13 ตุลา วันนวมินทรมหาราช
13 ตุลา วันนวมินทรมหาราช
News Logo
หน้าแรก
ร้อง‘วราวุธ’รื้อผลสอบ‘อาชีพดีพร้อม'1.2พันล้านส่อทุจริต

ร้อง‘วราวุธ’รื้อผลสอบ‘อาชีพดีพร้อม'1.2พันล้านส่อทุจริต

13 ต.ค. 2569 10:14
ผู้ชม 33 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ขรก.อุตสาหกรรมร้อง ‘วราวุธ’รื้อผลสอบโครงการ 'อาชีพดีพร้อม' ที่ใช้งบฯกลางกว่า 1.2 พันล้านส่อทุจริต แต่กรรมการชุดเดิมให้ยุติเรื่อง ชี้มีหลายปมไม่เคลียร์ทั้งล็อกสเปก-หักหัวคิว และกลั่นแกล้งย้ายข้าราชการที่ไม่ร่วมมือ

 สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ว่า มีข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมจำนวนหนึ่งในนามข้าราชการชั้นผู้น้อยผู้รักความถูกต้องและสุจริตธรรมยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้เปิดการสอบข้อเท็จจริงเชิงลึก กรณีการดำเนินงานโครงการพัฒนาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ชุมชนดีพร้อม (โครงการอาชีพดีพร้อม) วงเงินงบประมาณปี 2565 งบกลาง 1,249,296,000 บาท ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2565 ซึ่งมีความไม่โปร่งใส และส่อว่าอาจมีการทุจริต โดยมีข้าราชการและนักการเมืองบางคนร่วมมือกัน

 หนังสือระบุถึงพฤติการณ์ความผิดปกติในขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินโครงการ อาทิ การซอยโครงการหลีกเลี่ยง e-Bidding และล็อกสเปกให้เอกชนรายเดียว โดยให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค ที่ 1 - 11 จัดซื้อวัสดุฝึกอบรมจาก บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เพียงรายเดียว รวมเป็นเงิน 19,040,648 บาท ทั้งที่เป็นการอบรมต่างจังหวัดและช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยใช้วิธีเฉพาะเจาะจงแบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการประมูล e-Bidding

 หนังสือยังระบุว่า นอกจากนี้ยังมีการกลั่นแกล้งบีบบังคับข้าราชการชั้นผู้น้อย โดยข้าราชการและผู้บริหารศูนย์ภาคที่ไม่ยอมปฏิบัติตามจะถูกข่มขู่ยกเลิกโครงการ เช่น กรณีอดีตผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 (สงขลา) ที่ปฏิเสธการซื้อของจากร้านใน กทม. จนถูกสั่งยกเลิกงานอบรมที่ จ.สตูล ในคืนก่อนจัดงานเพียง 1 วัน ทำให้ประชาชนกว่า 400 คนได้รับความเสียหาย และต่อมาอดีตผู้อำนวยการคนดังกล่าวพร้อมข้าราชการจำนวนหนึ่งถูกสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการในพื้นที่จ. นราธิวาส อย่างไม่เป็นธรรม

 หนังสือระบุว่า นอกจากนี้มีการร้องเรียนว่าอาจมีการจัดอบรมทิพย์-หักหัวคิววิทยากรและผู้เข้าร่วม โดยมีการเกณฑ์ชาวบ้านมาถ่ายรูปเบิกเงินโดยไม่มีการฝึกอบรมจริงตามระเบียบคือ 6 ชั่วโมง มีการจัดทำเอกสารเท็จเบิกค่าสถานที่ ทั้งที่ใช้สถานที่รัฐ และการหักหัวคิววิทยากร โดยให้เซ็นรับเงินลอยเต็มจำนวน 7,200 บาท แต่จ่ายจริงเพียง 1,500 บาท รวมถึงพบว่าวิทยากรคนเดียวกันเบิกค่าสมนาคุณซ้ำซ้อนในวันและเวลาเดียวกันมากกว่า 1 สถานที่ ส่อฮั้วประมูลและนอมินี งานจัดจ้างในหลายพื้นที่ตกเป็นของผู้รับจ้างกลุ่มเดิมๆ 4 ราย ราคาชนะประมูลเสนอใกล้เคียงราคากลางอย่างน่าสงสัย ส่อลักษณะการแบ่งงาน

