ที่ประชุมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานรัฐฯ รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน ‘มานะ นิมิตมงคล’ เป็นปธ.ด้านการต่อต้านการทุจริต-‘วีระศักดิ์ โควสุรัตน์’ ปธ.ด้านความยุติธรรม-‘บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์’ ปธ.ด้านสภาพอากาศ-การมีส่วนร่วมของประชาชน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (Multi-Stakeholder Forum: MSF) ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล
โดยที่ประชุมรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนแผนปฎิบัติการแห่งชาติด้านการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด ภายใต้การเป็นสมาชิกภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด (NAP: National Action Plan OGP: Open Government Partnership) จำนวน 4 คณะ ได้แก่
(1) นายมานะ นิมิตมงคล เป็นประธานคณะทำงานด้านการต่อต้านการทุจริต
(2) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธานคณะทำงานด้านความยุติธรรม
(3) นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธานคณะทำงานด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
และยังเห็นชอบในหลักการโครงการภายใต้ร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติ โดยมอบหมายให้แต่ละคณะทำงานไปพิจารณารายละเอียดของโครงการ และเปิดพื้นที่ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นต่อแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ดังนี้
1.ด้านการต่อต้านการทุจริต ได้แก่
(1) การสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ โดย สำนักงาน ก.พ.ร.
(2) การเปิดเผยชุดข้อมูล 25 ชุดเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกันและต่อต้านการทุจริต โดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)
(3) ความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ (CoST) โดย กรมบัญชีกลาง
(4) การพัฒนาศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐเพื่อยกระดับคุณภาพข้อมูลเปิดของประเทศ โดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)
(5) การยกระดับและบูรณาการเครือข่ายต่อต้านทุจริตระดับประเทศ และการปฏิรูประบบตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินสู่ระบบดิจิทัล โดย สำนักงาน ป.ป.ช.
2.ด้านสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้แก่
(1) สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำ โดย จังหวัดสระบุรี
(2) การขับเคลื่อนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสร้างเมืองหยุ่นตัวภายใต้การมีส่วนร่วม โดย กรุงเทพมหานคร
(3) ภาคีความร่วมมือเพื่อการจัดการป่าน่านอย่างมีส่วนร่วม โดย มูลนิธิฮักเมืองน่าน
(4) การพัฒนาระบบนิเวศภาครัฐระบบเปิดและการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 ในภาคเกษตรกรรมและภาคป่าไม้ โดย จังหวัดเชียงใหม่
(5) การขับเคลื่อนการจัดการพื้นที่ทางทะเลอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนในพื้นที่อ่าวพังงา โดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
(6) การเพิ่มพูนบริการทางระบบนิเวศและเศรษฐกิจเชิงบวกต่อธรรมชาติคุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ โดย สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม
3.ด้านความยุติธรรม ได้แก่ โครงการขับเคลื่อนระบบยุติธรรมที่ตอบโจทย์ประชาชนด้วยข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ (Justice Needs to Justice Solutions) โดย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)
4.ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้แก่
(1) การแก้ไขปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน พ.ศ. 2548 และการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower Protection) โดย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
(2) การพัฒนาช่องทางกลางสำหรับรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียน และการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะ โดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
การดำเนินการต่อไป สำนักงาน ก.พ.ร. ร่วมกับคณะทำงานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อปรับปรุงรายละเอียดโครงการภายใต้ร่างแผน NAP ก่อนนำเสนอคณะกรรมการ MSF พิจารณาอีกครั้ง จากนั้นเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และจัดส่งแผน NAP ฉบับสมบูรณ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษต่อ OGP Secretariat ภายในเดือนธันวาคม 2569




