'อนุทิน' ชี้ไทยต้องเลิกแข่งแค่ปริมาณ หันสร้างมูลค่าเพิ่ม เน้นเพิ่มขีดความสามารถกำหนดอนาคตประเทศ พร้อมเร่งเครื่อง Reinvent Thailand เปิดรับทุน-เทคโนโลยีต่างชาติ เดินหน้าสู่ OECD วางรากฐานเศรษฐกิจ
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 และกล่าวปาฐกถาพิเศษภายใต้แนวคิด “Future-ready Thailand”
นายอนุทิน กล่าวว่า การที่กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก อีกครั้งในรอบ 35 ปี เป็นโอกาสสำคัญในการต้อนรับประชาคมโลก ทบทวนพัฒนาการทางเศรษฐกิจของไทย และกำหนดทิศทางการพัฒนาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก แม้ไทยมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งภาคอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ และที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ในอาเซียน แต่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะการเพิ่มผลิตภาพและการปรับตัวของภาคธุรกิจและแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยี ดังนั้น เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องมุ่งสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และยั่งยืนในระยะยาว
“ประเทศไทยควรเพิ่มขีดความสามารถในการกำหนดอนาคตของตนเอง มากกว่าการปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็คือคำจำกัดความของ Future-ready โดยแท้จริง ที่เป็นการเตรียมความพร้อมประเทศไทยเพื่อก้าวไปสู่อนาคต” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ทั้งนี้ นายอนุทินได้นำเสนอแนวทางต่อยอดรากฐานและจุดแข็งที่มีอยู่ของไทยให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ โดยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้
1. ยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร สู่การเป็นผู้ผลิตอาหารแห่งอนาคต ประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะ “Kitchen of the World” เป้าหมายต่อไปคือการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารแห่งอนาคตชั้นนำ ตั้งแต่อาหารเพื่อสุขภาพและอาหารที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ไปจนถึงสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มผลิตภาพ เชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการเข้ากับตลาดใหม่ และทำให้การสร้างมูลค่าเพิ่มส่งผลต่อการเพิ่มรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม
2. ยกระดับภาคอุตสาหกรรมสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลกที่สูงขึ้น เมื่อ AI เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง และระบบคมนาคมแห่งอนาคตกำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมทั่วโลก ไทยจำเป็นต้องสนับสนุนให้ธุรกิจไทยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและเข้าสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น พร้อมดึงดูดการลงทุนที่นำเงินทุนเข้ามา และเพิ่มโอกาสในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่งเสริมนวัตกรรม พัฒนาทักษะบุคลากร และการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน
3. ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล “Data Centre” ซึ่งช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในวงกว้าง เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ภาคเศรษฐกิจไทย
4. สร้างมูลค่าเพิ่มในภาคบริการที่ไทยมีศักยภาพ ประเทศไทยมีโอกาสเติบโตอย่างมากในสาขาการแพทย์และการดูแลสุขภาพ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ศักยภาพด้านการบริการ วัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นจุดแข็งสำคัญ โดยทุกภาคส่วนต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายจากการมุ่งผลิตสินค้าและบริการให้ได้ปริมาณมาก ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สูงขึ้น
5. เสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก ผ่านการเปิดรับการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ พร้อมกระจายความหลากหลายของตลาด คู่ค้า เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทาน ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน น้ำ ดิจิทัล และการเงิน
6. จัดสรรทรัพยากรเพื่อผลลัพธ์ในระยะยาว โดยงบประมาณภาครัฐและทุกการลงทุนที่ดึงดูดเข้ามา ควรมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตของประเทศ ทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลัง พร้อมเปิดโอกาสให้ SMEs ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
7. เดินหน้าผลักดันโครงการ “Reinvent Thailand” เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ สถาบันการเงิน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมร่วมกันค้นหาอุปสรรคและผลักดันแนวทางแก้ไขที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยภาครัฐทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสนับสนุน อำนวยความสะดวก กำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ลดอุปสรรคที่ไม่จำเป็น และสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจสามารถลงทุน สร้างนวัตกรรม และเติบโตได้
8. ดึงดูดการลงทุนคุณภาพ สร้างความร่วมมือระยะยาวกับนานาประเทศ โดยไทยยินดีต้อนรับการลงทุนที่มุ่งสร้างความร่วมมือระยะยาวที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาทักษะบุคลากร การเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ การถ่ายทอดองค์ความรู้ การส่งเสริมนวัตกรรม และการยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจไทยให้แข่งขันในตลาดโลกได้ โดยประเทศไทยต้องเป็นทั้งจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจและพันธมิตรที่น่าเชื่อถือสำหรับการเติบโตในระยะยาว
9. เดินหน้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ยกระดับมาตรฐานและธรรมาภิบาล โดยเป้าหมายของไทยรวมถึงกระบวนการปฏิรูปตลอดเส้นทาง ทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบัน การยกระดับมาตรฐาน และการพัฒนาธรรมาภิบาล ซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชนและประเทศในระยะยาว
นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า นี่คือสิ่งที่ประเทศไทยกำลังสร้าง ประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นเศรษฐกิจที่มีผลิตภาพสูงขึ้น สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ขยายโอกาส และเสริมสร้างความยืดหยุ่นได้อย่างเข้มแข็ง พร้อมเติบโตไปกับพันธมิตรและสนับสนุนให้ทุกฝ่ายบรรลุเป้าหมายในอนาคต โดยการพัฒนาของไทยจะต้องสร้างโอกาสไม่เพียงแก่ประชาชนชาวไทย แต่รวมถึงภาคธุรกิจและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในฐานะพันธมิตร เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ทุกประเทศมีโอกาสเติบโตและพัฒนาไปด้วยกัน




