ผอ.ไทยพีบีเอส โพสต์แผนปฏิรูปองค์กร 3 ระยะ-เห็นผลจริงภายในปี 2570-2572-ปรับลดขั้นตอนทำงาน-พัฒนาระบบผลิตเนื้อหา-ปรับโครงสร้างองค์กร มุ่งสู่ 'One Thai PBS'
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) โพสต์ภาพอินโฟกราฟิกหัวข้อ Road Map ปฏิรูปไทยพีบีเอส จากวิสัยทัศน์ สู่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลได้จริง ภายใน 3 ปี (พ.ศ. 2570 – 2572) ผ่านเฟซบุ๊ก Vanchai Tantivitayapitak มีสาระสำคัญ ดังนี้
แผนการดำเนินงาน 3 ระยะ
ระยะที่ 1: Quick Wins (ตุลาคม 2569 – มีนาคม 2570/รวมเวลา 6 เดือน)
เป้าหมายหลัก: มุ่งเน้นการปรับวิธีการทำงานให้มีความคล่องตัว การสร้างความเชื่อมั่นจากทั้งภายในและภายนอกองค์กร พร้อมวางรากฐานสำคัญสำหรับการปฏิรูป
การดำเนินงาน: ปรับลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process) สำรวจและวางแผนกำลังคน (Workforce Audit) ทดลองนำระบบ AI มาใช้ในงานประจำจำนวน 10 กระบวนการ เปิดเผยข้อมูลงบประมาณและผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส ตลอดจนยกระดับมาตรฐานงานข่าวและระบบรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ผลลัพธ์ในระยะนี้: กระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้นและลดความซ้ำซ้อน บุคลากรเริ่มปรับตัวใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัล ในขณะที่ประชาชนสัมผัสได้ถึงความโปร่งใสและการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น
ระยะที่ 2: Transformation (เมษายน 2570 – มีนาคม 2571/รวมเวลา 6–18 เดือน)
เป้าหมายหลัก: ยกระดับกระบวนการและโครงสร้างการทำงาน มุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และเนื้อหาเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งยกระดับทักษะและปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร
การดำเนินงาน: พัฒนาระบบการผลิตเนื้อหาแบบ One Content, Multi-Platform ขยายการใช้งาน One Archive และ AI Platform เริ่มปรับใช้ระบบบริหารจัดการ ERP ตามลำดับความพร้อมของหน่วยงาน พัฒนาทักษะบุคลากรควบคู่กับแผนกำลังคน วางระบบประเมินคุณค่าสาธารณะ และสร้างความร่วมมือกับผู้ผลิตอิสระและเครือข่ายภายนอก
ผลลัพธ์ในระยะนี้: ทุกหน่วยงานภายในสามารถทำงานเชื่อมโยงกันได้ดีขึ้น เกิดการใช้ข้อมูลและระบบงานร่วมกันจนลดความซ้ำซ้อนลงได้ และเนื้อหาสารประโยชน์สามารถเข้าถึงประชาชนได้ผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม
ระยะที่ 3: One Thai PBS (เมษายน 2571 – กันยายน 2572/รวมเวลา 18–36 เดือน)
เป้าหมายหลัก: มุ่งสู่การเป็น "One Thai PBS" อย่างยั่งยืน สามารถให้บริการสื่อสาธารณะครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างคุณค่าแก่สังคมและความเชื่อมั่นในระยะยาว
การดำเนินงาน: ปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับภารกิจ ติดตั้งและเปิดใช้งานระบบ Hybrid Playout & MAM ยกระดับ VIPA ให้ก้าวเป็น National Streaming Platform เชื่อมโยงระบบ AI และฐานข้อมูลทั่วทั้งองค์กร ขยายช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชน และทบทวนปรับปรุงระบบการทำงานให้มีความยั่งยืน
ผลลัพธ์ในระยะนี้: องค์กรมีความคล่องตัวและทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เนื้อหาและการบริการกระจายสู่ประชาชนกว้างขวางขึ้น มีรายได้และความร่วมมือเพิ่มสูงขึ้น พร้อมระบบกำกับดูแลและประเมินผลที่เข้มแข็ง
การขับเคลื่อน 6 โครงการสำคัญ (Key Strategic Projects)
แผนปฏิรูปได้กำหนดโครงการหลัก 6 โครงการ เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทีละขั้นตอนตลอด 3 ระยะ:
