศโดยมิชอบ หรือสร้างโครงสร้างที่นำไปสู่ความขัดแย้งและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
ปราบนอมินีต่างชาติ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้สมัคร สว.ยื่นศาลฎีกาสอบ 'ปธ.ศาลอุทธรณ์' ปมตัดสิทธิ ปชช.ฟ้องตรง กกต.
ผู้สมัคร สว.ยื่นศาลฎีกาสอบ 'ปธ.ศาลอุทธรณ์' ปมตัดสิทธิ ปชช.ฟ้องตรง กกต.