 “เมื่อปี 2566 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ได้สุ่มตรวจและรายงานข้อตรวจพบความผิดปกติถึง 11 ประเด็น เช่น เอกสารเบิกจ่ายไม่ตรงกับข้อเท็จจริง, การจัดซื้อวัสดุวิธีเฉพาะเจาะจงจากรายเดียวกันเกินความจำเป็น, ลายมือชื่อวิทยากรไม่เหมือนกัน และเบิกจ่ายเงินซ้ำซ้อน”หนังสือระบุ

 หนังสือระบุว่า อย่างไรก็ตาม แม้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเคยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าว แต่น่าแปลกใจที่คณะกรรมการมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ไม่ขอข้อมูลเพิ่มเจิมจาก สตง. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในประเด็นทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างและหักหัวคิว โดยอ้างว่า สตง. ตรวจไปแล้ว และจำกัดการสอบไว้เพียงประเด็นการใช้งบกลางเอื้อการเมืองเท่านั้น เนื่องจากช่วงนั้นใกล้การเลือกตั้ง ขณะที่กรรมการเสียงข้างน้อย ยืนยันว่าพยานหลักฐานในสำนวนยังไม่เพียงพอ และสมควรต้องแสวงหาข้อเท็จจริงในทุกประเด็น แต่ท้ายที่สุด กรรมการเสียงข้างมาก 6 คนลงความเห็นให้ยุติเรื่อง โดยอ้างว่าไม่ปรากฏพยานหลักฐาน ขณะที่กรรมการเสียงข้างน้อย 3 ราย ไม่ร่วมวินิจฉัยเนื่องเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ”หนังสือระบุ

 “หนังสือระบุว่า กลุ่มข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไม่ได้ร่วมมือยังคงถูกกลั่นแกล้ง จึงมีการร้องทุกข์ไปยังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) และขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งรื้อการสอบสวนเรื่องดังกล่าวใหม่ โดยตรวจสอบว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดเดิม ดำเนินการถูกต้องตามหลักกฎหมายคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) หรือไม่ มีการละเว้นพยานหลักฐานของ สตง. หรือไม่ และให้สุ่มตรวจเชิงลึกพื้นที่จริง ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สุ่มตรวจประชาชนตามรายชื่อบัตรประชาชนกว่า 6 แสนคน ในพื้นที่จัดอบรม 3,440 จุดทั่วประเทศ ว่าได้เข้าร่วมอบรมเต็มวัน 6 ชั่วโมงและได้รับเงินครบจริงหรือไม่ อีกทั้งให้เรียกผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 - 11 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ รวมถึงวิทยากรทั้งหมดมาสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการหักหัวคิว โดยให้มีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ข้าราชการชั้นผู้น้อย”หนังสือระบุ

 หนังสือยังระบุว่า รวมทั้งประสาน ป.ป.ช. และ สตง. เพื่อขอเส้นทางการเงินของบริษัทเอกชนที่ผูกขาดจัดซื้อวัสดุ และบริษัทผู้รับจ้างรายใหญ่ ข้าพเจ้าข้าราชการชั้นผู้น้อย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ดำเนินการคดีทางวินัยร้ายแรงและอาญากับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อคืนความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีให้แก่ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมทั่วประเทศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสม. จี้ทุกฝ่ายวิจารณ์เลือกตั้งประกันสังคมสร้างสรรค์ หลังมีวลีด้อยค่า
กสม. จี้ทุกฝ่ายวิจารณ์เลือกตั้งประกันสังคมสร้างสรรค์ หลังมีวลีด้อยค่า