AI Gateway & Platform: เริ่มต้นจากการนำร่องใช้ในงานประจำ (ระยะที่ 1) ก่อนจะขยายการใช้งานเพื่อเชื่อมโยงระบบงานต่าง ๆ (ระยะที่ 2) และนำไปใช้เต็มรูปแบบทั่วทั้งองค์กร (ระยะที่ 3)
One Archive: จัดระบบข้อมูลและเปิดให้บริการภายในก่อน (ระยะที่ 1) แล้วขยายการใช้งานและเปิดบริการแก่ภายนอก (ระยะที่ 2) จนยกระดับเป็นคลังสื่อสาธารณะระดับประเทศ (ระยะที่ 3)
ERP (ระบบบริหารจัดการองค์กร): เริ่มต้นออกแบบและวางระบบ (ระยะที่ 1) ทยอยเปิดใช้งานตามหน่วยงานต่าง ๆ (ระยะที่ 2) และเปิดใช้งานครอบคลุมเต็มรูปแบบ (ระยะที่ 3)
Hybrid Playout & MAM: เริ่มจากขั้นตอนออกแบบและจัดหา (ระยะที่ 1) ดำเนินการติดตั้งและทดสอบระบบ (ระยะที่ 2) จนสามารถใช้งานและเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใหม่ได้สำเร็จ (ระยะที่ 3)
VIPA / National Streaming Platform: เริ่มด้วยการรีแบรนด์และพัฒนาแพลตฟอร์ม (ระยะที่ 1) ขยายเนื้อหาและสร้างความร่วมมือ (ระยะที่ 2) จนกลายเป็นแพลตฟอร์มสื่อสาธารณะระดับประเทศอย่างสมบูรณ์ (ระยะที่ 3)
One Content Workflow: ทดลองปรับกระบวนการทำงานกับรายการและข่าวสำคัญ (ระยะที่ 1) ขยายผลไปยังกลุ่มเนื้อหาทั้งหมด (ระยะที่ 2) และบูรณาการเข้ากับการทำงานปกติอย่างถาวร (ระยะที่ 3)
เป้าหมายผลลัพธ์ที่คาดหวังภายในปี พ.ศ. 2572
เมื่อดำเนินการครบตามแผนงานภายในปี 2572 ไทยพีบีเอสตั้งเป้าหมายความสำเร็จใน 8 ด้านสำคัญ ได้แก่:
กระบวนการทำงานหลัก มีความรวดเร็วขึ้นอย่างน้อย 30%
ผลผลิตการทำงาน โดยรวมเพิ่มขึ้น 20%
กระบวนการสนับสนุน ปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบดิจิทัลไม่น้อยกว่า 90%
บุคลากร ไม่น้อยกว่า 80% มีทักษะและความสามารถในการใช้ AI
คลังเนื้อหา ได้รับการจัดทำเป็นมาตรฐานพร้อมให้บริการ
เนื้อหาคุณภาพ สามารถกระจายเข้าถึงประชาชนได้ในทุกแพลตฟอร์ม
รายได้และความร่วมมือ จากการให้บริการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น
ประชาชน เกิดการรับรู้และมองเห็นคุณค่าของไทยพีบีเอสมากยิ่งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
และนายวันชัย ยังโพสต์ข้อความว่า "ปฏิรูปไทยพีบีเอส : จากวิสัยทัศน์สู่การเปลี่ยนแปลง (ตอน 2) แนวคิดและตัวอย่างในการปฏิรูป Thai PBS 2570-2572 อีกสองปี Thai PBS จะครบรอบยี่สิบปีทีมบริหารมีแนวคิดชัดเจนในแผนงานการปฏิรูปองค์กร แต่ขณะเดียวกัน ทีมบริหารตระหนักว่าประชาชนมีสิทธิตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของงบประมาณ ความโปร่งใสในการใช้เงินคุณภาพเนื้อหา ความเป็นกลาง และประสิทธิภาพการทำงาน ข้อวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้จะถูกนำมาใช้ และจะให้สาธารณชนมีส่วนร่วมในการปฏิรูปสื่อสาธารณะครั้งใหญ่เพื่อปรับปรุงแผนการปฏิรูปองค์กร อีกไม่นานเราจะเปิดเวที ร่วมกับองค์กรสื่อวิชาชีพ เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้แสดงความเห็น และตารางที่เห็นเป็นตัวอย่างน้ำจิ้มเล็กๆที่กำลังจะเกิดขึ้น อาทิ
1 ยกระดับระบบรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนต่างๆ ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และประชาชนเห็นการสื่อสารและความโปร่งใสที่ชัดเจนขึ้น
2 ผลักดัน One Content, Multi-Platform ขยายการใช้ One Archive และ AI Platform
3 พัฒนาระบบ ERP (Enterprise Resource Planning ) ระบบวางแผนทรัพยากรขององค์กร เพื่อให้หน่วยงานเริ่มทำงานบนข้อมูลและระบบที่เชื่อมโยงกัน ลดการทำงานซ้ำ และเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาข่าวและรายการ
