ผบ.ตร.คุมเข้มประชุม IMF-World Bank 2026 สั่งปิดการจราจรรอบศูนย์สิริกิติ์ อำนวยความสะดวก ม็อบคนจนเคลื่อนทัพยื่น 6 ข้อเรียกร้องสำคัญ ตำรวจวางกำลังเข้มงวด รับมือผู้ชุมนุมตามหลักสากล เน้นย้ำดูแลความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันเหตุรุนแรง
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวสถานการณ์ชุมนุมรอบพื้นที่ศูนย์สิริกิต์ ในช่วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและรับมือกับการชุมนุมที่พยายามจะเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่การประชุม
ผบ.ตร. สั่งการคุมเข้มความปลอดภัยและจราจร
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์การรักษาความปลอดภัย การจราจร และสาธารณสุข สำหรับการประชุมดังกล่าว โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อเป็นเจ้าภาพที่ดี สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย พร้อมเน้นย้ำการรักษาความปลอดภัยทุกพื้นที่ โดยเฉพาะผู้นำประเทศและคู่สมรส ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่แต่งกายเรียบร้อย สุภาพ และมีประสิทธิภาพ
ด้านการจัดการจราจรบริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เนื่องจากมีการปิดบางเส้นทาง ผบ.ตร. กำชับให้จัดระบบยานพาหนะและบุคคลที่เดินทางเข้าสู่ศูนย์การประชุมให้เหมาะสม บริหารปริมาณรถไม่ให้สะสมหรือแออัด และสามารถบริหารเหตุการณ์ได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังให้ดูแลอำนวยความสะดวกการจราจรของประชาชนทั่วไป และประชาสัมพันธ์เส้นทางปิด ช่วงเวลา และเส้นทางเลี่ยงให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมาตรการควบคุมดูแลการชุมนุมสาธารณะ ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยกำหนดแผนป้องกัน จัดกำลังพลบริหารจัดการการชุมนุมอย่างเหมาะสมและได้สัดส่วน เพื่อป้องกันเหตุและลดผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แผนปฏิบัติ และขั้นตอนตามกฎหมาย หลักสากล และหลักยุทธวิธี โดยไม่ใช้ความรุนแรง พร้อมขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะฯ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ผบ.ตร. ยังได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีการมอบเงินช่วยเหลือบำรุงขวัญให้กับ ส.ต.อ. กรธวัช ทับทิมหอม ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
ปิดการจราจร รับมือผู้ชุมนุม โดยที่บริเวณแยกพระราม 4 และแยกอโศกมนตรี มุ่งหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เจ้าหน้าที่ได้นำตู้คอนเทนเนอร์มาปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่งเพื่อรักษาความปลอดภัย หลังกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านการประชุมเวิลด์แบงก์มีความเคลื่อนไหวพยายามจะเข้าพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดการจราจรทั้งขาเข้าและขาออกตั้งแต่แยกอโศกมนตรีต่อเนื่องไปตามถนนรัชดาภิเษกจนถึงถนนพระราม 4 พร้อมจัดกำลังตลอดแนวและติดตั้งแผงเหล็กกั้นพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งป้ายประกาศขั้นตอนการชุมนุมสาธารณะไว้ที่แนวรั้วเหล็ก
กลุ่มสมัชชาคนจนเคลื่อนขบวนยื่นข้อเรียกร้อง 6 ข้อ
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 กลุ่มสมัชชาคนจน นำโดย นายบารมี ชัยรัตน์ แกนนำ ได้รวมตัวกับประชาชน แรงงาน และคนจนเมือง จัดกิจกรรมเนื่องใน “วันปฏิบัติการสากลเพื่ออธิปไตยทางอาหารและต่อต้านบรรษัทข้ามชาติ” ที่สวนลุมพินี (ประตู 1) เขตปทุมวัน โดยมีมวลชนเข้าร่วมประมาณ 500 คน แกนนำได้จัดตั้งขบวนโดยแบ่งมวลชนตามสีผ้าพันคอ ได้แก่ สีเขียว, สีส้ม, สีแดง และสีดำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้ร่วมกิจกรรม
จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนออกจากสวนลุมพินีไปตามถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาเข้าแยกอโศก มุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้อง 6 ประการต่อธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) โดยเน้นย้ำเรื่องการหยุดยั้งกับดักหนี้ ทวงคืนอธิปไตยทางการเงิน และอธิปไตยทางอาหาร
คาดว่าบริเวณแยกอโศกมนตรีจะเป็นจุดที่กลุ่มใช้ทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่อนุญาตให้กลุ่มเคลื่อนขบวนต่อไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ล่าสุดรายงานยอดมวลชนเพิ่มขึ้นเป็น 800 คน
ข้อเรียกร้อง 6 ประการ
สำหรับ 6 ข้อเรียกร้องที่กลุ่มสมัชชาคนจนยื่นต่อธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้แก่ :
ยกเลิกหนี้ของประเทศรายได้ต่ำและปานกลางที่เผชิญวิกฤตหนี้สิน
เปิดให้ประชาชนตรวจสอบหนี้ต่างประเทศที่รัฐบาลไปก่อไว้
ยุติการอุดหนุนบรรษัทใหญ่ แล้วนำงบมาสนับสนุนระบบเกษตรนิเวศ
เพิ่มรายได้รัฐด้วยภาษีบรรษัทและภาษีความมั่งคั่งแบบก้าวหน้า
ปฏิรูปธนาคารกลางให้เป็นประชาธิปไตย โปร่งใส และรับผิดชอบต่อประชาชน
ยึดประชาชนและโลกเป็นหัวใจหลักในการพัฒนานโยบายเศรษฐกิจ
ในที่เกิดเหตุมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม อาทิ นายบารมี ชัยรัตน์ แกนนำ และ ศ. ปีเตอร์ รอสเซ็ต (Peter M. Rosset) นักวิชาการและที่ปรึกษาของ "ขบวนการชาวนาสากล" หรือ ลา เวีย คัมเปซินา (La Via Campesina)