4 ยกระดับบทบาท VIPA ให้เป็น National Streaming Platform เพื่อเป็นหลักของประเทศในเรื่องนี้
5 การลดขนาดองค์กรไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการลดขนาดองค์กรหรือจำนวนพนักงานเท่านั้น แต่เน้นลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากร
6 ตั้งเป้าการแข่งขันในเชิงปริมาณของคนดูทุกplatform และในแง่ข่าวและรายการ ที่นำเสนอมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม( social impact)ในวงกว้างอย่างไร
7 การปฏิรูปต้องวัดผลได้ และประชาชนต้องตรวจสอบได้ จัดทำตัวชี้วัดที่สะท้อนประสิทธิภาพการทำงาน คุณภาพเนื้อหา การใช้ทรัพยากร ความโปร่งใส และคุณค่าที่ประชาชนได้รับ โดยกำหนดข้อมูลฐานและค่าเป้าหมายอย่างเป็นทางการก่อนนำไปใช้
8 ภายในปี 2572 องค์กรควรแสดงได้ว่ากระบวนการทำงานหลักรวดเร็วขึ้นเพียงใด เทคโนโลยีช่วยลดภาระงานได้เท่าใด บุคลากรพัฒนาทักษะอย่างไร คลังเนื้อหาถูกใช้ประโยชน์มากขึ้นเพียงใด
โดยมีขั้นตอน คือ
ปี 2570 ต้องเริ่มเห็นกระบวนการทำงานและบริการที่ดีขึ้น
ปี 2571 ต้องเห็นคน ข้อมูล เทคโนโลยี และเนื้อหาเชื่อมโยงกันมากขึ้น
ภายในปี 2572 ต้องแสดงได้ว่าไทยพีบีเอสคล่องตัว ทันสมัย โปร่งใส และสร้างคุณค่าให้ประชาชนมากกว่าเดิม
การปฏิรูปไม่ใช่การละทิ้งสิ่งที่องค์กรสร้างมา แต่เป็นการต่อยอดจุดแข็ง ปรับปรุงสิ่งที่พัฒนาได้ และส่งมอบระบบงานที่แข็งแรงกว่าเดิมให้ประชาชนและทีมบริหารรุ่นต่อไป"

โพสต์ของนายวันชัย
@ วันที่ 10 โพสต์อินโฟฯ 12 ข้อค้นพบหลัง 1 ปีทีมบริหารไทยพีบีเอสชุดใหม่
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 นายวันชัย โพสต์ภาพอินโฟกราฟิกหัวข้อ 12 ข้อค้นพบ Pain Point หลัง 1 ปีทีมบริหารไทยพีบีเอสชุดใหม่ มีรายละเอียด ดังนี้
การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันระหว่างสำนัก: มุ่งเน้นการดึงความเชี่ยวชาญของบุคลากรในแต่ละสำนักมาปฏิบัติงานร่วมกันมากขึ้น เพื่อลดข้อจำกัดจากการแบ่งภารกิจตามโครงสร้างองค์กรแบบเดิม และร่วมกันสร้างผลลัพธ์ในระดับองค์กรอย่างมีเอกภาพ
การพัฒนากระบวนการทำงานให้คล่องตัวยิ่งขึ้น: มุ่งทบทวนขั้นตอนการอนุมัติ การจัดซื้อจัดจ้าง และการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในขั้นตอนการทำงาน ตลอดจนเพิ่มความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร: ครอบคลุมการบริหารจัดการบุคลากร อุปกรณ์ สตูดิโอ และงบประมาณอย่างคุ้มค่า พร้อมพัฒนาระบบข้อมูลต้นทุนและการใช้ทรัพยากร เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การพัฒนากำลังคนและทักษะรองรับภารกิจใหม่: มุ่งพัฒนาทักษะบุคลากรด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการผลิตหลายแพลตฟอร์ม พร้อมส่งเสริมการทำงานข้ามหน่วยงานและระหว่างบุคลากรต่างรุ่น ควบคู่กับการวางแผนกำลังคนให้สอดคล้องกับภารกิจในอนาคต
การบูรณาการระบบเทคโนโลยี: เน้นการเชื่อมโยงระบบเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และเตรียมความพร้อมรองรับบริการใหม่ ๆ ในอนาคต
การเชื่อมโยงการผลิตเนื้อหาข้ามแพลตฟอร์ม: วางแผนและผลิตเนื้อหาร่วมกันระหว่างช่องทางต่าง ๆ โดยใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยขยายการเข้าถึงกลุ่มผู้ฟังและผู้ชมทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง
การยกระดับระบบจัดการข้อมูลและคลังเนื้อหา: มุ่งพัฒนาคลังเนื้อหาดิจิทัล (One Archive) เพื่อให้การค้นหาและนำเนื้อหากลับมาใช้งานทำได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและหน่วยงานภายนอกเข้าถึงคลังเนื้อหาตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม
การยกระดับคุณภาพและมาตรฐานข่าวและเนื้อหา: มุ่งสร้างสรรค์เนื้อหาที่น่าสนใจและเข้าถึงผู้รับชมได้อย่างหลากหลาย โดยยังคงรักษากรอบมาตรฐานจริยธรรม ความเที่ยงตรง และคงความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการไว้อย่างเคร่งครัด
การพัฒนาระบบประเมินผลลัพธ์และคุณค่าสาธารณะ: ปรับเปลี่ยนตัวชี้วัดโดยมุ่งวัดผลที่สะท้อนคุณค่าจริงที่ประชาชนได้รับ มากกว่าการพิจารณาเพียงตัวเลขเรตติ้งหรือยอดผู้ชม พร้อมนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง
การเพิ่มความโปร่งใสและการสื่อสารเชิงรุก: เปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณและผลการดำเนินงานอย่างชัดเจน สื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้ รวมถึงเปิดรับฟังข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนจากสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง
การขยายโอกาสด้านรายได้และความร่วมมือ: สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ พัฒนาต่อยอดธุรกิจและทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้อย่างเหมาะสม โดยยังคงยึดมั่นในหลักความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
การขยายการมีส่วนร่วมของประชาชนและเครือข่าย: เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เสนอความคิดและร่วมสร้างสรรค์เนื้อหา พัฒนากลไกการมีส่วนร่วมในทุกภูมิภาค ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับท้องถิ่น ภาคประชาชน และสถาบันการศึกษา
โดยนายวันชัยโพสต์ข้อความว่า "ปฏิรูปไทยพีบีเอส : จากวิสัยทัศน์สู่การเปลี่ยนแปลง (ตอน 1)
1 ทีมบริหารชุดนี้เริ่มทำงานที่ Thai PBS เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2568
ด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาไทยพีบีเอสให้เป็นสื่อสาธารณะของทุกคน ที่เข้าถึงประชาชนได้กว้างขวางขึ้น มีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และปรับตัวให้ทันกับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนแปลงและให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านจากสถานีโทรทัศน์ไปสู่ Public Media Service Platform การผลิตเนื้อหาที่มีคุณภาพและเข้าถึงผู้ชมหลากหลายกลุ่ม ตลอดจนการพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
2 ตลอดช่วงหนึ่งปีแรก ทีมบริหารได้เรียนรู้และพยายามแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์กรให้เดินหน้า แต่เราทราบดีว่าองค์กรที่มีอายุเก่าแก่ร่วมยี่สิบปี น่าจะมีปัญหาหมักหมมมานานพอสมควร ตามธรรมชาติขององค์กรขนาดใหญ่ และยังใช้กฎและระบบการทำงานกึ่งราชการ
3 ทีมบริหารได้เริ่มวิเคราะห์ปัญหา แก้ไขประเด็นสำคัญ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเนื้อหาที่มีคุณภาพหลากหลายและน่าเชื่อถือให้สามารถสร้างยอดผู้ชม การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีโครงข่ายการออกอากาศ การเปลี่ยนผ่านจากสถานีโทรทัศน์ไปสู่ Public Media Service Platform ตลอดจนการพัฒนาวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และนำเทคโนโลยีมาเพิ่มศักยภาพของบุคลากรและความจำเป็นในการปรับตัวให้สอดคล้องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
4 หนึ่งปีแรกจึงเป็นช่วงเวลาของการทำความเข้าใจองค์กร เริ่มแก้ไขประเด็นสำคัญ และวางรากฐานการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
(โปรดติดตามตอนต่อไปตอน ทิศทางการปฏิรูปองค์กร พ.ศ. 2570–2572)"

โพสต์นายวันชัยวันที่ 10 ต.ค.




